Still Life ภาพชีวิต”จีน”ยุคใหม่ เนือยนิ่งจมหายในสายน้ำ (2)

Home / วิจารณ์หนัง / Still Life ภาพชีวิต”จีน”ยุคใหม่ เนือยนิ่งจมหายในสายน้ำ (2)

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ www.aloneagain.bloggang.com

 

ซานเสีย : สร้างเพื่อสูญเสีย

ซานเสีย หรือเขื่อน 3 หุบเขา (Three Gorges Dam) เป็นเขื่อนขนาดยักษ์ที่กั้นแม่น้ำแยงซีเกียง บริเวณอี๋ชาง มณฑลหูเป่ย เป็นอภิมหาโครงการที่กินเวลายาวนานนับชั่วอายุคนจากดำริริเริ่มของ ดร.ซุน ยัด เซ็น ในปี 1919 เปลี่ยนผ่านผู้นำคนแล้วคนเล่า กว่าจะลงมือสร้างได้ในปี 1994 และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในปี 2009

การขวางกั้นแม่น้ำแยงซีเกียงสายใหญ่ทำให้ขนาดของเขื่อนกินอาณาบริเวณกว้าง ก่อความเปลี่ยนแปลงตลอดลำน้ำทั้งเหนือเขื่อนและใต้เขื่อนซึ่งมีจุดสิ้นสุดที่เมืองเซี่ยงไฮ้ และด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ของแม่น้ำแยงซีเกียงที่พาดขวางตอนกลางของประเทศ เขื่อนยักษ์แห่งนี้จึงราวกับเป็นศูนย์กลางที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วผืนน้ำ

คาดกันว่าผู้คนกว่า 1.9 ล้านคนต้องย้ายถิ่นฐานเพราะบ้านเก่าเมืองเกิดจมอยู่ใต้น้ำ โรงงานจำนวนมากปิดตัวลงกลายเป็นปัญหาสังคมจากภาวะว่างงาน การทุจริตของเจ้าหน้าที่ผุดให้เห็นพร้อมกับน้ำที่บ่าท่วม นักเลงอันธพาลระบาดจากกลุ่มผู้รับเหมาที่ต้องการเร่งงาน (เช่น การไล่รื้อ) ให้ทันกำหนด สถานที่ทางประวัติศาสตร์-โบราณวัตถุอายุกว่า 4,000 ปี ต้องจมอยู่ใต้น้ำ

ทั้งหมดนี้ถูกสะท้อนออกมาในหนังเรื่อง Still Life

นอกจากฉากหลังของหนังคือเมืองเฟิงเจีย มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นเมืองที่มีสัดส่วนผู้อพยพโยกย้ายเพราะน้ำท่วมหลังสร้างเขื่อนสูงที่สุด และหนึ่งในนั้นคือภรรยาของซานหมิงแล้ว เจี่ยจางเคอไม่ได้นำเสนอผลกระทบด้านลบของการสร้างเขื่อนโดยเน้นย้ำหรือหยิบยกมาเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อเรื่องราว แต่จัดวางไว้เป็นองค์ประกอบของฉาก เป็นภาพผ่านของตัวละคร เหมือนเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่และพบเห็นได้ทั่วไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ชมจะสังเกตและคิดตามได้มากน้อยเพียงใด


เช่น ช่วงท้ายของฉากที่ซานหมิงเดินทางมาถึงจุดที่เคยเป็นหมู่บ้านของภรรยา ก่อนที่ภาพจะตัดไปสู่ฉากต่อไป จู่ๆ คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็ชี้ให้ซานหมิงดูจุดที่เรือเฟอร์รี่จอดอยู่แล้วบอกว่าเคยเป็นบ้านของตน ภาพต่อเนื่องในฉากถัดจากนี้คือการมีปากเสียงกันระหว่างกลุ่มชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยที่มีการเลือกปฏิบัติ ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นเพียงองค์ประกอบของฉากสำนักงานจัดหาที่อยู่ใหม่ที่ซานหมิงเพิ่งเดินทางมาถึง ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อเรื่องราวของหนัง

องค์ประกอบของฉาก-ภาพผ่านของตัวละครที่ยกมานี้ คือภาพสะท้อนของผลกระทบด้านลบเกี่ยวกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่ และได้รับการเยียวยาจากรัฐไม่ดีพอเพราะการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่

อีกตัวอย่างที่ใกล้เคียงกันคือ ฉากที่เสินฮงเดินทางมาถึงโรงงานเก่าซึ่งสามีของเธอเคยทำงานอยู่ มีกลุ่มคนกำลังทะเลาะกับผู้จัดการโรงงานที่เบี้ยวจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างที่เสียแขน ไม่นานจากนั้นเสินฮงได้พบกับเด็กสาววัย 16 ปี ที่มาของานทำ สารที่สื่อผ่านในส่วนนี้คือปัญหาเรื่องคุณภาพชีวิตและการว่างงานนั่นเอง

องค์ประกอบของฉากและภาพผ่านของตัวละครลักษณะนี้ยังมีให้เห็นอีกหลายครั้งตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นสาวใหญ่ที่ซานหมิงสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับภรรยา หนังบอกเป็นนัยว่าเธอขายตัว หรือ “หน่า” เด็กหนุ่มเพื่อนสนิทของซานหมิงกับพรรคพวกได้รับการว่าจ้างจาก “ลูกพี่ปิน” ให้ไปทำร้ายใครบางคน ซึ่งลูกพี่ปินก็คือสามีของเสินฮงที่เป็นหัวหน้าควบคุมการไล่รื้อทุบตึก ทำให้พอสันนิษฐานได้ว่าผู้รับเหมาที่นี่ใช้ความรุนแรงต่อชาวบ้าน ขณะที่สาวใหญ่ที่ขายตัวก็เป็นภรรยาของลูกจ้างโรงงานที่เสียแขนและไม่ได้รับชดเชย จึงเป็นไปได้ว่าเธอเลือกอาชีพนี้หลังจากสามีขาดรายได้

นี่เป็นเพียงตัวอย่างของการทิ้งร่องรอยให้ผู้ชมสังเกตคิดตามของเจี่ย จาง เคอ เผยให้เห็นผลกระทบด้านลบของการสร้างเขื่อนซึ่งมีมากมายและพบเห็นได้ทั่วไป กระทั่งเขื่อนยักษ์ที่ทางการหวังจะใช้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าและป้องกันอุทกภัยมีฐานะไม่ต่างจากเขื่อนผลิตปัญหาดีๆ นี่เอง

 

16 ปี แห่งความหลัง

ตัวเลข 16 ปี ถูกซานหมิงเอ่ยถึงบ่อยครั้ง…ความหมายเบื้องต้นของ 16 ปี คือระยะเวลาที่เขาพลัดพรากจากภรรยา บทสนทนาระหว่างซานหมิงกับหน่าบอกให้รู้ว่าซานหมิงซื้อตัวภรรยาผ่านนายหน้าในราคา 3,000 หยวน แต่ระหว่างที่ตั้งครรภ์เธอร้องจะกลับบ้าน เมื่อเรื่องไปถึงตำรวจซานหมิงจึงต้องปล่อยเธอกลับ

ตัวเลข 16 ลำดับต่อมา…ที่อยู่ของภรรยาที่ซานหมิงใช้เป็นเข็มทิศนำทางจนมาถึงเฟิงเจียถูกเขียนไว้บนซองบุหรี่ยี่ห้อ “มะม่วง” ซึ่งซานหมิงพูดอวดให้หน่าฟังว่าเป็นยี่ห้อบุหรี่ที่ดีที่สุดเมื่อ 16 ปีก่อน

และในฉากที่ซานหมิงพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนคนงานที่อาศัยอยู่ร่วมห้อง เพื่อนถามว่าตอนล่องเรือจากซานซีสู่เฟิงเจียเห็นหุบเขาขนาบน้ำซึ่งเป็นหุบแรกจาก 3 หุบ หรือไม่ พร้อมกับหยิบธนบัตร 10 หยวน ที่ด้านหลังมีรูปหุบเขาดังกล่าวให้ซานหมิงดู ซานหมิงเห็นแล้วจึงล้วงธนบัตรมาอวดเพื่อนบ้าง โดยกล่าวโฆษณาว่าเป็นรูปน้ำตกที่แม่น้ำหวงเหอติดกับซานซีบ้านเกิดของเขา

หากเปิดดูทำเนียบธนบัตรของจีนจะพบว่าธนบัตร 10 หยวน ที่มีรูปหุบเขาแห่งแยงซีเกียงนั้นเป็นธนบัตรแบบ 5 เริ่มใช้เมื่อปี 1999 จนถึงปัจจุบัน ส่วนธนบัตรรูปน้ำตกแห่งหวงเหอของซานหมิงเป็นธนบัตรแบบ 4 ราคา 50 หยวน เริ่มใช้ปี 1992 แต่จัดอยู่ในรุ่นที่ 2 ของแบบ 4 ที่ออกมาในปี 1990 หรือ 16 ปีก่อนนั่นเอง (นับจากเวลาท้องเรื่องคือปี 2006)

ตัวเลข 16 ปี จึงมีความหมายมากสำหรับซานหมิง เพราะเป็นอดีตที่หอมหวาน มีความดีงาม ความภาคภูมิใจ ไม่แปลกที่เขาจะดูแปลกแยกและเข้าไม่ได้กับโลกปัจจุบัน นอกจากนี้ 16 ปีก่อนยังเป็นปีสุดท้ายของชีวิตครอบครัวซึ่งเขากำลังพยายามหาทางสานต่อ

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตัวเลข 16 ปี ดูอีกที จะพบว่านั่นเป็นปีแรกหลังการประท้วงของนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 เป็นผลให้สถานการณ์การประท้วงการสร้างเขื่อนซานเสียอ่อนแรงลงไปเมื่อแกนนำถูกจับกุมและจับตาอย่างใกล้ชิด

จากวันนั้นจนถึงวันนี้เขื่อนใกล้สร้างแล้วเสร็จ ทอดวางขวางกั้นลำน้ำสายกว้าง แต่สิ่งที่โถมทะลักเข้าใส่ผู้คนคือความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ของจีนในโลกยุคใหม่

คือความเปลี่ยนแปลงที่ทำลายคุณค่าบางประการ หากแต่ตัวละครอย่างซานหมิงพยายามรื้อฟื้นเพื่อรักษาเอาไว้…แม้ไม่อาจรู้ว่าจะสำเร็จหรือเปล่า

(มีต่อตอนสาม)

ที่มาจากหนังสือพิมพ์