เมล์นรก หมวยยกล้อ การเดินทางของคน (จิต) ป่วยในเมืองป่วน

Home / วิจารณ์หนัง / เมล์นรก หมวยยกล้อ การเดินทางของคน (จิต) ป่วยในเมืองป่วน

หนังจอกว้าง – ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

“เมล์นรก หมวยยกล้อ” บอกเล่าเรื่องราววุ่นๆ ที่เกิดขึ้นในวันสงกรานต์ เมื่อ ‘เฮียหลา’ (เทพ โพธิ์งาม) พนักงานขับรถโดยสารเจ้าอารมณ์สาย 39 รังสิต-สนามหลวง ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพนักงานเก็บค่าโดยสารหรือกระเป๋ารถเมล์

ผู้มีอุปนิสัยยียวนกวนโมโหชื่อ ‘โก๋’ (“โน้ส” อุดม แต้พานิช) ทั้งคู่ต่างไม่สบอารมณ์ที่ต้องมาทำงานด้วยกันในวันหยุด ซึ่งเป็นวันที่คนอีกค่อนประเทศต่างสนุกสนานกับการเล่นสาดน้ำในวันสงกรานต์…รถเมล์สาย 39 วิ่งออกจากท่า แวะจอดรับ-ส่งผู้โดยสารมาตลอดทาง ในขณะที่คนขับกับกระเป๋าก็ทะเลาะกันมาตามปกติ และในระหว่างรถติดไฟแดง ‘เฮียหลา’ เกิดมีปากเสียงกับก๊วนเด็กวัยรุ่นที่เผลอขับรถปาดหน้าสาดน้ำคนที่ป้ายรถเมล์ แล้วเลยเถิดจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ ถึงกับขับรถเมล์ไล่กวดโดยไม่ยอมจอดป้ายส่งผู้โดยสารที่ชื่อ ‘ทรัพย์’ (“กิ๊ก” เกียรติ กิจเจริญ) พนักงานรักษาความปลอดภัยที่เตรียมเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดไปพบหน้าลูกเมีย จนเกิดการต่อล้อต่อเถียงกันขึ้น และในที่สุด ‘ทรัพย์’ ก็ควักปืนออกมาจี้ สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้ผู้โดยสารคนอื่นๆ บนรถ ไม่ว่าจะเป็น ‘เจ๊ผ่อง’ (“จิ๊ก” เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) แม่ค้าปากตลาดที่หิ้วของพะรุงพะรังเตรียมเอาไปขายที่ตลาด ‘ดอน’ (คมสัน นันทจิต) ชายหนุ่มโรคจิตที่ชอบแต๊ะอั๋งหญิงสาวบนรถเมล์ ‘ติ๊ก’ (“อ้น” ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) หญิงท้องแก่ใกล้คลอดที่มาพร้อมกับ ‘ซ้ง’ (ธีระธร สิริพันธ์วราภรณ์) สามีขี้บ่นผู้ชอบดุด่ากล่าวภรรยา ‘ปลา’ (“เฟรช” อริศรา วงษ์ชาลี) สาวสวยหุ่นดีแต่งตัวเซ็กซี่ที่ถูกมองว่าเป็นหมอนวด ทั้งๆ ที่เธอหนีฝรั่งที่ตามไล่จีบขึ้นมาบนรถเมล์แท้ๆ และ ‘สวย’ (“อิม” อชิตะ สิกขมานา) หญิงสาวหน้าตาดี ที่ควงคู่มากับทอมบอย

เรื่องวุ่นๆ ตามมาไม่หยุดเมื่อ ‘หมวย’ (“เฟิร์น” พิมพ์ชนก พลบูรณ์) แฟนสาวของ ‘โก๋’ โทรศัพท์ตามจิกให้ไปพบพ่อแม่ของเธอ ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดให้ได้ แม้เขาจะพยายามอธิบายให้เธอเข้าใจว่ารถเมล์กำลังถูกจี้ก็ตาม แต่เธอไม่สน…เหตุการณ์เริ่มต้นจาก รปภ.คนหนึ่งชักปืนขึ้นมาแค่หวังขู่ให้คนขับรถเมล์จอดป้ายเท่านั้น แต่กลับบานปลายรุนแรงเข้าขั้นวิกฤติ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดสงสัยขี่มอเตอร์ไซค์ออกไล่ตาม รปภ. ‘ทรัพย์’ กลัวความผิด จึงบังคับให้ ‘เฮียหลา’ ขับรถเมล์ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง ในขณะที่ ‘ติ๊ก’ เจ็บท้องใกล้คลอด ‘สวย’ ปวดอุจจาระสุดจะกลั้น จนผายลมส่งกลิ่นเหม็นไปทั้งรถ ‘เจ๊ผ่อง’ ทะเลาะกับ ‘ปลา’ ไม่เลิกและโมโหจนคุมสติไม่อยู่ ‘ดอน’ กับ ‘ซ้ง’ ต่างมีปากเสียงเรื่องหาทางขโมยปืนจาก ‘ทรัพย์’ ขณะที่ ‘หมวย’ ก็กระหน่ำโทรศัพท์ตาม ‘โก๋’ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาแอบปันใจไปมีคนอื่น

ความท้าทายของผู้กำกับ “เรียว” กิตติกร เลียวศิริกุล คือทำอย่างไรที่จะดึงคนดูให้ติดตามเรื่องราวไปได้ตลอด ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ในหนังทั้งหมดเกิดขึ้นบนรถเมล์เพียงคันเดียวกับคนอีกไม่กี่คน แต่บทหนังที่วางสถานการณ์ต่างๆ ไว้สอดคล้องกันอย่างพอเหมาะพอเจาะ ตลอดจนสร้างเงื่อนไขให้คนดูได้ลุ้นระทึกตาม โดยไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดจะลงเอยอย่างไร และที่สำคัญมันถูกควบคุมไว้ในมือผู้กำกับที่รักษาระดับความเข้มข้นของอารมณ์ในหนังได้อย่างเหมาะสม รู้จักจัดวางน้ำหนักของตัวละครได้อย่างถูกที่ถูกเวลา อีกทั้งยังคุมประเด็นและเนื้อหาเรื่องราวได้อยู่หมัดไม่เถลไถลออกนอกเส้นทาง อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังของดาราที่กลับมาโชว์ฝีไม้ลายมือทางการแสดงได้อย่างสวยงามของ ‘ซูโม่กิ๊ก’ เกียรติ กิจเจริญ หลังห่างหายจากหนังเรื่องสุดท้าย “บุญชู 8 เพื่อเธอ” (2538) ไปนานร่วมสิบปี และไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมกรรมการ “คม ชัด ลึก อวอร์ด” ถึงเลือกให้ ‘โน้ส’ อุดม แต้พานิช คว้าตำแหน่งนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในปีที่ผ่านมา และถ้า จิม แคร์รี คือดาราที่ใช้กล้ามเนื้อบนใบหน้าได้ดีที่สุด…”อิม” อชิตะ สิกขมานา ก็เป็นดาราไทยที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนสะโพกลงไปได้ดีที่สุดเช่นกัน

รถเมล์-วันสงกรานต์ และการเดินทางของคนจิตป่วย น่าจะเป็นคำจำกัดความสั้นๆ ที่บ่งบอกถึงหนัง

“เมล์นรก หมวยยกล้อ” เพราะผู้โดยสารทุกคนบนรถ ต่างมีปมปัญหาใหญ่บ้างเล็กบ้าง รวมถึงอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟันด้วยกันทั้งสิ้น แม้มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ก็เป็นสิ่งใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน อีกทั้งหนังยังสะท้อนภาพของคนเมืองที่เห็นแก่ตัวใช้ชีวิตไปวันๆ ง่วนอยู่แต่กับการทำมาหากินจนละเลยใส่ใจต่อคนรอบข้าง รวมทั้งมักตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก…ท้ายที่สุด สิ่งที่ตัวละครแต่ละคนต่างค้นพบเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง อาจเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘มิตรภาพ’ ซึ่งแม้จะก่อตัวขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น และไม่ยิ่งใหญ่พอหากคำนึงถึงระยะเวลาที่เกิดเรื่อง แต่อย่างน้อยคนจิตป่วยในเมืองใหญ่บนรถเมล์สาย 39 ทั้งสิบ ก็ได้เรียนรู้ความหมายในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ ทั้งกับคนแปลกหน้าและคนใกล้ตัว แม้สิ่งที่พวกเขาทำในตอนท้ายอาจดูเหมือนการแสดงความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ หรือแท้จริงก็แค่การเอาตัวรอดด้วยวิธีหนึ่งก็ตาม แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงสัญชาตญาณด้านดีของมนุษย์ ที่แม้จะมีทั้งด้านมืดและสว่างอยู่ในตัว แต่ที่สุดแล้วความคิดในการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติสุข ย่อมมาจากการช่วยเหลือโดยไม่ต้องร้องขอ ที่ผุดขึ้นจากมโนสำนึกของคนเราได้เสมอ

ความโดดเด่นของ “เมล์นรก หมวยยกล้อ” คือการได้บทหนังฉลาดๆ มาตกอยู่ในมือของผู้กำกับเก่งๆ (ซึ่งอาจเป็นคนคนเดียวกัน) มีนักแสดงฝีมือเยี่ยมที่มาพร้อมกับการแสดงชั้นยอด ผลลัพธ์ที่ออกมา นอกจากเป็นหนังที่มีความน่าสนใจในเนื้อหาสาระ ตลอดจนประเด็นแฝงเร้นชวนค้นหาแล้ว “เมล์นรกฯ” ยังเป็นหนังดูสนุกที่ลงตัวที่สุดเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว และก็น่าจะติดกลุ่มหนังทำเงินของปีนี้ได้ไม่ยาก ที่สำคัญต่อจากนี้ชื่อของ เรียว กิตติกร จะเป็นอีกหนึ่งผู้กำกับที่น่าจับตามองของวงการหนังไทย ท่ามกลางคนทำหนังที่โดดเด่นในผลงานและแนวคิดซึ่งมีจำนวนเพียงหยิบมือ ณ เวลานี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์