Protege สุดท้ายแค่ว่างเปล่า

Home / วิจารณ์หนัง / Protege สุดท้ายแค่ว่างเปล่า

ว่ากันว่าชัยชนะที่แท้ของมนุษย์นั้น คือการชนะใจตัวเอง

เพราะกว่าที่จะชนะความรู้สึกที่คอยกัดกร่อนจิตใจยามอ่อนล้า อย่างความอ่อนแอ ท้อถอย หดหู่ หมองเศร้า และพยายามฮึดขึ้นสู้นั้น จะต้องใช้ทั้งแรงใจและความพยายามไม่น้อยเลย

และถึงหลายคนจะเบิกบานเอิบอิ่ม เมื่อได้ลองลิ้มรสชาติแห่งความมีชัย แต่บางคนกลับสะดุดหินก้อนใหญ่จนล้มกลิ้งโคโร่ ก่อนจะถึงเส้นชัยอย่างน่าเสียดาย

Protege เล่าเรื่องเรื่องราวของนักสืบยาเสพติดหนุ่ม นิค (แดเนียล วู) ที่ปลอมตัวเข้าไปเป็นมือขวาของพ่อค้าเฮโรอีนรายยักษ์ของฮ่องกง จง (หลิว เต๋อ หัว) 8 ปีของการปลอมตัว เขาได้เผชิญทั้งความหลอกลวงสิ้นหวังในวังวนของยาเสพติดและอาชญากรรม ระหว่างนั้นนิคได้พบกับ เจน (จาง จิง ชู) แม่หม้ายลูกติดที่ตกเป็นทาสยาเสพติด เช่นเดียวกับสามี (กู่ เทียน เล่อ) ที่ทิ้งเธอไป

ความจริงอันโสมมของวงการเฮโรอีน ทุกความผิดต้องชดใช้อย่างสาสม นิคเลยต้องตัดสินใจครั้งอันตราย ที่อาจนำเขาไปเผชิญกับสิ่งเลวร้ายกว่าปีศาจ

มองเผินๆ จากใบปิด ที่ระบุว่าเป็นหนังแนวทริลเลอร์-อาชญากรรม ก็คิดว่า Protege เป็นหนังฮ่องกงประเภทมาเฟียปะทะตำรวจอีกเรื่องหนึ่ง ที่มีแก่นหลักคือความขัดแย้งในใจของตัวเอก ที่จะต้องเลือกระหว่างบุญคุณ ความผูกพัน และความถูกต้อง

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ภายใต้ข้อขัดแย้งที่ดูธรรมดานี้ รายละเอียดของหนังกลับมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร

เอ๋อ ตง ซิน (ผู้กำกับฯ) ได้พยายามตีแผ่เบื้องหลังของวงการค้าเฮโรอีนแบบสุดสุด พิสูจน์ได้จากเรื่องราวในหนังที่ล้วงลึกถึงแหล่งกำเนิด เส้นทางการลำเลียง และวิถีชีวิตของเจ้าพ่อยาเสพติดในทุกเม็ด แต่บางครั้งความพยายามก็มากเกินไป

และอะไรที่มากก็ไม่ได้แปลว่าดี เพราะนั่งๆ ดูไปในบางฉาก เอ๋อ ตง ซิน ก็ให้เฮียหลิวบรรยายอย่างเพียบ ไม่เนียนกับเนื้อเรื่องที่กำลังเข้มข้นเอาซะเลย เล่นเอาเสียอรรถรสไปหน่อย เพราะนึกว่ากำลังดูสารคดียาเสพติด

ถึงจะเซ็ง (แบบแอบขำ) ไปบ้างนิดหน่อย แต่ในภาพรวมแล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่หลายเสียงจะชื่นชม แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าใครหวังจะไปดูบทบู๊สนั่นหวั่นไหวแบบลูกปืนวิ่งสวนทางกันละก็ ลืมไปได้เลย

เพราะความพิเศษของ Protege คือดราม่าที่เข้มข้นกดดัน และสร้างอารมณ์สะเทือนใจให้คนดูแบบสุดสุด ตัวละครแต่ละตัวมีบาดแผลซ่อนลึกอยู่ในใจ ทั้งรัก โลภ โกรธ หลง ปะทะกันอยู่ในวังวนของห้วงอารมณ์ ที่ลงเอยด้วยคราบน้ำตาและความเสียใจ

นอกจากเนื้อเรื่องดีๆ แล้ว อีกส่วนสำคัญที่ทำให้เรื่องราวบีบคั้นน่าติดตามก็คือ บทบาทของตัวละครแต่ละตัว ที่ร้อยเรียงเรื่องราวให้โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น เหยื่อที่ต้องทนอยู่กับนรกอย่างเจน คราบน้ำตาบนความใสซื่อจากลูกสาวตัวน้อยของเจน (เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ฝีมือน่าประทับใจจริงๆ) และความเป็นปุถุชนที่เต็มไปด้วยปมในจิตใจของนิค โดยเฉพาะเจ้าพ่อยานรกสีขาวอย่างเฮียจง ซึ่งลบภาพพจน์ของเจ้าพ่อที่มีมือปืนหน้าโหดตามหลังซัก 10 คนได้อย่างสิ้นเชิง หลิว เต๋อ หัว สามารถถ่ายทอดความเลวร้ายในจิตใจ อำนาจ และความน่าสะพรึงกลัวผ่านภาพของอาแป๊ะวัยกลางคน อารมณ์ดี แต่ขี้โรค ได้แบบตีบทแตกและแสดงถึงความจริงแท้ในสังคม

เพราะในความเป็นจริงแล้ว เจ้าพ่อแบบที่หนังหลายเรื่องพยายามชี้ชวนให้เห็นนั้น เป็นเพียงภาพแทนที่สร้างขึ้นมา ใครจะรู้ บางทีชายท่าทางใจดีหรือป้าแก่ๆ ที่เพิ่งจะเดินสวนไปนั้น อาจเป็นผู้ร้ายฆ่าคนหรือแม่เล้าตัวเอ้ก็เป็นได้

และคำที่จงแก้ตัวอยู่เสมอว่า เขาไม่เคยบังคับให้ใครมาเสพ และใครที่โง่มาเสพก็สมควรตายไปจากโลกใบนี้ ก็เสมือนแทนปากเสียงของหลายๆ คนที่ไม่เคยมองเห็นความผิดของตนนั่นเอง

แต่ไม่ว่าจะแก้ตัวมากน้อยแค่ไหน พยายามเพื่อชัยชนะเพียงใด สุดท้ายแล้วที่ได้รับเหมือนกันคือ ความว่างเปล่านั่นเอง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์