“อสุจ๊าก”

Home / วิจารณ์หนัง / “อสุจ๊าก”

อสุจ๊าก  (The Sperm )เล่าเรื่องราวของ “สุทิน” (ลีโอ พุฒ) หนุ่มขายเสื้อผ้าย่านรามคำแหง เขาเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่ฝันอยากจะมีชื่อเสียงในทางดนตรีร็อกและอยากประสบความสำเร็จทางด้านนี้และความใฝ่ฝันอีกอย่างของเขาก็คือการที่อยากนอนกับสาวสวยดาวรุ่งที่เป็นถึงนางแแบบ-นางเอกอย่าง แลมมี่ (ผิง-พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์) ชีวิตของสุทินก็ดีบ้างไม่ดีบ้างไปกับวงดนตรีที่ก่อตั้งมากับเพื่อนสนิทอีก 3 คน ประเสริฐ, สุรชัย และอนันต์ (ฟักกลิ้ง ฮีโร่, สอง พาราด็อกซ์, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์) ถ้าเขาไม่เจอเรื่องแปลกๆซะก่อน


สุทินต้องออกสืบค้นเรื่องราวประหลาดนี้ เพราะดูเหมือนจะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ด็อกเตอร์สติเฟื่อง (สมเล็ก ศักดิกุล) ที่ชอบนักชอบหนากับการประดิษฐ์ทดลอง และดัดแปลงของแปลกประหลาด กับ ลูกสาวด็อกเตอร์ คนเก่ง แสนซนและน่ารัก (ดลรส เดชะประทุมวัน)


และเขาต้องหลบเลี่ยงจากการเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน และหนีการตามล่าจากทางการที่จะนำตัวเขามาสอบสวนข้อเท็จจริง ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องแปลงตัวเข้าร่วมงานคอนเสิร์ต OTOB (One Tambol One Band – หนึ่งตำบลหนึ่งวงดนตรี) เพื่อเข้าร่วมประกวดวงดนตรีตามที่เขาใฝ่ฝัน และช่วยเหลือนางในฝันอย่างแลมมี่ที่กำลังจะถูกคุกคามจากเด็กพันธุ์ประหลาดด้วย

ในหนังเรื่องนี้เป็นการให้คนดูได้เห็นว่าพระเอกได้เจอกับเรื่องราวที่วุ่นวายมากมายที่คาดไม่ถึงเลย สิ่งที่สุทินฝันไว้ก็เกิดเป็นไปตามความฝันของเขา และเรื่องที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นเพราะมีผู้หญิงหลายคนที่ท้องขึ้นมาพร้อมๆกันในคืนเดียวและคลอดออกมาในเช้าวันต่อมา และที่น่าตกใจก็คือหน้าตาของเด็กที่คลอดมาเหมือนสุทินทุกคนและก็โตได้รวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่วันด้วยเป็นวัยรุ่นเลย ที่แปลกไปอีกก็คือทุกคนที่เกิดมานั้นได้มาคลั้งไคล้ ในตัวแลมมี่ กันทุกคนเลย ที่เหมือนกับสุทินที่ก็ชื่นชอบและคลั้งไคล้ในตัวแลมมี่มากไม่แพ้กัน

และขณะเดียวกันตัวของสุทินต้องออกสืบค้นเรื่องราวประหลาดนี้ เพราะน่าจะมีเพียงสุทินคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ โดยได้รับความช่วยเหลือจาก ด็อกเตอร์สติเฟื่อง (สมเล็ก ศักดิกุล) ที่ชอบนักชอบการประดิษฐ์ทดลอง และดัดแปลงของแปลกๆประหลาดๆ กับ ลูกสาวด็อกเตอร์ คนเก่ง แสนซนและน่ารัก (ดลรส เดชะประทุมวัน)

เขาต้องหลบเลี่ยงจากการเป็นคนดังเพียงชั่วข้ามคืน และหนีการตามล่าจากทางการที่จะนำตัวเขามาสอบสวนข้อเท็จจริง ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องแปลงตัวเข้าร่วมงานคอนเสิร์ต OTOB (One Tambol One Band – หนึ่งตำบลหนึ่งวงดนตรี) เพื่อเข้าร่วมประกวดวงดนตรีตามที่เขาใฝ่ฝัน และช่วยเหลือนางในฝันคือแลมมี่ที่กำลังจะถูกคุกคามจากเด็กพันธุ์ประหลาดนั้นด้วย

หนังเรื่องนี้คนดูทุกคนดูเสร็จคงคิดไม่ต่างกันว่า คิดได้ไง เป็นไปไม่ได้อย่างแรงกับความเป็นจริง เกือบทั้งเรื่อง อย่างเช่นการช่วยเหลือตัวเองของสุทินในที่ที่มีผู้คนมากมายแล้วอสุจิของเขาก็หลุดไปผสมพันธุ์กับหญิงได้ทั้งเมืองและก็ท้องกันหมดทำอย่างกับสุทินเป็นดอกไม้เลยเกสรตังผู้ปลิวไปเจอดอกตัวเกสรตัวเมียก็เกิดเป็นการผสมพันธุ์กันได้เลยเหลือเชื่อจริงๆจินตนาการของคนทำหนังนั้นต้องยอมรับว่าสูงทีเดียวและยังมีแบบสิ่งผิดปกติอีกเด็กที่ออกมามีใหญ่โตเหมือนหนังที่เราเคยดูตอนเด็กๆพวกก๊อตซิล่าที่มาถล่มเมืองอีกด้วยดูก็ทำให้ขำดีคิดว่าถ้าเรื่องจริงเป็นไปอย่างหนังคงจะแย่กันแน่เลย

ด้านนักแสดงที่ได้รับบทมา สุทิน ที่ ลีโอพุฒ มาเล่น ก็ไม่เนียนเท่าไหร่อย่างเช่นภาษาในการพูด ฟังดูแปลกๆ การเล่นบทในการแสดงความต้องการทางเพศนั้นก็ดูทำได้ดี ด้าน”แลมมี่” (ผิง-พิมพาภรณ์ ลีนุตพงษ์) ก็แสดงเหมาะดีสาวสวยน่ารักสมบทดีกับที่ได้รับ เรื่องนี้การใช้ CG ก็ยังถือว่าไม่เนียนเท่าไหร่นักอย่างหน้าเด็กที่เล่นออกมาไม่เหมือนกัน เท่าไหร่พอดูออกได้ว่าไม่เหมือนหน้าสุทินเท่าไหร่นักตัวละครคนอื่นก็เล่นได้ตลกดีอาจมีฝืดๆบ้างแต่ก็ไปได้ คิดว่าเป็นหนังที่คนดูไม่ต้องคิดไรมากแค่สนุกๆอย่างเดียวบอกว่าตลกหลุดๆไปเลย เรื่องนี้ได้ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา มากำกับ จากผลงานกำกับเรื่อง ขุนกระบี่ผีระบาด มาแล้ว

คิดว่าหนังทุกเรื่องที่ทำออกมานั้นก็ต้องมีจุดประสงค์ทุกเรื่องที่อยากสื่อให้คนดูได้เห็นแต่ก็จะต่างกันที่เรื่องไหนให้อะไรกับคนดูและจะเอาไปปรับใช้กับชีวิตของเรายังไงดี เรื่องนี้คิดว่าน่าจะเหมาะกับวัยรุ่นเพราะเป็นวัยที่กำลังคะนองในความคิดความฝันทำให้แสดงออกมาเป็นการกระทำก็ลองไปหาดูกันเพื่อจะได้อะไรกลับมาใช้กับชีวิตเราบ้าง