I m A Cyborg, but That s O.K. รัก(ไม่)ผิดปกติ

Home / วิจารณ์หนัง / I m A Cyborg, but That s O.K. รัก(ไม่)ผิดปกติ

ประเดิมจอเงินเรื่องแรก หนุ่ม เรน หรือ ชองจีฮุน ป๊อปสตาร์ของเกาหลี ก็เลือกบทท้าทายความสามารถ ใน I’m A Cyborg, but That’s O.K. กำกับโดย ปาร์ค ซานวูค ซึ่งในแวดวงจอเงิน ชื่อของผู้กำกับอาจจะเป็นจุดขายให้กับบรรดาคอหนังต่างชาติมากกว่าชื่อของดารานำซะอีก

แต่เมื่อเห็นการสวมบทบาทเป็น คนบ้า หลังจากที่โดนแม่ทิ้งไปในวัยเด็ก เรนก็พิสูจน์ว่า เขาเหมาะสมกับบทบาทนี้ และทำให้คนดูลืมภาพนักร้องหนุ่มสุดเซ็กซี่ หรือผู้ชายเงียบขรึมอบอุ่นในละครทีวีไปได้

ใบหน้าและแววตาใสซื่อที่เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเรน ช่วยให้ผู้ชมเชื่อในตัวละครหนุ่มสติแตก ที่อุปโลกน์ตัวเองเป็นเจ้าชายกระต่ายน้อย ผู้ช่างคิดและช่างซอกแซก และขโมยสิ่งของคนอื่น เพื่อให้มีตัวตนเป็นที่จดจำของคนอื่น และในขณะที่เขามีความบกพร่องในด้านการเข้าสังคม แต่ตัวละครตัวนี้ไม่บกพร่องในการใส่ใจผู้อื่น

หน้าหนังเป็นหนังโรแมนติกคอมาดี้ แต่คนที่คาดหวังความตลกโปกฮา หรือโรแมนติกดราม่าแบบนางเอกแก่นเซี้ยวกับพระเอกผู้ดุดันละก็ อาจจะผิดหวัง เพราะปาร์ค ซานวูค ผู้โด่งดังกับหนังที่สะท้อนอารมณ์มนุษย์ในแบบเปลือยเปล่า ดิบด้าน มากกว่าการเคลือบน้ำตาลสีหวาน อย่าง Old Boy นั้น นำความเข้ม ความดิบของมนุษย์ ที่เขาใช้ภาพแห่งจินตนาการ ความรุนแรงที่อาจจะเหมือนมากเกินจริง (ทั้งที่ในโลกความเป็นจริง สิ่งต่างๆ รุนแรงกว่านั้นหลายเท่า) มาอธิบายภาวะจิต และการแสดงออกของบรรดาคนป่วยที่ถูกเรียกว่า บ้า

เรื่องรักของคู่พระนาง จึงไม่ใช่การเดินตามความสัมพันธ์แบบที่ทั้งคู่รู้จัก เกิดพ่อแง่แม่งอน และสุดท้ายก็ปรับความเข้าใจลงเอยกันด้วยดี (สรุปด้วยบทจูบในตอนท้าย) ตามธรรมเนียมหนังโรแมนติกส่วนใหญ่ ทว่าหนังเล่าถึงความผูกพัน การเข้าอกเข้าใจ การเรียนรู้และรู้จักความรู้สึกที่อาจจะเรียกว่า รัก หรืออะไรทำนองนั้น ระหว่างคู่พระนางที่ต่างจิตหลุด (จากโลกคนทั่วไป) กันทั้งคู่

อิมซูจอง นางเอกร่างเล็ก ผิวซีดบอบบางรับบท สาวน้อยที่คิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ และตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะกลัวว่าความลับของการไม่ใช่มนุษย์ของเธอจะแพร่งพราย และเธอต้องถูกลงโทษ สาวน้อยที่พูดคุยกับหลอดไฟมากกว่าคนด้วยกัน แบกความหลังฝังจำที่สะท้อนสาเหตุการพยายามหลีกหนีความเป็นมนุษย์ของเธอ

หนึ่งในแรงบันดาลใจของหนังเรื่องนี้คือ วรรณกรรมเยาวชนเรื่อง Alice in Wonderland ซึ่งปาร์ค ซานวูค ได้สร้างภาพที่เป็นจินตนาการช่วงตอน อลิซตกลงไปในโพรงกระต่าย มาช่วยอธิบายภาวะของตัวละคร เช่นเดียวกับภาพจินตนาการที่อิงตัวละครจากเทพนิยาย หรือนิทานแฟนตาซีสำหรับเด็กที่คนดูเห็นต้องร้องอ๋ออยู่หลายครั้ง

หนังให้สีสันอันอ่อนหวาน ชมพู ฟ้า เหลือง เขียวอ่อน มาเป็นเสมือนตัวแทนความละมุนละไม ที่มนุษย์ทุกคนใฝ่หา ดูเหมือนว่า คนบ้า ก็เหมือนคนทำตัวตนหาย และกำลังตามหามันกลับขึ้นมา และโลกที่พวกเขาอยู่อาจจะแปลกไปจากคนธรรมดา แต่ท้ายที่สุด ความรู้สึกอันอ่อนโยนที่คนมีต่อกันนั้น ไม่ได้ต่างกันไปเลย

ที่มา เสาร์สวัสดี