The Good Shepherd เรื่องของเด็กเลี้ยงแกะ

Home / วิจารณ์หนัง / The Good Shepherd เรื่องของเด็กเลี้ยงแกะ

The Good Shepherd นั้นเป็นหนังสปายเพียงแต่ก่อนจะเข้าไปดูกรุณาลืมๆ เจมส์ บอนด์ ไปเสียก่อน บางทีถึงขนาดให้ลืมสายลับแนวที่จริงจังขึ้นมาหน่อยอย่าง แจ๊ค ไรอัน หรือ เจสัน บอร์น ไปเสียด้วย เพราะ The Good Shepherd เป็นหนังสปายที่ซีเรียสยิ่งกว่านั้น หนังเกือบ 3 ชั่วโมง มีการยิงปืนแค่ 2 นัด เห็นจะได้ แถมยังไม่เห็นปืนไม่เห็นเลือดเลยสักหยด บรรดาสายลับในองค์กรอย่าง OSS สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และ CIA รวมไปถึง KGB นั้นมีแต่คนหน้าตาเนิร์ดๆ

หนังเล่าเรื่องราววนไปรอบๆ ตัวของ เอ็ดเวิร์ด วิลสัน เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีส่วนร่วมกับการก่อตั้ง CIA หลังความล้มเหลวในปฏิบัติการ Bay of Pigs Invasion เพื่อจะล้มล้าง ฟิเดล คาสโตร ซึ่งมีความเกี่ยวพันมาถึงตัวเขาเพราะเป็นหนึ่งในผู้ที่รู้แผนการทั้งหมด ซึ่งวิธีเดียวที่เขาจะพ้นจากข้อกล่าวหาคือการหา หนอนบ่อนไส้ตัวจริงมาให้ได้ เพียงแต่เรื่องราวต่างๆ มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

และเขาจะต้องเสียสละทุกอย่างมากกว่าที่เคยมา โดยเฉพาะเมื่อถึงจุดหนึ่งเขาต้องเลือกระหว่างชาติกับครอบครัว ซึ่งถ้าเลือกครอบครัวแล้วกลายเป็นคนทรยศต่อชาติก็หมายถึงชีวิต ถ้าเลือกชาติชีวิตในฐานะพ่อแล้ะสามีก็จบลงเช่นกัน

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับฯของ โรเบิร์ต เดอ นีโร หลังจากเคยกำกับฯหนังเรื่อง A Bronx Tale มาแล้ว ซึ่งตัวหนังยาวและฟูมฟายในการเล่าเรื่องไปอยู่บ้าง แต่หนังมีประเด็นเรื่องของความลับที่น่าสนใจมาก เพราะว่าตัวเอกนั้นเป็นคนที่เรียกได้ว่าหมกมุ่นอยู่กับความลับ และหลงใหลในผู้หญิงหูหนวกอย่างแปลกประหลาด (นัยว่าจะเป็นคนที่ไม่ได้ยินความลับ) หนังยังได้เปลือยความเป็นคนล่อนจ้อนจนถึงระดับที่ทุกคนมีความลับและจุดอ่อน ซึ่งต้องพ่ายแพ้ได้จริงๆ

คำว่า The Good Shepherd มาจากคัมภีร์ไบเบิลบท John 10:1-21 ซึ่งมีความหมายคร่าวๆ ถึงพระเยซูซึ่งเป็นคนเลี้ยงแกะที่ดีที่ปกป้องแกะด้วยการเสียสละชีวิต แต่ในกรณีของเอ็ดเวิร์ดนั้น การเสียสละออกจะละม้ายคล้ายคลึงกับนิทานอีสปมากกว่า และที่เป็นคำถามก็คืออะไรเป็นอะไร ใครเป็นแกะ ใครเป็นหมาป่า ใครเป็นชาวบ้าน ระหว่าง ครอบครัว ประเทศชาติ ฝ่ายตรงข้าม หรือตัวของเขาเอง

หนังเนิบนาบแต่มีบทสรุปชวนช็อค แถมด้วยที่ว่างให้คนดูใช้ความคิดถมเยอะแยะ

ไม่เลวนักถ้าว่างพอจะเสียเวลา 3 ชั่วโมง ไปนั่งดูในโรง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์