เหตุที่ Little Miss Sunshine เลือกจะไม่ฉายในโรง?

Home / วิจารณ์หนัง / เหตุที่ Little Miss Sunshine เลือกจะไม่ฉายในโรง?

ก่อนการประกาศรางวัลออสการ์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์นั้น มีข่าวเล็กๆ ที่รู้กันก่อนแล้วในวงแคบๆ ว่า หนังน่ารักๆ อย่าง Little Miss Sunshine เลือกแล้วว่าจะไม่เข้าฉายในโรงหนังบ้านเรา และถ้าใครอยากดู ก็ต้องอาศัย ดีวีดี เท่านั้น

ถ้าย้อนกลับไปสัก 20 ปี ในช่วงที่กำลังเป็นวัยรุ่นชอบดูหนังแปลกๆ คนหนึ่ง เวลาเจอแบบนี้ ผมก็บ่นว่าค่ายหนังด้วยความไม่รู้ธุรกิจว่า ทำไมค่ายหนังใจเสาะ น่าจะลองเสี่ยงฉายดู เพราะไหนๆ ตัวหนังก็เข้าชิงเป็น 1 ใน 5 ของ ออสการ์ แล้ว

แต่ในวันที่ทำงานมาพักใหญ่ มีประสบการณ์ในการมองอะไรอยู่บ้าง เลยพอจะเข้าใจว่าทำไมทีมงานที่เกี่ยวข้อง ถึงเลือกจะหยุด Little Miss Sunshine ไว้ที่ ดีวีดี ดีกว่า

เรียนตามตรง ก่อนประกาศออสการ์สามวัน ผมก็ไปพูดที่เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซ่า ในงาน ออสการ์ ปาร์ตี้ และถ้าใครอยู่ในงานวันนั้น คงจะจำได้ว่า ผมท้าทายตัวเองแบบสนุกๆ ว่า ถ้าหนังเรื่อง Little Miss Sunshine ได้รางวัลหนังเยี่ยม ผมจะโกนหัวโล้น 6 เดือน !

ถามว่าดูแคลนหนังน่ารักเรื่องนี้หรือ? ก็ต้องตอบอย่างจริงใจว่า เปล่าเลย แต่ประสบการณ์สอนเรามามากเกี่ยวกับการมอง หนังแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเทียบกับ Babel หรือ The Departed หรือ The Queen ก็ตาม หนังอย่าง Miss Sunshine นั้น little มากกว่าจริงๆ

ผมยังเชื่อด้วยซ้ำว่า ถ้ามีการกางโพยคะแนน Little Miss Sunshine ก็ได้คะแนนมาเป็นที่โหล่ โดยไม่ได้เกี่ยวใดๆ กับการเป็นหนังดีหรือไม่ดี เพราะอย่างที่เคยเขียนแล้วหลายครั้งครับว่า การดูหนังเยี่ยมของออสการ์นั้น ดูที่ความเหมาะสมและอารมณ์ของสังคมแต่ละปี ไม่ใช่ดูที่หนังดีหรือหนังแย่

ผมดู Little Miss Sunshine แล้วพบว่า พล็อตอันว่าเด็กหญิงน่ารัก ได้ไปประกวดงานเดียวกับชื่อหนังนั้น ท่ามกลางครอบครัวที่ไม่ลงรอยกัน และเมื่อออกเดินทางไป(ด้วยการอาศัยสูตร road movie หรือโรด มูวีย์ หนังที่ตัวละครต้องเดินทางกันเกือบตลอดนั้น) ไม่มีอะไรเป็นจุดขายของหนัง

ไม่มีดาราใหญ่ ไม่มีพล็อตเรื่องที่หวือหวาน่าตื่นเต้น และไม่มีสถานการณ์แบบขนบของฮอลลีวู้ด กล่าวคือไม่มีอะไรเลย สิ่งที่มี คือคุณภาพขนาดกลางและความน่ารักของหนัง รวมทั้งประเด็นสอนใจสำหรับครอบครัวยุคใหม่

แต่ถามหน่อยว่า สิ่งที่มีที่ว่ามาทั้งหมดนั้น ขายได้ ในสังคมไทยหรือ? ถ้าใครบอกว่าจะดู เราก็อาจจะเป็นเพียงส่วนน้อยนิดเหลือเกินในจำนวนของผู้ชมทั่วไป

มันน้อยจนค่ายหนังคิดมาแล้วว่า ถ้าทำมากกว่าหนึ่งก๊อบปี้ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่คุ้มแน่ๆ เว้นแต่ว่า Little Miss Sunshine จะกวาดหมดออสการ์ 9 ตัว (ซึ่งก็ชิงไม่ถึงอยู่ดี)

เค้าโครง ทิศทางและรูปรสกลิ่นเสียงของ Little Miss Sunshine นั้น มีความละม้ายคล้ายคลึงอยู่ไม่น้อยกับหนังพวก Seabiscuit, Beloved, Pleasantville และ The Cider House Rules ซึ่งบางเรื่องไม่ฉายในบ้านเรา และเลือกที่จะปล่อยเป็น วิดีโอ และ วีซีดี (Beloved คือหนังที่ตั้งใจว่าจะฉายภายหลังยกเลิกไป)

พูดก็พูดเถอะ มันไม่ได้เกี่ยวกับจุดดีจุดด้อยของหนัง แต่มันเกี่ยวโดยตรงว่า เมื่อหนังเข้าโรงจะมีคนสักเท่าไรกันที่มาดู เพราะหนังแบบตลาดของ ดีวีดี มีความเหมาะสมมากกว่า

เขียนมาทั้งหมดนี่ ไม่ได้จะบอกว่าเห็นด้วยหรือมองแย้งที่ Little Miss Sunshine ไม่ได้ฉาย แต่จะสื่อว่า มันมีเหตุผลที่ฟังขึ้นพอสมควรจากค่ายหนัง ที่หนังเรื่องนี้ไม่เข้าโรงในบ้านเรา

ก็มันคือ miss sunshine นี่ ไม่ใช่ แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า ที่ใครๆ ก็หัวเราะ

นันทขว้าง สิรสุนทร

ที่มาจากหนังสือพิมพ์