Spider-man 3 มนุษย์แมงมุมรับศึกหนัก

Home / วิจารณ์หนัง / Spider-man 3 มนุษย์แมงมุมรับศึกหนัก

Film
ปาเตรัซซี่

เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ฟอร์มยักษ์ที่มักจะจัดฉายช่วงวันแรงงาน สำหรับ ไอ้แมงมุม (Spider-man) ที่ละเลงความสะใจมาแล้วถึง 2 ภาค สำหรับภาค 3 เองก็เช่นกัน นอกจากเหตุผลทางด้านการตลาดแล้ว สไปเดอร์แมนภาคล่าสุดยังต้องรับบทหนักสมกับที่เปิดตัวช่วงวันกรรมกร เพราะไอ้แมงมุมต้องเผชิญศัตรูตัวฉกาจถึง 3 ราย แถมต้องต่อสู้กับก้นบึ้งจิตใจตัวเองอีกต่างหาก

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ (โทบี้ แมคไกวร์) ซูเปอร์ฮีโร่ในคราบช่างภาพฟรีแลนซ์ น่าจะมีความสุขสมเพราะความรักกับแมรี่ เจน วัตสัน (เคียร์สเทน ดันท์) กำลังเบ่งบานจนถึงขั้น เตรียมจะขอเธอเข้าสู่ประตูวิวาห์ ผู้คนในเมืองนิวยอร์กต่างพากันคลั่งไคล้ความเก่งกาจของ สไปเดอร์แมน จนถึงขั้นจะมอบกุญแจเมืองให้ในฐานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ ถ้าหากว่า ปีเตอร์ ไม่หลงระเริงไปกับชื่อเสียงสไปเดอร์แมน จนลืมนึกถึงใจของสุดเลิฟอย่าง แมรี่ เจน

อีกทั้งมนุษย์ทราย (โทมัส ฮาเดน เชิร์ช) อาชญากรร้ายที่สามารถปรับร่างกายได้ทุกรูปแบบดันแหกคุกออกมา แถมเจ้านี่ยังเป็นฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าลุงของปีเตอร์ตั้งแต่ภาคแรก หนำซ้ำ แฮร์รี่ ออสบอร์น (เจมส์ ฟรังโก) หรือ ก็อบลิน จูเนียร์เพื่อนสนิทของปีเตอร์ยังฟื้นความจำกลับมาได้ว่าปีเตอร์ในคราบสไปเดอร์แมนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อเขา ไหนจะมีหนุ่มนิสัยเสียอย่าง เอ็ดดี้ บร็อค (โทเฟอร์ เกรซ) มาประกาศแย่งชิงตำแหน่งช่างภาพประจำหนังสือพิมพ์เดลี่ บูเกิ้ล กับปีเตอร์ จนสุดท้ายก็กลายเป็นอสูรกายวีน่อมไปซะ

เมื่อต้องเจอทั้งศึกนอก ศึกในแบบนี้ สสารประหลาดที่ร่วงหล่นมาจากนอกโลกจึงตรงเข้าครอบคลุมด้านมืดในจิตใจของสไปเดอร์แมน จนทำให้ไอ้แมงมุมภาคนี้รูปร่างดำทมึน มีฤทธิ์เดชร้ายกาจขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับความผยอง เย่อหยิ่งอย่างน่าหมั่นไส้

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ศัตรูตัวฉกาจที่ดาหน้าเข้ามาในภาคนี้ กลับเป็นตัวกระจายความสนุกของเรื่องไปเสียอย่างนั้น

ด้านมืดของสไปเดอร์แมนที่แอนตี้ความสมบูรณ์แบบของฮีโร่อเมริกัน แม้จะแสดงให้เห็นว่าปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เด็กหนุ่มจนๆ ที่ต้องมารับอำนาจอันยิ่งใหญ่มีพัฒนาการที่น่าชังอย่างไร มิติความลึกของปีเตอร์กลับไม่กลมกลืนกับเรื่องราวอย่างที่ควรจะเป็น เช่นเดียวกับความรักสี่เส้าระหว่างปีเตอร์ แมรี่ เจน แฮร์รี่ พ่วงด้วย เกวน สเตซี่ (บรีซ ดัลลาส ฮาเวิร์ด) เพื่อนวัยเรียนผู้มาตกหลุมรักปีเตอร์ที่สอดแทรกมาเป็นระยะ เหล่านี้ล้วนขาดความกลมกล่อมจนอดคิดไม่ได้ว่า ตัวละครอย่างหนูเกวนที่มีความตรึงตราในภาคการ์ตูนถูกดัดแปลงจนกลายเป็นตัวประกอบที่ดูน้ำเน่าอย่างไรพิกล

อย่างไรก็ตาม ฉากบู๊จุดขายของเรื่องก็ไม่ได้สร้างความผิดหวัง เทคนิคด้านภาพยังคงตระการตา น่าตื่นใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะการโหนใยแมงมุมแกว่งไกวไปทั่วเมืองนิวยอร์ก เกาะเกี่ยวตึกสูงระฟ้า เป็นนิวยอร์ก sight seeing ฉบับจอใหญ่ได้เลยทีเดียว

และปรัชญาสอนใจเด็กยังคงมีให้เด็กๆ สัมผัสอยู่เช่นเคย นอกเหนืออำนาจยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งแล้ว นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การให้อภัยเป็นสิ่งที่ล้ำค่าขนาดไหน และถ้าจะลองให้อภัย แซม ไรมี่ ผู้กำกับผู้ต้องรับภาระถ่ายทอดเรื่องราวซับซ้อนขึ้นกว่าภาคก่อนๆ (และตัวละครมากมายกระจายบทกันให้ทั่ว) สไปเดอร์แมนภาคนี้ก็ยังเป็นหนังแฟรนไชส์สมราคาอยู่แหละ

ที่มา เสาร์สวัสดี
http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/