Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์ โอละหนอ! วัยรุ่น

Home / วิจารณ์หนัง / Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์ โอละหนอ! วัยรุ่น

เปอร์ สุวิกรม อัมระนันท์ หนุ่มน้อยผู้ใฝ่ฝันอยากเรียนวิศวะโยธา เขาอยากเป็นวิศวกรเหมือนพ่อโดยให้เหตุผลว่าวิชาวิศวกรรม สอนให้คิดอย่างเป็นระบบแบบแผน ซึ่งน่าจะช่วยวางโครงสร้างในการดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงใน

อนาคต…โบ๊ท สราวุฒิ ปัญญาธีระ ตี๋น้อยหัวตั้ง กับความฝันอยากเป็นนักเพาะพันธุ์ปลา เขาชอบเลี้ยงปลาเป็นชีวิตจิตใจ นั่นเป็นเหตุผลในความต้องการเข้าเรียนคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์…บิ๊กโชว์ กิตติพงศ์ วิจิตรจรัสสกุล เด็กหนุ่มหุ่นอวบอ้วน ตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเข้าเรียนคณะวิศวกรรมเครื่องกล แรงบันดาลใจอาจไม่ฉายชัดเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ แต่เหตุผลสำคัญคือความคาดหวังจากคนในครอบครัว…ลุง วรภัทร จิตต์แก้ว คนเดียวในกลุ่มเพื่อนที่ดูท่าทางเหมือนคนไม่เอาไหน เล่นสนุกไปวันๆ แต่ฝันสูงอยากเรียนแพทย์ จุฬาฯ

นี่คือ 4 ชีวิตวัยรุ่นที่คนดูกำลังจะได้ทำความรู้จักกับพวกเขาแบบเกาะติดชิดใกล้ในหนังสารคดีที่มีชื่อว่า “Final Score 365 ตามติดชีวิตเด็กเอนท์” สารคดีไม่มีบท ไร้ซึ่งการปรุงแต่งใดๆ ไม่มีเสียงบรรยาย หรือการให้สัมภาษณ์ และที่สำคัญหนังเรื่องนี้ไม่ใช่การแสดง หากแต่ทุกๆ อิริยาบถของคนที่ปรากฏตัวในหนัง ล้วนเต็มไปสีสันชีวิตชีวาน่าสนใจ ทั้งยังกรุ่นเจือไปด้วยเสน่ห์แปลกๆ ที่หาไม่ได้จากหนังไทยทั่วๆ ไป

จุดมุ่งหมายของเด็กหนุ่มทั้งสี่ คือการเอนทรานซ์เข้าเรียนในคณะที่ตั้งใจให้ได้ แม้ในปี พ.ศ.ที่ผ่านมา จะเปลี่ยนไปเรียกว่าการสอบคัดเลือกระบบแอดมิชชั่นส์ โดยใช้ผลคะแนนโอเน็ต-เอเน็ต ก็ตาม…เรื่องราวใน “Final Score” เริ่มต้นจากวันแรกของ เปอร์ สำหรับการเรียนชั้น ม.6 ในโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ซึ่งถือว่าเป็นปีการศึกษาสุดท้ายที่สำคัญ เพราะหลังจากนี้เขาและเพื่อนๆ ต้องเข้าสอบเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในคณะที่หวังตั้งใจไว้…ท่ามกลางการเริ่มต้นอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วง พวกเขาทั้งสี่ ยังต้องเผชิญอุปสรรคทั้งจากครอบครัวและเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะช่วงชีวิตวัยรุ่นที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งเร้ามากมาย ที่สามารถชักนำพวกเขาไปสู่เรื่องเหลวไหลได้ง่าย พอๆ กับที่จะนำพาไปสู่หนทางของความรักดีในเรื่องการเรียน

เปอร์ เป็นเหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่รักสนุก (ชอบฟังเพลงโมเดิร์น ด็อก, ไปดูคอนเสิร์ตแฟทฯ) มีทั้งความห่ามในตัว (จากคลิปวิดีโอ ที่เขาให้เพื่อนๆ เอาไม้ขนาดเขื่องมาตีก้นตัวเอง) และชอบทำตัวมีปัญหากับพ่อแม่ (โดยเฉพาะพยายามยั่วโมโหแม่ทุกครั้งเท่าที่จะทำได้) อีกทั้งแฟนสาวก็กำลังจะตีจาก (ช่วงหนึ่ง เปอร์ สับสนมากถึงขั้นไม่เข้าสอบวิชาสังคมศึกษา) ทว่าในความที่ดูเหมือนจะเป็นคนเหลวไหล เปอร์ ยังมีแง่มุมของความเป็นเด็กน่ารักอยู่มาก เพราะทุกครั้งที่คุยกับพ่อแม่เขาแทนตัวเองว่า ลูก ทุกคำ แม้จะกระโดดโลดเต้นหลุดโลกแค่ไหนในระหว่างดูคอนเสิร์ต แต่เด็กคนเดียวกันนี้เอง ที่เป็นมือฆ้องวง ประจำวงดนตรีไทยของโรงเรียนและเคยคว้ารางวัลชนะเลิศมาแล้ว

โบ๊ท ถึงแม้อยากเรียนประมงสักแค่ไหน แต่ก็ต้องจำใจเลือกเข้าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ เพื่อตามใจครอบครัว เพราะผู้เป็นพ่อเห็นว่า หากเรียนทางด้านนี้ จบมาแล้วมีโอกาสหางานทำได้มากกว่า…ในขณะที่ บิ๊กโชว์ เป็นความหวังของครอบครัวที่ต้องการให้เรียนวิศวะ ถึงขั้นที่พี่สาวประกาศกลางงานรับปริญญาตัวเองว่า น้องชายของเธอต้องเอนท์ติดจุฬาฯ หรือไม่ก็ธรรมศาสตร์แน่นอน หนำซ้ำ เขาต้องพยายามลดน้ำหนักตัวจาก 115 กิโลกรัม ให้เหลือ 100 กิโลกรัม เพื่อแลกกับเกรด 4…ส่วน ลุง นั้น นอกจากการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบแล้ว เขายังต้องแก้ F ที่ติดอยู่ถึง 8 ตัวให้ผ่านพ้นไปให้ได้ มิเช่นนั้นนอกจากจะไม่ได้เอนทรานซ์พร้อมเพื่อนแล้ว ยังต้องเรียนซ้ำชั้นอีกด้วย

หนังถ่ายทอดให้เห็นชีวิตของเด็กๆ เหล่านี้ ที่เมื่อถึงเวลาต้องเข้าสอบแข่งขันกับจำนวนนักเรียนทั่วประเทศนับแสนแล้ว ยังต้องแข่งกับตัวเองทั้งในเรื่องครอบครัว สภาวะจิตใจ การเคี่ยวเข็ญตัวเองในเรื่องการเรียนและตำรับตำราก่อนเข้าสอบ อันเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตวัยรุ่นของพวกเขาเดินมาถึงทางแยกที่ต้องเลือก ซึ่งน่าจะหมายถึงช่วงเวลาที่รู้สึกเคว้งคว้างมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เสน่ห์อีกอย่างของหนังที่สร้างสีสันได้ไม่น้อยก็คือชีวิตในแต่ละวันของ เปอร์ และเพื่อนๆ ที่นอกเหนือจากการเรียน ในค่ำคืนหนึ่งระหว่างที่พวกเขาไปเที่ยวทะเล ลุง ถามแต่ละคนว่า อนาคตอยากเป็นอะไร ก็ทำให้เราได้กลับไปรู้สึกอีกครั้งว่าเอาเข้าจริงแล้ว ก็ไม่มีใครเข้าใจชีวิต วัยรุ่น ได้แม้แต่ตัวเราเอง จึงไม่แปลกที่มักจะมีคนนิยามความหมายของคำว่า วัยรุ่น เอาไว้มากมาย แต่สุดท้ายมันก็อาจเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งในชีวิตที่สุดจะโลดโผนโจนทะยาน ห่ามคะนอง เคว้งคว้าง และค้นหา เหมือนอย่างที่ ลุง เที่ยวเดินถามใครต่อใครในระหว่างการสอบวันสุดท้ายก่อนปิดภาคเรียนว่า ความรู้ คืออะไร? และแน่นอนเพื่อนแต่ละคนไม่มีใครให้คำตอบนี้แก่เขาได้

“Final Score 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์” นอกจากตามถ่ายทอดชีวิตเด็ก ม.ปลาย ในช่วงปีสุดท้ายก่อนเข้าสู่สนามเอนทรานซ์แล้ว ยังให้เห็นภาพเคราะห์กรรมของวัยรุ่นไทยในปีที่ผ่านมา เพราะนอกจากต้องเจอกับบททดสอบหินๆ มากมายในการเตรียมพร้อมลงสู่สนามสอบแล้ว ยังต้องเผชิญกับปัญหาน่าหนักใจ เมื่อเกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่จากการตรวจข้อสอบของรัฐ…มาถึงตอนนี้เราก็อาจจะค้นพบความจริงบางอย่างว่า เอนทรานซ์คงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตอีกต่อไปแล้วก็ได้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์