เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์ ดนตรีไทยในหนัง…จากระนาดโหมโรง สู่ท่วงทำนองกลองมอญ

Home / วิจารณ์หนัง / เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์ ดนตรีไทยในหนัง…จากระนาดโหมโรง สู่ท่วงทำนองกลองมอญ

หนังจอกว้าง
ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

แม้จุดขายของหนังจะช่วงชิงความได้เปรียบ ตั้งแต่การนำเอาสองดาราคู่ขวัญ ‘นุ่น’ วรนุช วงษ์สวรรค์ และ เขตต์ ฐานทัพ มาจับคู่กันครั้งแรกบนจอเงิน หรือการหยิบเอาเรื่องราวอาถรรพณ์ของเครื่องดนตรีปี่พาทย์โบราณ มาเล่าในมุมสยดสยอง

แต่ “เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์” ยังเป็นหนังที่มีงานสร้างอันประณีต และให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การพูดจา สำเนียงภาษาของตัวละคร เสื้อผ้าอาภรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ ตลอดจนเครื่องประดับต่างๆ นานา สมฐานะกับการเป็นหนังย้อนยุคที่ทำได้สมบูรณ์เรื่องหนึ่ง นับจาก “โหมโรง” (2547) เป็นต้นมา

“เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์” เล่าถึงเรื่องราวของสำนักดนตรีปี่พาทย์แห่งหนึ่ง ที่มี ‘ครูด้วง’ (พิศาล อัครเศรณี) เป็นเจ้าของสำนัก และมีกลองเปิงมางศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งเคารพบูชากราบไหว้ของลูกวง…ในระหว่างพิธีครอบครู ‘พิง (เขตต์ ฐานทัพ) ข้าหลวงหนุ่มที่มีใจรักในเสียงดนตรี เดินทางมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์ครูด้วง โดยมี ‘ก้าน’ (สนธยา ชิตมณี) คนตีฉิ่งฝีมือดนตรีไม่เอาถ่านเป็นเพื่อนคอยดูแล…เหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นกับลูกวงครูด้วง เมื่อมือตีเปิงมางคนหนึ่ง เสียชีวิตลงอย่างสยดสยอง หลังแอบขโมยพลอยที่ประดับบนกลองเปิงมางศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่พิง แอบฝึกฝนวิชาตีเปิงมางในเรือนไทยที่ถูกปิดตายท้ายสำนัก โดยมี ‘ทิพย์’ (“นุ่น” วรนุช วงษ์สวรรค์) หญิงสาวลึกลับคอยให้คำแนะนำ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ลงเอยกลายเป็นความรักในที่สุด…

ฐานะวงปี่พาทย์ของครูด้วงเริ่มสั่นคลอน หลังจาก ‘ไผ่’ (ชลัฎ ณ สงขลา) มารับหน้าที่ตีเปิงมางแทนคนเดิมที่เสียชีวิตไป แต่ทว่าฝีมือดนตรีของวงปี่พาทย์กลับตกต่ำลง ข้าหลวงที่คอยอุปการะดูแลความเป็นอยู่ก็ลดจำนวนข้าวปลาอาหาร ทำให้ลูกวงหลายคนอดอยาก และออกหาที่อยู่ใหม่ เช่นเดียวกับ ไผ่ และ ‘ฉาย’ (“ใหม่” สุคนธวา เกิดนิมิตร)นางรำแฟนสาว ที่คิดตีจากไปอยู่กับปลัดเหมือน (อนุสรณ์ เตชะปัญญา) นักเลงปี่พาทย์ ที่เกิดต้องใจเปิงมางศักดิ์สิทธิ์อยากได้ไว้ครอบครอง และใช้อุบาย ตลอดจนอำนาจเงินหว่านล้อม จนในที่สุดลูกวงหลายคนของครูด้วงก็ปันใจย้ายสำนักไปอยู่กับปลัดเหมือน วงปี่พาทย์ครูด้วงใกล้ถึงจุดจบ เมื่อข้าหลวงจัดให้ประชันดนตรีกัน และหากวงของใครเพลี่ยงพล้ำก็จะถูกยุบรวมเข้าด้วยกันเสีย…พิง เข้ามารับหน้าที่ตีเปิงมางคนใหม่ และในเวลาเดียวกันนั้น ลูกวงทรยศของครูด้วง เกิดเสียชีวิตลงอย่างสยดสยอง แต่ในที่สุดปลัดเหมือนก็ใช้อำนาจกระทำการล้มล้างครูด้วงได้สำเร็จ และเตรียมแย่งชิงเปิงมางศักดิ์สิทธิ์ไปครอง แต่ถูกขัดขวางจาก พิงและทิพย์…

“เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์” กล้าที่จะเปิดเผยให้คนดูรู้จักกับตัวละครลึกลับตั้งแต่ฉากแรกๆ ที่เธอปรากฏตัว และถึงแม้เราจะรู้สถานะของเธอก็ตาม แต่ด้วยความที่ผู้กำกับ (ณัฐพีระ ชมศรี-สรัญญา น้อยไทย) พิถีพิถันกับเรื่องของดนตรีไทย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฉากที่ พิง ฝึกฝนตีเปิงมาง หรือฉากดวลดนตรีปี่พาทย์ ซึ่งเน้นที่เปิงมางเป็นสำคัญ แม้อาจไม่เร้าใจเท่าการประชันระนาดใน “โหมโรง” แต่ก็ทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับหนังได้ในระดับหนึ่ง อีกทั้งบทยังกระจายน้ำหนักด้วยการตัดสลับเพื่อบอกเล่าความสัมพันธ์ของลูกวงคนอื่นๆ จึงทำให้ตัวละครอย่าง ทิพย์ ไม่ได้กลายเป็นส่วนเกินของหนังไปแต่อย่างใด หนำซ้ำยังกลับมาใช้ประโยชน์จากการเฉลยสถานะของเธอตั้งแต่แรก อันส่งผลถึงความรู้สึกเศร้าสะเทือนใจในตอนท้าย

ในความเป็นหนังสยองขวัญ นอกจาก “เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์” จะชูประเด็นเรื่องความรักของหนุ่มสาวแล้ว ยังเพิ่มความสะเทือนใจด้วยเรื่องราวความผูกพันระหว่างพ่อลูก, ครูศิษย์, ความรักที่คนคนหนึ่งมีต่อดนตรีไทย รวมทั้งความรักในศักดิ์ศรีของคนผู้ไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจใคร โดยเฉพาะในฉากที่ครูด้วงปฏิเสธที่จะรวมวงปี่พาทย์เข้ากับปลัดเหมือน แม้วงของตนจะอยู่ในช่วงตกต่ำเพียงใด…มองในอีกแง่หนึ่ง น้ำหนักความน่าสะพรึงกลัวของอาถรรพณ์กลองเปิงมางอาจดูจะน้อยไปด้วยซ้ำ แต่ทว่ามันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ดูมีคุณค่า ในแง่ของการเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรมอันดีงาม แม้จะไม่เทียบเท่าการต่อสู้ด้วยอุดมคติอันมุ่งมั่นเช่นใน “โหมโรง” แต่แนวคิดในหนัง “เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์” ก็น่าชมเชยไม่น้อยเช่นกัน

การแสดงของแต่ละคน ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งในหนังที่น่าชื่นชม ความตั้งใจในการสวมบทคนดนตรีไม่ว่าจะมือเปิงมางหรือนางรำของทั้ง ‘เขตต์’ และ ‘นุ่น’ เป็นเครื่องบ่งบอกว่าทั้งคู่เป็นนักแสดงรุ่นใหม่ที่ความสามารถเหล่านี้เอง จะทำให้พวกเขายืนระยะได้ยาวในงานแสดงต่อไป แต่ที่น่าทึ่งคือความเก๋าของนักแสดงรุ่นใหญ่อย่าง พิศาล อัครเศรณี ในบทครูด้วง ที่บอกกับเราว่าอายุงานและประสบการณ์ที่ผ่านมา กลายเป็นความเจนจัดทางการแสดงที่มีฝีมือนั้นยากจะหาใครเสมอเหมือน และที่น่าจับตาก็คือ หนุ่มผิวคล้ำที่ชื่อ สนธยา ชิตมณี ในบทของ ก้าน ที่ฉายแววความสามารถให้เห็น พร้อมกับอนาคตทางการแสดงที่รออยู่ไม่ไกลหากคิดจะเอาดีทางด้านนี้

“เปิงมาง กลองผีหนังมนุษย์” จัดว่าเป็นหนังที่ดีที่สุดของค่ายพระนครฟิล์ม นับตั้งแต่ปี 2544 ที่ค่ายนี้เริ่มทำหนังออกมาให้เราได้ดูกันนับจาก “ผีหัวขาด” (2545) เรื่องแรก จนมาถึงเรื่องขณะนี้ 13 เรื่องเข้าไปแล้ว เปรียบได้กับการเดินทางอย่างโชกโชน มีตั้งแต่หนังที่โกยเงินถล่มทลายกว่า 140 ล้านบาทอย่าง “หลวงพี่เท่ง” (2548) ไปจนถึงล้มลุกคลุกฝุ่นกับหนังอีกหลายเรื่องที่ทำรายได้ไม่กี่ล้าน แต่สำหรับ “เปิงมางฯ” นี่คือหนังที่เชิดหน้าชูตาให้พระนครฟิล์มได้อย่างภาคภูมิ ไม่อายใคร

ที่มาจากหนังสือพิมพ์