Rocky Balbou ชัยชนะในบั้นปลาย

Home / วิจารณ์หนัง / Rocky Balbou ชัยชนะในบั้นปลาย

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู

 

“Rocky” เป็นหนังที่สร้างกระแสอย่างกว้างขวางและรุนแรงให้อเมริกันชน ผลพวงจากหนังเรื่องนี้ยังทำให้เกิดตำนานตามมา ยิ่งในฉากที่ร็อคกี้ฝึกฝนร่างกายวิ่งขึ้นบันไดพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ฟิลาเดลเฟียกลายเป็นฉากขายอย่างแรง กระทั่งบันไดดังกล่าวมีชื่อขานว่า Rocky Steps ในเวลาต่อมา

แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่จดจำ แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายสิบปี นับตั้งแต่หนังภาคแรกออกฉายในช่วงทศวรรษที่ 70 คือความเป็น “นักสู้” ของนักมวยหนุ่มชนชั้นแรงงานที่ชื่อ “ร็อคกี้ บัลโบ” ความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และไม่กลัวแม้ตกเป็นรอง ทำให้ร็อคกี้กลายเป็นหนังขวัญใจอเมริกันชน ตัวหนังยังเข้าชิงออสการ์ และคว้ามาได้ 3 สาขาในภาคแรก

ร็อคกี้ทั้ง 5 ภาค น่าจะถือเป็นตำนานที่อยู่ในความทรงจำของโลกฮอลลีวู้ด แต่ “ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน” ที่ถือเป็นผู้ให้กำเนิดตำนานร็อคกี้ ด้วยการแสดงเอง เขียนบท และลุยงานสร้างเองปัดฝุ่นโปรเจ็คต์หนังร็อคกี้ขึ้นมาอีกในภาค 6 แม้จะเสี่ยงต่อการถูกถล่มเละ

โดยภาคนี้ฉายชีวิตของร็อคกี้ในช่วงบั้นปลายอายุ 60 ปีเศษที่เข้าทำนองสูงสุดคืนสู่สามัญเขาเปิดร้านอาหารอิตาเลียนเล็กๆ วิถีชีวิตประจำวันเรียบง่าย แต่ถึงอย่างไรก็ยังจมอยู่กับความเหงาหลังเอเดรียนภรรยาที่รักตายจาก และลูกชายที่มัวแต่มุ่งมั่นก่อร่างสร้างตัวไม่เข้าใจ และห่างเหินพ่อ

ขณะที่ “ร็อคกี้” มักใช้เวลายามเหงาทบทวนและอยู่กับอดีต โดยหาทางขจัดมันไม่ได้ โอกาสที่ทำให้เขาคิดขึ้นชกอีกครั้งเกิดขึ้นจากรายการกีฬาที่นำอดีตแชมป์มวยเฮฟวี่เวท 2 ยุค คือ ร็อคกี้และเมสันมาจำลองขึ้นสังเวียนเดียวกันในลักษณะเกมเสมือนจริงเพื่อให้คอมพิวเตอร์ให้คะแนน- -เป็นจุดเริ่มต้นให้ร็อคกี้ขอกลับขึ้นสังเวียนอีกครั้ง ในการชกกระชับมิตร แต่ประเด็นสำคัญคือการชกเพื่อชนะใจตัวเองมากกว่า

ร็อคกี้ขึ้นชกในวัย 60 หาใช่เพื่อชัยชนะหอมหวนเช่นในอดีต เขาต้องการพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง และขจัดความรู้สึกติดยึดกับอดีตทั้งหมดเพื่อให้ชีวิตเขาก้าวต่อไปข้างหน้าได้ รวมทั้งให้ลูกชายที่รู้สึกว่าอดีตอันยิ่งใหญ่ของพ่อคอยกดทับชีวิตตัวเองนั้นได้ละลายความคิดนั้น และมีใจสู้ชีวิตเช่นเดียวกับพ่อ ได้เห็นความเป็นนักสู้ไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ

ฉากที่ร็อคกี้พูดกับลูกชายเพื่อเตือนสติว่าโลกนี้ไม่ได้มีแค่สายลม แสงแดด มันมีแต่การต่อสู้ ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะต่อยเก่งแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเราจะสามารถทนรับหมัดคู่ต่อสู้และเดินหน้าสู้ต่อไปได้หรือไม่ เป็นฉากที่แม้จะดูประดิดประดอยเรียกอารมณ์ร่วมคนดู แต่ก็ทำออกมาไม่ฟูมฟาย

อย่างไรก็ตาม ทางหนังร็อคกี้ภาคปัจฉิมบทนี้ยังคงเดินหน้าสานต่อสร้างตัวละครที่เป็นเสมือนอุดมคติ ให้ร็อคกี้เป็นนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ และสุดท้ายก็สามารถเอาชนะต่ออุปสรรคต่างๆ ได้ ถึงจะเป็นพล็อตง่ายๆ แต่หนังสร้างอารมณ์ร่วมได้ดี มาในภาคที่น่าจะปิดท้ายสุดสุดแล้วนี้ เป็นการปิดตำนานสุดท้ายของนักชกอาชีพของร็อคกี้

และในสังเวียนสุดท้ายนี้ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญแล้ว เพราะร็อคกี้เพียรพยายามพิสูจน์ตัวเองมาทั้งชีวิตแล้ว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์