BABEL กุญแจแห่งการสื่อสาร

Home / วิจารณ์หนัง / BABEL กุญแจแห่งการสื่อสาร

ราชดำเนินเธียเตอร์

ผ่านผลงานมา 2 เรื่อง คือ Amores Perros กับ 21 Grams ต้องยอมรับว่า ผู้กำกับฯ อเลนฮานโดร กอนซาเลซ อินาร์ริตู กับมือเขียนบทคู่ใจ กิลเลอร์โม อาร์ริเอก้า เก่งมากในการนำเอาเรื่องราวหลายชีวิตหลายสถานการณ์มาผูกโยงใยเข้าด้วยกันเพื่อเล่าเรื่องได้อย่างชวนติดตาม ก่อนจะจบลงด้วยความประทับใจถึงขีดสุด

Babel คือผลงานเรื่องล่าสุดของคนคู่นี้ ที่ฝากฝีมือได้ยอดเยี่ยมจนกลายเป็นหนังตังเก็งรางวัลออสการ์ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของปีนี้ หลังจากที่คว้าชัยชนะจากรางวัลลูกโลกทองคำไปแล้ว

หนังเริ่มต้นในโมร็อกโก เมื่อเด็กชายสองพี่น้องทดลองยิงปืนไรเฟิลที่พ่อเพิ่งเอามาให้ไว้ยิงหมาป่าที่จะมากัดกินแพะที่พวกเขาเลี้ยงไว้ แต่คนน้องดันยิงใส่รถโดยสารที่กระสุนไปถูกซูซาน (เคท แบลนเช็ตต์) นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน ที่สามี ริชาร์ด (แบรด พิตต์) จนบาดเจ็บสาหัส

เหตุการณ์กลับบานปลายเกินคาด เมื่อรัฐบาลอเมริกันคิดว่า เป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย ทำให้ทางการโมร็อกโกต้องตามสืบเรื่องราวนี้ ในภาวะวิกฤติที่ภรรยากำลังเจ็บปางตาย ริชาร์ดโทรบอกอามีเลีย (เอเดรียน่า บาร์ราช่า) สาวใหญ่ชาวเม็กซิโกที่เป็นพี่เลี้ยงลูกของเขาให้ช่วยดูแลลูกอีก 2 คนของเขาที่บ้านในซานดิเอโกด้วย

แต่อามีเลียก็มีกำหนดการที่จะต้องไปงานแต่งงานลูกชายที่เม็กซิโกในวันรุ่งขึ้น เพราะไม่ใครรับฝากเลี้ยง เธอจึงจำเป็นต้องพาลูกของเจ้านายข้ามพรมแดนเข้าไปในเม็กซิโกด้วย นั่นทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อเธอเจอข้อหาลักพาเด็กข้ามประเทศ ซึ่งถือเป็นความผิดที่ร้ายแรง

สุดท้ายการตามสืบคดีนี้ ทำให้พบว่า ปืนไรเฟิลกระบอกนั้น เจ้าของคือนักล่าสัตว์ชาวญี่ปุ่น (โคจิ ยากุโช) พ่อม่ายเมียตายที่กำลังมีปัญหากับลูกสาว ชิเอโกะ (รินโกะ คิคุชิ) ที่เป็นใบ้ และกำลังขวัญเสียจากการตายของแม่เธอ

ต้องถือว่า Babel คือผลงานหนังแห่งโลกยุคโลกาภิวัตน์ ที่พักหลังนี้มักจะมีนักสร้างหนังหยิบเอาประเด็นความสัมพันธ์ของผู้คนในโลกที่อุดมด้วยคนหลากเชื้อชาติหลายภาษามานำเสนอกันอยู่บ่อยๆ

และหนนี้ถือว่าทั้งสอง เล่นของยาก ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะเรื่องนี้เล่าเรื่อง 4 เรื่องแบบข้ามทวีปกันเลยทีเดียว และความมันของบทหนังเรื่องนี้อยู่ตรงที่ หนังมีเรื่องราวที่เข้มข้นชวนประทับใจ และเมื่อแยก 4 เรื่องราวออกจากกัน ก็เป็นเหมือนหนัง 4 เรื่องที่ต่างก็มีความเข้มข้นชวนประทับใจอยู่ในตัวอีกเช่นกัน

เรื่องราวของครอบครัวเลี้ยงแพะ คือหนัง Coming of Age เป็นเหมือนหนังดรามาที่สะท้อนความสัมพันธ์ของ พี่ กับ น้อง เรื่องของ 2 วัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเป็นหนุ่ม และไม่ลงรอยกันนักตามประสาพี่ชาย-น้องชาย และดูท่าว่าพ่อจะรักคนน้องมากกว่า ทั้งคนน้องก็กำลังอยู่ในช่วงฮอร์โมนพลุ่งพล่าน เขาชอบแอบดูพี่น้องอาบน้ำ และดูเหมือนว่าพี่สาวก็จะเต็มใจให้ดูเสียด้วย แต่แล้วเหตุการณ์ยิงนักท่องเที่ยวที่นำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงในตอนท้าย ทำให้ชีวิตวัยรุ่นของคนน้องต้องจบลงโดยสิ้นเชิง และมันไม่มีวันจะเหมือนเดิมอีกตลอดไป

เรื่องราวของ ริชาร์ด กับ ซูซาน คือหนังดรามาที่ว่าด้วยการสื่อสารในครอบครัวระหว่าง สามี กับภรรยา หลังเหตุการณ์สูญเสียลูกชายคนเล็กไปอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ริชาร์ดรู้สึกผิดจนหนีหน้าไปพักหนึ่ง ก่อนจะกลับมาหาภรรยาอีกครั้งด้วยความสำนึกผิด และหวังว่าการพาภรรยาไปเที่ยวยังสถานที่ต่างบ้านต่างเมืองที่แสนห่างไกลเช่นนี้ อาจจะทำให้ทั้งสองได้กลับมาสื่อสารกันด้วยดีอีกครั้ง แต่แล้วเหตุการณ์ถูกลอบยิงก็กลับทำให้สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ยิ่งขึ้นไปอีก

เรื่องราวของ อมีเลีย คือหนังที่พูดถึงประเด็น การลักลอบเข้าเมืองในรูปแบบของหนังดรามารสเข้ม เมื่อเธอหวังดีหอบเอาลูก 2 คนของเจ้านายชาวอเมริกัน ข้ามแดนไปเม็กซิโกเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของลูกชาย แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกลับกลายเป็นอาชญากรรมร้ายแรง

และสุดท้ายคือ หนังดรามาที่เล่าเรื่องราวของ ยาสุฮิโร นักล่าสัตว์ชาวญี่ปุ่นที่เพิ่งสูญเสียภรรยาไปจากการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของเขากับลูกสาว ชิเอโกะ ลูกสาวที่เป็นใบ้ของเขาต้องมีปัญหา เมื่อชิเอโกะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวและเรียกร้องความสนใจด้วยวิธีการที่ชวน อึ้ง ทึ่ง เสียว

ผมชอบหนังเรื่องนี้ตรงที่ มันสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต ของคนเขียนบท ที่เฝ้ามองความเป็นไปรอบตัว แล้วนำมาผูกโยงใยเป็นเรื่องเดียวกัน เพื่อบอกเล่าให้คนอื่นได้รับรู้ได้อย่างน่าทึ่ง และที่ชอบใจมากกว่าคือ ภายใต้บรรยากาศที่ดูตึงเครียดร้ายแรงนั้น เขาซ่อนความรู้สึกมองโลกในแง่ดี อบอุ่น เอื้ออาทร และมีความหวังเอาไว้อย่างงดงาม

เพราะเมื่อถึงที่สุดแล้ว เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในทุกเรื่องราว ต่างจบลงอย่าง มีความหวัง ในเรื่องแรกได้เห็นว่า ที่แท้แล้วน้องชายที่ดูเหมือนจะไม่ถูกกับพี่ชายนั้น ที่แท้เขาก็รักพี่ชายของเขามากมายแค่ไหน

เรื่องราวของ ริชาร์ด กับ ซูซาน ทำให้ทั้งสองได้กลับมา รักกันใหม่ อีกครั้ง และหนนี้มันน่าจะลึกซึ้งและหนักแน่นยิ่งกว่าเดิมหลังผ่านวิกฤติมาด้วยกัน และถึงแม้จะต่างชาติต่างภาษา แต่ริชาร์ดกับซูซานก็ได้รับมิตรภาพ ความเอื้อออาทร จากครอบครัวของคนขับรถ กับแม่แก่ๆ ของเขาที่คอยช่วยซูซานเท่าที่เธอจะช่วยได้ แม้ไม่ต้องเปิดปากพูดเลยสักคำ แต่ซูซานก็สัมผัสถึงไมตรีนั้นได้อย่างอบอุ่นและงดงามนัก

เรื่องของ อมีเลีย แม้จะต่างชาติต่างภาษา แต่เธอและครอบครัวเม็กซิกันของเธอ ก็ให้ความรัก ความเอ็นดู 2 เด็กน้อยชาวอเมริกัน เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ภาพที่อมีเลียกอดไมค์ (ลูกชายคนเล็กของริชาร์ด) เอาไว้แนบอกตอนที่ไมค์ตกใจเสียงปืนในงานแต่งงาน ภาพที่ซานติเอโกชวนเด็ก 2 พี่น้องเล่นจับไก่ ล้วนเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแห่งมิตรภาพได้เป็นอย่างดี

และแม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤติ แต่อมีเลียก็พยายามปกป้องลูกเจ้านายต่างชาติของเธออย่างเต็มที่ ในตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่า มิตรภาพสามารถงอกงามก้าวข้ามกำแพงแห่งเชื้อชาติและภาษาได้

เรื่องของ ยาสุจิโร ก็คือ การสื่อสารในครอบครัวระหว่าง พ่อ กับ ลูกสาว ที่กำลังเผชิญกับวิกฤติแห่งความสัมพันธ์ หลังจากที่ต้องเจอกับเหตุการณ์สูญเสียภรรยา ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งพ่อและลูกสาว อีกทั้งลูกสาวที่เป็นใบ้ที่ต้องเจอกับปฏิกิริยาของคนรอบตัวที่มองเธอเหมือนตัวประหลาด นั่นก็ยิ่งทำให้เธอเก็บกดยิ่งขึ้น ที่สะท้อนออกทางพฤติกรรมของเธอ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถจะแก้ไขได้ ขอเพียงคนเราพร้อมที่จะเปิดใจเข้าหากัน ร่วมกันก้าวข้ามกำแพงแห่งภาษา เชื้อชาติ วัฒนธรรม ไปด้วยกัน มิตรภาพที่อบอุ่น ความสัมพันธ์ที่งดงาม และเอื้ออาทร รอเราอยู่ตรงนั้น

นี่เป็นหนังที่คู่ควรต่อการเป็น ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี ทุกประการ

ที่มา สยามรัฐ