300 น้อยคือมาก

Home / วิจารณ์หนัง / 300 น้อยคือมาก

ศศิ วัน

ภาพยนตร์เรื่อง “300” ดัดแปลงมาจากนวนิยายกราฟิคของ แฟรงค์ มิลเลอร์ (เจ้าของเดียวกับ “Sin City” ที่เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วเช่นกัน) โดยครั้งนี้ได้ แซ็ค ซไนเดอร์ มากำกับฯ และเขียนบท

“300” เล่าถึงสงครามในประวัติศาสตร์ระหว่างกองทหารสปาร์ตากับกองทัพเปอร์เซีย ที่เรียกกันว่าสงคราม “เธอร์โมไพเล” ซึ่งเหตุก็มาจากการที่ฝ่ายหลังต้องการจะเข้ามายึดครองอาณาจักรกรีก ฝ่ายแรกไม่ยอมจึงเกิดการสู้รบกันขึ้น

ต้นฉบับของมิลเลอร์เป็นเช่นไร เรายังไม่มีโอกาสได้เห็น แต่สำหรับ “300” เวอร์ชั่นภาพยนตร์บอกได้เลยว่า หนังออกมาสวยบาดจิตเป็นที่สุด แถมยังชวนให้ตื่นตะลึงทั้งจังหวะเคลื่อนไหว การจัดแสง และสีสันของภาพ โดยเฉพาะฉากสู้รบระหว่างกองทัพสปาร์ตัน และอภิมหากองทัพแห่งเปอร์เซีย ที่วิจิตรจนทำให้ใครหลายคนไม่อยากละสายตาไปจากจอ


จะเสียดายก็แต่บางฉากที่โดนผู้หวังดีแต่ไม่เข้าใจคำว่าศิลปะ ป้ายโมเสคซะเสียอรรถรส ฉะนั้นใครที่คิดจะไปดูเรื่องนี้ แนะนำให้สำรวจให้ถ้วนถี่ก่อนว่าโรงนั้นๆ มีการเซ็นเซอร์ภาพหรือไม่ ไม่งั้นอาจพลาดความงามฉบับสมบูรณ์ของหนังเรื่องนี้เอาได้

แต่เห็นอลังการงานสร้างอย่างนี้ หนังก็ไม่ได้มีทุนสร้างมหาศาลล้านแปดอย่างที่คิด เพราะเขาไม่ต้องทุ่มเงินไปกับการสร้างฉากของจริง แต่ใช้เทคนิคบลูสกรีนโดยการถ่ายทำในสตูดิโอ แล้วก็ใช้คอมพิวเตอร์กราฟิคตกแต่งภาพตามไปทีหลัง ซึ่งก็ถือเป็นความฉลาดของคนทำที่ลงทุนน้อย แต่ก็ได้ชิ้นงานที่ยอดเยี่ยมออกมา

เหมือนอย่างเนื้อหาของหนังเรื่องนี้นั่นแหละ กองทัพสปาร์ตาใช้ทหารแค่ 300 นาย แต่ก็สามารถรับมือกับทหารอีกเป็นพันเป็นหมื่นของเปอร์เซียได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นเพราะทหารทุกนายล้วนเก่งกาจกล้าหาญ ทุกคนยังมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและมุ่งมั่นที่จะรักษาอิสรภาพของเผ่าพันธุ์ตนไว้ด้วย

หลายคนอาจจะคิดว่าเนื้อหาของ “300” ไม่มีอะไรมากกว่าเรื่องรบ แต่ความจริงหนังยังสอดแทรกแง่คิดดีๆ ไว้มากมาย ทั้งการให้เกียรติสตรีของชายชาติทหาร การเชื่อมั่นในตนมากกว่าคำลมปากของผู้อื่น อีกทั้งในแง่ตัวละครก็ไม่ได้แบนราบ หากมีมิติให้ชวนหลงรักอยู่มากทีเดียว

แต่ถ้าครอบครัวไหนคิดจะพาเด็กๆ ไปดู ก็ให้พึงระวังเรื่องความรุนแรงแบบเลือดสาดของหนังไว้นิดนึง

นอกนั้น ก็ไม่เห็นว่ามีส่วนไหนที่ไม่คุ้มค่าสำหรับการควักสตางค์ไปดูเรื่องนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์