Still Life ภาพชีวิต”จีน”ยุคใหม่ เนือยนิ่งจมหายในสายน้ำ (3)

Home / วิจารณ์หนัง / Still Life ภาพชีวิต”จีน”ยุคใหม่ เนือยนิ่งจมหายในสายน้ำ (3)

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ www.aloneagain.bloggang.com

 

ความเปลี่ยนแปลงไม่คืนกลับ

ประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมของจีนระบุว่า เครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐานที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของคนจีน ประกอบด้วยสิ่งของ 7 ประการ ได้แก่ เชื้อเพลิง ข้าว น้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้ม และชา แต่ในระหว่างที่หนังดำเนินอยู่ มี 4 ครั้งที่มีตัวหนังสือเล็กๆ ปรากฏขึ้นที่มุมภาพ เขียนเป็นคำตรงกับสิ่งของที่เห็นในหนังขณะนั้นว่า “บุหรี่” “เหล้า” “ชา” และ “ลูกอม”

บุหรี่คือสิ่งที่ซานหมิงใช้แสดงน้ำใจต่อผู้อื่น เหล้าคือของฝากที่ซานหมิงมอบให้แก่พี่ชายของภรรยา ส่วนลูกอม…หน่าเพื่อนรุ่นน้องและภรรยาต่างยื่นให้ซานหมิงกิน ขณะที่ชานั้นต่างออกไป ไม่มีใครหยิบยื่นให้ใคร แต่เป็นหนึ่งในสัมภาระที่สามีของเสินฮงทิ้งไว้ในล็อคเกอร์ที่โรงงานร้างซึ่งเขาเคยทำงานเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อนจะย้ายไปทำงานเป็นหัวหน้าคุมงานทุบตึก

จากบทบาทของสิ่งของ 4 อย่างนี้ กล่าวได้ว่า บุหรี่ เหล้า และลูกอม มีสถานะเหมือนเป็นเครื่องบริโภคที่อยู่ในชีวิตประจำวันของตัวละคร โดยทั้ง 4 อย่างไม่ได้อยู่ใน 7 สิ่งของจำเป็นที่กล่าวถึงข้างต้น ขณะที่ชาซึ่งเป็นเพียง 1 ใน 7 อย่างที่ปรากฏในเรื่องราวกลับถูกทิ้งขว้างหลงลืม

เมื่อนำสิ่งของเหล่านี้มาเชื่อมโยงกับตัวละครจะเห็นภาพชัดยิ่งขึ้น โดยบุหรี่ เหล้า และลูกอม ซึ่งเข้ามาแทนที่ “คุณค่าดั้งเดิม” ได้หมุนเวียนอยู่ในชีวิตของตัวละครที่เป็น “เหยื่อ” ของความเปลี่ยนแปลง หรือถูก “ดูดกลืน” ในกระแสปัจจุบัน

ส่วนชา…หนึ่งใน “คุณค่าดั้งเดิม” กลายเป็นสิ่งของที่ตัวละครซึ่ง “ไหลตามน้ำ” หรือ “สบประโยชน์” จากความเปลี่ยนแปลง มองไม่เห็นคุณค่าอีก

ยังมี “คุณค่าดั้งเดิม” ที่ต้องสูญสลายไปอีกอย่างหนึ่งคือ แหล่งประวัติศาสตร์-โบราณวัตถุอายุนับพันปี ตลอดระยะทาง 600 กิโลเมตร แม้ส่วนหนึ่งจะถูกเคลื่อนย้ายไปได้ แต่มีอีกมากมายที่ต้องจมอยู่ใต้น้ำ โดยหนังให้ภาพเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ที่ตัวละคร ตงหมิง เพื่อนสนิทของสามีเสินฮง ซึ่งกำลังเร่งงานขุดหาโบราณวัตถุสมัยราชวงศ์ฮั่นก่อนสายน้ำจะกลบกลืนไปตลอดกาล

เห็นได้ว่า “คุณค่าดั้งเดิม” ซึ่งหนังยกมาอ้างถึงล้วนแต่มีเรื่องราวความเป็นมายาวนาน แต่บัดนี้ได้ถูกความเปลี่ยนแปลงลบทำลายคุณค่าลง โดยสิ่งที่เป็นต้นเหตุหรือมาแทนที่นั้นเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน อย่างหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือ เขื่อนซานเสีย ที่เดินหน้าเต็มตัวหลังจากการปราบปรามนักศึกษาที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 ขณะที่สิ่งของ 3 อย่าง คือ บุหรี่ เหล้า และลูกอม หนังได้ระบุย้ำไปที่ “ลูกอม” ถึง 2 ครั้งจากคำพูดของตัวละครว่าเป็นยี่ห้อ “กระต่ายขาว” (White Rabbit Brand)

ลูกอมยี่ห้อนี้มีแหล่งผลิตที่เซี่ยงไฮ้ เป็นสินค้าส่งออกไปหลายประเทศ มีความเป็นมาพร้อมๆ กับการขึ้นปกครองประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปี 1949 และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเมืองในหลายเหตุการณ์ เช่น เป็นของชำร่วยในวันชาติปีที่ 10 เมื่อ ค.ศ.1959 และเป็นของกำนัลที่ โจว เอิน ไหล มอบให้แด่ ริชาร์ด นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งมาเยือนจีนในปี 1972

เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับฉากเรือท่องเที่ยวที่บรรยายความเป็นมาอันน่าภาคภูมิใจของเขื่อนซานเสียว่าเป็นเป้าหมายของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาหลายสมัย รวมทั้งภาพเหมา เจ๋อ ตุง บนธนบัตรที่ด้านหลังเป็นรูปเขาขนาบน้ำแห่งแยงซีเกียงอันเป็นบริเวณที่มีการสร้างเขื่อน การวิพากษ์ความเปลี่ยนแปลงของจีนยุคใหม่ที่หนังสื่อออกมาจึงอาจมองได้ว่ากำลังวิพากษ์ผู้นำหรือพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปด้วย

แต่ถึงกระนั้น การวิพากษ์ในครั้งนี้ก็ทำได้อย่างแนบเนียนเสียจนไม่มีปัญหาเรื่องโดนเซ็นเซอร์

 

“ทำลาย-รักษา” ภารกิจคู่ขนาน

ตัวละครซานหมิงเดินทางมายังเมืองเฟิงเจียเพื่อตามหาภรรยาหลังจากแยกจากกันเมื่อ 16 ปีก่อน เขาต้องการพบหน้าลูกที่เขาไม่เคยพบ ต้องการสร้างครอบครัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่หญิงสาวอย่างเสินฮงเดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาสามีที่ขาดการติดต่อเป็นเวลา 2 ปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อบอกเลิกและขอหย่า

นี่จึงเป็นเรื่องราวอันแตกต่างว่าด้วยการ “รักษา” และ “ทำลาย” ที่ดำเนินคู่ขนานในหนัง

การที่หนังให้ซานหมิงประทับใจหรือรู้คุณค่าในบางสิ่งบางอย่าง เช่น บุหรี่ และธนบัตร (กล่าวถึงในตอนที่แล้ว) โดยมีระยะเวลาย้อนไปเมื่อ 16 ปีก่อน ตรงกับช่วงเวลาที่ชีวิตครอบครัวมาถึงจุดสิ้นสุด และเป็น 16 ปีก่อนที่แนบชิดกับเหตุการณ์เทียน อัน เหมิน อันนำไปสู่การเดินเครื่องสร้างเขื่อนซานเสียโดยไร้อุปสรรคจากการประท้วงขัดขวาง

ความพยายามในการตามหาเพื่อรักษาคุณค่า (ในที่นี้คือครอบครัว) ที่สูญหายไปในกระแสความเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองที่กำลังจมน้ำ โดยที่ตัวซานหมิงเองยังต้องทำงานชั่วคราวเป็นคน “ทำลาย” ตึก จึงเป็นภาพความแตกต่างว่าด้วยการ “รักษา” และ “ทำลาย” ที่ตัวละครต้องพบกับความยากลำบาก แต่ก็เห็นความหวังอยู่ปลายทาง

สำหรับเสินฮงที่ต้องการ “ยุติ” หรือ “ทำลาย” ชีวิตคู่ ฉากหลังของเรื่องราวนี้กลับมีความหมายตรงกันข้าม เพราะส่วนใหญ่อยู่บริเวณเหนือเขื่อนซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างของเมืองใหม่ สะพานขนาดใหญ่ประดับไฟงดงาม สถานีผลิตกระแสไฟฟ้า นอกจากนี้ อาชีพพยาบาลของเธอยังมีหน้าที่เยียวยา “รักษา” คนเจ็บป่วย ส่วนตงหมิง เพื่อนสนิทของสามีที่เธอมาขอความช่วยเหลือก็มีหน้าที่ขุดหาโบราณวัตถุเพื่อเก็บ “รักษา” เอาไว้

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 2 ปีที่สามีของเสินฮงขาดการติดต่อและเปลี่ยนงานเป็นหัวหน้าคุมงานทุบตึก เท่ากับ 2 ปีที่หนังกล่าวถึงหลายครั้งว่าเมืองเฟิงเจียเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำ ขณะที่ตัวเสินฮงซึ่งมีพฤติกรรมดื่ม “น้ำ” ตลอดเวลายังสื่อไปได้ถึงน้ำที่หลากท่วมหลังการมาถึงของเขื่อน กระทั่งกล่าวได้ว่าผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงได้เอ่อท่วมเสินฮงจนเกินกว่าจะเลี่ยงพ้น

ดังนั้น แม้สภาพแวดล้อมจะเสกสรรค์ปั้นแต่งให้สวยหรูอย่างไร สำหรับเสินฮงแล้วคุณค่าบางประการย่อมต้องสูญสิ้นลงจากผลต่อเนื่องของความเปลี่ยนแปลงอยู่ดี

จากภาพชีวิตของ 2 ตัวละครจึงพอกล่าวได้ว่า แก่นสารหลักของหนังเป็นการตั้งคำถามว่าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอันเชี่ยวกราก เราจะรักษาคุณค่าบางประการไว้ได้หรือไม่ หรือจะปล่อยให้ถูกทำลายไปตามความเปลี่ยนแปลงนั้น

(อ่านต่อตอนที่4)

ที่มาจากหนังสือพิมพ์