เมล์นรก หมวยยกล้อ : เปิดโลกด้านสว่างของ เรียว-กิตติกร

Home / วิจารณ์หนัง / เมล์นรก หมวยยกล้อ : เปิดโลกด้านสว่างของ เรียว-กิตติกร

หลังจากที่สนุกกับการเปิดโลกด้านมืดของผู้คนมาแล้วจากหนังอย่าง โกล์คลับ เกมล้มโต๊ะ, อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม หนนี้ผู้กำกับฯ เรียว-กิตติกร ขอเปิดโลกด้านสว่างของตัวเองออกมาให้ผู้ชมได้สัมผัสกันบ้าง ด้วยผลงานที่ชื่อหนังชวนให้คิดถึงหนังโป๊ประเภท 5 เรื่องควบ ตามโรงหนังชั้นสองว่า เมล์นรก หมวยยกล้อ

ด้วยชื่อหนังบวกกับ หน้าหนัง ที่มีการชุมนุมนักแสดงตลกคับคั่ง เรื่องเกิดบนรถเมล์ภายในวันเดียว เกี่ยวกับเทศกาลวันสงกรานต์ และเข้าฉายในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ เกือบทำให้ผมไม่นึกอยากดูเสียแล้ว เพราะมันดูเหมือนเป็น หนังตีหัวเข้าบ้าน ที่มากับความฉาบฉวย เพื่อหวัง ตีกิน ให้เข้ากับเทศกาลแค่นั้น

แต่เอาเข้าจริง หนังมาพร้อมกับเจตนาดีที่น่ายกย่อง ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้ว นี่ไม่ใช่หนังมาสเตอร์พีซของเรียว แต่หนังก็มาพร้อมความประทับใจ ที่น่าจะทำให้ผู้ชมรู้สึกดีๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขอีกเทศกาลหนึ่งของชาวไทย ในวันมหาสงกรานต์ปีนี้

ในช่วงวันหนึ่งของเทศกาลแห่งความสุขอย่างวันสงกรานต์ ใครจะคิดล่ะว่า มันจะกลายเป็นวันแห่งฝันร้ายขึ้นมา บนรถเมล์สาย 39 รังสิต-สนามหลวง เมื่อ เฮียหลา (เทพโพธิ์งาม) คนขับปากเสีย ที่ชอบจอดรถไม่ตรงป้าย จนเป็นเหตุให้ ทรัพย์ (เกียรติ กิจเจริญ) รปภ.ขาเป๋ ที่กำลังจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เกิดโมโหควักปืนออกมาขู่ และนั่นเองที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที

โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกบนรถคันนี้ต่างก็ฤทธิ์แรงกันทั้งนั้น ประกอบด้วย โก๋ (อุดม แต้พานิช) กระเป๋ารถสุดกวนทีน ที่แฟนสาววัยรุ่น น้องหมวย (พิมพ์ชนก พลบูรณ์) กำลังรอให้เขากลับบ้านไปเจอหน้ากับพ่อแม่ที่มาดูตัวในวันสงกรานต์, เจ๊ผ่อง (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) แม่ค้าจอมงก และเห็นแก่ตัว, ดอน (คนสัน นันทจิต) จอมหื่น, ปลา (อริศรา วงษ์ชาลี) สาวแต่งตัวโป๊, ติ๊ก (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) กับผัวขี้บ่น ซ้ง (ธีรธร สิริพันธ์วราภรณ์) สองผัวเมียคู่กัด,สวย (อชิตะ ธนาศาตนันท์) สาวตดเหม็นที่กำลังปวดท้องสุดๆ , สาวทอม (อัญชนา เพ็ชรจินดา) ฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลยว่า เหตุการณ์บนรถเมล์มันจะวุ่นวายขนาดไหน ว่าแต่มันจะไปจบลงที่ตรงไหน?

หนังเริ่มต้นด้วยฉากที่ฉายแววฮาเต็มที่ กับการปะทะกันของ เทพ โพธ์งาม กับ โน้ส-อุดม ในบท คนขับรถเมล์ กับ กระเป๋า ที่กวนทีนพอๆ กัน และยิ่งดูน่าจะสนุกขึ้นอีกเมื่อรถเมล์เริ่มออกสตาร์ต และมี เกียรติ กิจเจริญ ขึ้นรถมา และเปิดศึกปะทะคารมกับเทพ โดยมีโน้สเป็นบ่างช่างยุ

แต่แล้วหลังจากนั้นสักพัก หนังกลับดูกร่อยจนเกือบทนไม่ไหว แต่แล้วสถานการณ์กลับมาดีขึ้นอีกครั้งเมื่อป๋าเทพโดนยิง และหลังจากนั้นหนังก็สนุก ชวนลุ้น เดินเข้าสู่ช่วงเก็บคะแนนความประทับใจ และเริ่มส่ง สารแห่งความสุข ให้กับผู้ชม ไปจนสู่ป้ายสุดท้ายที่น่าประทับใจ

เรียว-กิตติกร มีแนวทางการทำงานคล้ายกับ ต้อม-ยุทธเลิศ ในการเป็นนักเฝ้ามองสังคม แล้วหยิบเอาเรื่องราวรอบตัวมาทำเป็นหนัง ในรูปแบบ ความบันเทิงสะท้อนสังคม ในแบบเสียดสี แสบคัน ประชดประชัน

ขณะที่ ของต้อม จะออกแนวเอาการมองโลกในแง่ร้ายมาทำให้กลายเป็นเรื่องบันเทิง ปรุงเป็นหนังตลกร้ายด้วยรสชาติที่จัดจ้าน แสบร้าย แต่ ของเรียว จะเป็นตลกร้ายเช่นกัน แต่จะปรุงรสชาติให้ละมุมละม่อมลงมาหน่อย

และสิ่งหนึ่งที่ทั้งสองมีเหมือนกันก็คือ การไม่ลืมที่จะใส่มุมมองทางสังคมเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้งานของเขาทั้งสอง ไม่ใช่แค่ ความบันเทิงบ้านๆ ทั่วไป

โดยฟอร์มที่ดูเหมือนเป็น หนังง่ายๆ ที่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดียว บนรถเมล์คันเดียว แต่เอาเข้าจริง มันคงไม่ง่ายในตอนลงมือทำ ด้วยสภาพการณ์บีบบังคับ ฉะนั้นนี่จึงเป็นงานที่ พื้นที่บนรถเมล์ เป็นเหมือน เวทีสำหรับให้นักแสดงที่ถูกคัดเลือกมา ให้มาโชว์แอ็กติงกันชนิดใครดีใครอยู่

รายแรก โน้ส-อุดม ตั้งแต่ดูหนังมา นี่เป็นหนังที่ผมชอบเขามากที่สุด เรียว ดึงเอา ด้านที่ใช่ ของเขาออกมาใช้งานอย่างได้ผลเต็มที่ เขาเหมาะมากกับบทที่เหมือนเป็น เด็กชายเกเร กวนทีน ท่าทางไม่ (น่าจะ) รักดี แต่แอบมี มุมดี อยู่ในหัวใจ เขาเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ตั้งใจเล่นมุกจนดูเป็น ดาวตลก ช็อตที่เขาสำนึกได้แล้วยิ้มแบบเขินๆ ตอนที่เกียรติเอ่ยปากชม เขาดูหล่อมากจนคิดว่า ถ้า น้องป๊อป ได้ดู อาจมีสิทธิ์กลับใจ ถ่านไฟเก่าคุแน่นอน

ที่ผ่านมา เกียรติ กิจเจริญ แทบไม่เคยจะได้เล่นบทอะไรที่เปิดโอกาสให้เขาได้เล่น อะไร ที่ลึกซึ้ง และนี่คือโอกาสของเขา ด้วยบท พ่อที่กำลังจะเดินทางกลับไปหาลูกที่ต่างจังหวัด แต่แล้วชีวิตก็เกือบพลิกผันเพียงเพราะความใจร้อนแค่ชั่ววูบ เขาทำให้เห็นถึงคาแรกเตอร์คนดี ที่สถานการณ์ทำให้เขาเกือบเป็นคนเลว ได้อย่างน่าลุ้นและน่าเห็นใจ

เทพ เหมาะมากกับบท คนแก่กวนทีน ที่กวนได้ในทุกสถานการณ์ อิม-อชิตะ ในบทสาวที่กำลังปวดท้องอึ ถ้า โก๊ะตี๋ ยังได้รางวัลจากบทถูกผีหลอกได้ อิม-อชิตะ ก็น่าจะมีสิทธิ์คว้ารางวัลจากบท คนปวดท้องขี้ ได้เช่นกัน นึกไม่ออกว่าถ้าไม่ใช่เธอ จะเอาใครมาแทน ที่จะเล่นบทน่าเกลียดได้น่ารัก เฮฮาเท่าเธอ

เนาวรัตน์ ถือว่าเสมอตัวกับบทแม่ค้าจอมงก แต่น่าเสียดายที่บทเจรจาของเธอ มันไม่ได้บอกเลยว่า เธอห่วงใยการขายของของเธอ บทของเธอจึงเหมือนหอบของขึ้นมาเพื่อให้เป็นไปตามคาแรกเตอร์ที่เซตเอาไว้เท่านั้น, คมสัน นันทจิต ใครหนอช่างเลือกได้เหมาะมาก ที่ให้เขามารับบท ชายหื่น ที่ชอบแอบถูผู้หญิงบนรถเมล์ หลังจากเรื่องนี้ อาจขึ้นรถเมล์ไม่ได้อีกต่อไป, เฟิร์น-พิมพ์ชนก ก็เหมาะมากกับบท เด็กสาวที่ท้องก่อนวัยอันควร ด้วยคาแรกเตอร์แรงๆ วีนๆ อันเป็นคาแรกเตอร์ของเด็กสาวยุคนี้ที่พบเห็นได้ทั่วไป นอกจากนี้ถือว่าเสมอตัว

ท่ามกลางบรรยากาศภาวะโลกร้อน และบ้านเรากำลังร้อนสุดขีดในขณะนี้ และมันส่งผลให้ผู้คนในสังคมให้ดูจะจิตใจร้อนรุ่ม พร้อมที่จะทะเลาะตบตีเข่นฆ่ากันด้วยความรุนแรงกันทุกเมื่อ ดูเหมือนทุกคนจะ ไม่พร้อม ที่จะสื่อสารกันด้วยดี หนังเรื่องนี้บอกให้คุณๆ หันมา เว้นวรรค การใช้อารมณ์และความรุนแรง และหันมา พูดกันดีๆ

ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาวัยรุ่นท้องก่อนวันอันควร, ปัญหาผัวเมียละเหี่ยใจ, ปัญหาชาวบ้านตีกัน ด้วยเรื่องเล็กที่ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ถูกนำเสนอมาแบบรวมฮิตไว้ในเรื่องนี้ทั้งหมด

นี่เป็นหนังที่จะทำให้คุณๆ ได้หมั่นไส้และเห็นใจ คนขับรถเมล์, กระเป๋ารถเมล์ ไปพร้อมๆ กัน จะทำให้คุณเห็นใจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งบุคคลทั้ง 3 กลุ่มนี้ คือ กลุ่มคนที่หมดสิทธิ์สนุก ในวันที่ชาวบ้านทั่วไปเขาสนุกและมีความสุขกันเต็มที่

เมล์นรก หมวยยกล้อ คือหนังโรดมูฟวีสายพันธุ์ไทยแท้ ที่ระหว่างทางอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายแล้ว เมล์นรก คันนี้จะพาคุณผู้ชมไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่าง อบอุ่น อิ่มเอม และมีความหวัง กันทุกคน

ที่มา สยามรัฐ