Night Time Picnic การเดินทางของเข็มนาฬิกา

Home / วิจารณ์หนัง / Night Time Picnic การเดินทางของเข็มนาฬิกา

หลายคนไม่เคยรู้ตัวเลยว่า ได้กลายเป็นหนุ่มเป็นสาว หรือเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งก็อาจเป็นเพราะพวกเขาไม่เคยมีโอกาสได้หยุดมองรอยต่อของวัยเหล่านั้น

ถ้าไม่เรียนไม่เล่นจนเพลินไปเสียก่อน เหตุผลของการพลาดโอกาสเช่นนั้น ก็คงหนีไม่พ้นความยุ่งเหยิงในชีวิต ในวาระที่ต้องขวนขวายหาสถานที่ศึกษาต่อ หรือไม่ก็มัวแต่กระเสือกกระสนหางานทำหลังเรียนจบ

รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นหนุ่มสาวมหาลัย หรือไม่ก็เป็นผู้ใหญ่ในคราบมนุษย์เงินเดือนไปเสียแล้ว

ทว่า ตัวละครในภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง “Night Time Picnic” ไม่พลาดโอกาสนั้น โดยพวกเขาเลือกที่จะเข้าร่วมประเพณีเดินเท้าเป็นระยะทาง 80 กิโลเมตรของโรงเรียน ก่อนที่พวกเขาจะจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ซึ่งทุกก้าวย่างที่เดิน ไม่ได้แค่พาเด็กหนุ่มสาวอย่าง “ทากาโกะ” (มิกาโกะ ทาเบะ), “ยู” (ทาคุยะ อิชิดะ) และเพื่อนๆ เคลื่อนตัวจากสถานที่หนึ่งไปสถานที่หนึ่งเท่านั้น หากยังพาพวกเขาก้าวข้ามจากเวลาหนึ่งไปสู่อีกเวลา ดุจเดียวกับการเดินของเข็มนาฬิกาอีกด้วย

“การที่เราได้เห็นทุกวินาทีกลายเป็นอดีต ทำให้เรารู้ว่าทุกอย่างจะไม่หวนมาอีกแล้ว”เด็กหนุ่มคนหนี่งพูดกับเพื่อนรัก หลังจากที่พวกเขาได้เดินทางข้ามวันและคืน ผ่านจุดแล้วจุดเล่ามาแล้ว

“นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้นั่งที่นี่ มองภาพตรงหน้า จากมุมนี้”

เพราะพรุ่งนี้ หรือวินาทีต่อไป จะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกแล้ว สำหรับเด็กมัธยมปลาย ไม่ใช่แค่หน้าของเพื่อนร่วมชั้นเรียน และร่วมกินร่วมเที่ยวเท่านั้นที่จะเปลี่ยนไป เพราะแม้แต่ “หน้าตา” ของพวกเขาเองก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วด้วย

จากที่เคยเป็นผ้าที่มีสีขาวเป็นส่วนประกอบใหญ่ (เหมือนกับสีชุดที่พวกเขาสวมใส่ยามออกเดิน) พวกเขาก็จะกลายเป็นผ้าที่มีสีอื่นมาแต่งแต้ม ซึ่งหนังก็ไม่ได้เน้นความเป็นไปหลังการเปลี่ยนสีของผ้าเหล่านี้ หากเลือกที่จะนำเสนอปัจจุบันขณะของพวกเขาก่อนที่จะมีความเปลี่ยนแปลงมากกว่า

หนังบอกเราว่า วัยของพวกเขาคือวัยแห่งความไม่ชัดเจน หลายคนไม่รู้ว่าอะไรควรเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต พวกเขาบางคนจึงเลือกจะจัดเรื่องลดความอ้วน และการพยายามดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้ามไว้เป็นอันดับหนึ่ง

อีกทั้งช่วงอายุของหนุ่มสาวกลุ่มนี้ ยังเป็นวัยแห่งจินตนาการ เห็นอะไรเล็กๆ น้อยก็สามารถนำมาสานต่อเป็นเรื่องแต่งอันบรรเจิดได้

นอกจากนี้ วัยรุ่นยังเป็นวัยอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าเรื่องนั้นๆ ผู้ใหญ่จะขยันปิดบังกันเหลือเกินก็ตาม ซึ่งบางเรื่องพวกเขาได้รู้แล้วก็ว่าแค่งั้นๆ ในขณะที่บางความลับ เปิดเผยออกมาที ก็ทำเอาใครบางคนตั้งตัวแทบไม่อยู่ เหมือนอย่างเด็กสาวคนหนึ่ง ที่จู่ๆก็ได้รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเพื่อนชายร่วมชั้นเรียนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เมื่อเดินทางมาถึงจุดหมาย เด็กหนุ่มสาวบางคนก็ตกผลึกทางความคิดจนสามารถจัดการกับความสับสนของตัวเองได้ ในขณะที่บางคนก็ยังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเดิมๆราวกับเด็กไม่รู้จักโต ถึงอย่างนั้น ก็ยังพูดได้ว่าทุกคนที่ร่วมเดินทางได้ก้าวมาสู่อีกหนึ่งหลักชัยของชีวิตแล้ว

แต่ต่อให้เดินมาแล้วหลายพันหลายหมื่นก้าว เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ในการเดินทางครั้งต่อไปอยู่ดี เพราะชีวิตของพวกเขายังไม่สิ้นสุด และยังมีอีกหลายหลักชัยเหลือเกินที่รอให้พวกเขาเดินไปถึง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์