Final Score ผมเด็ก Gen-Y

Home / วิจารณ์หนัง / Final Score ผมเด็ก Gen-Y

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู

“Final Score” เป็นโปรเจ็คค์ภาพยนตร์กึ่งสารคดีที่ตามถ่ายชีวิตของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 4 คน ตลอด 1 ปีการศึกษา ตั้งแต่วันเปิดเรียนชั้นม.6 จนถึงการคร่ำเคร่งกับการเตรียมสอบ และมาถึงวันประกาศผลเอ็นทรานซ์ (แอดมิสชั่นส์)

ทีมงานได้ทำรีเสิร์ชข้อมูลหาคาแร็กเตอร์ของเด็ก ม.6 ที่น่าสนใจ ผลคือ “เปอร์” (สุวิกรม อัมระนันทน์) “ลุง” (วรภัทร จิตต์แก้ว) “บิ๊กโชว์” (กิตติพงศ์ วิจิตรจรัสสกุล) และ “โบ๊ท” (สราวุฒิ ปัญญาธีระ)

หนังพาไปดูตลอด 1 ปี เด็กๆ กลุ่มนี้มีเส้นทางชีวิต และเตรียมตัวกันอย่างไร ตัดสินใจเลือกคณะที่ชอบด้วยเหตุผลอะไร ผนวกกับการนำเสนอชีวิตส่วนตัว ชีวิตในโรงเรียน และเรื่องราวในครอบครัว


ความก้ำกึ่งเพราะไม่ใช่หนังสารคดีเพียวๆ และไม่ใช่ภาพยนตร์ที่มีการเขียนบท หรือกำกับการแสดง แต่หลายแง่มุมมีการตัดต่อ ลำดับภาพในลักษณะคอนโทรลเรื่องอยู่บ้าง และเลือกฟุตเทจเข้าไปสร้างอารมณ์แบบจงใจบางฉาก ทำให้ “final score” เต็มไปด้วยกลิ่นอายของหนังแบบจีทีเอช ค้นหา เรียนรู้มิตรภาพ และลงเอยด้วยความประทับใจ

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาหนังยังมีคุณค่าในตัวเอง นอกจากถ่ายทอดชีวิตเครียดๆ ของการสอบเอ็นทรานซ์ หนังยังเพิ่มเติมแง่มุมประเภท coming of age เข้าไปด้วย ชีวิตเด็กมัธยมที่สับสน และไม่แน่ใจกับตัวเอง ทั้งเรื่องส่วนตัว ความรักแบบปั๊บปี้เลิฟ หรือการตั้งคำถามต่อสิ่งรอบตัว

หนังให้ภาพวิถีชีวิต “เด็กแนว” มีโลกส่วนตัวสูง ในหัวเต็มไปด้วยคำว่า “ทำไม” เก่งกาจด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตตามแบบอย่างของเด็กยุค “generation Y” ตัวละครหลักอย่าง “เปอร์” ที่ถูกโฟกัสเป็นตัวเดินเรื่องนั้นมีลักษณะเข้าข่ายเด็ก Digital Generation หรือเด็ก gen-Y อย่างแท้จริง ทั้งบุคลิกภาพ การแสดงออก แนวคิดมุมมอง ทำให้ผู้ใหญ่บางคนเกิดคำถามว่านี่อาจเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว แต่ “เปอร์” คือภาพสะท้อนพฤติกรรมส่วนใหญ่ของเด็ก gen-Y ในยุคนี้จริงๆ

หนังกึ่งสารคดีเรื่องนี้ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม อย่างน้อยๆ หนังมีเงื่อนไขในตอนท้ายที่คนดูต้องลุ้นว่าเด็กทั้ง 4 คน สอบเอ็นทรานซ์ติดหรือไม่ และดำเนินชีวิตต่ออย่างไรหลังจากนี้

หนังกึ่งสารคดีที่ฉายก่อนนี้ทั้ง “เสือร้องไห้” และ “เด็กโต๋” final score ดูมีภาษีดีกว่าเพื่อน นอกจากเป็น mass เข้าถึงคนได้กลุ่มใหญ่กว่า เพราะใช้ประสบการณ์ร่วมของคนหมู่มากที่เคยผ่านการสอบเอ็นทรานซ์มานำเสนอ

ฉะนั้นถ้าถามว่าหนังเรื่องนี้อรรถรสอย่างไร…คำตอบคือถ้ายอมรับได้ตั้งแต่ต้นว่านี่คือหนังกึ่งสารคดี ก็จะรับอรรถรสได้เต็มที่ แต่หากมองว่านี่คือภาพยนตร์ บางคนย่อมรู้สึกว่าไม่เต็มอิ่ม

ที่มาจากหนังสือพิมพ์