พลอย (ฉบับพิเศษ)

Home / วิจารณ์หนัง / พลอย (ฉบับพิเศษ)

คอลัมน์ หนังเด่น

ผมอยากเรียก “พลอย” ฉบับที่เพิ่งได้ดูไปว่าเป็น “พลอย ฉบับพิเศษ”

โดยผมได้ดูหนังเรื่องนี้ในการฉายรอบพิเศษ และเป็นการจัดฉายอย่างไม่เป็นทางการ (ไม่เป็นทางการถึงขนาดหลายคน รวมทั้งผู้กำกับฯ และทีมงานบางคนนั่งดูที่พื้น)

ซึ่งผมถือว่าเป็นการดูแบบพิเศษจริงๆ และไม่เคยดูแบบนี้มานานแล้วครั้งสุดท้ายที่ได้ดูรอบพิเศษ ลักษณะนี้น่าจะเป็น “จัน ดารา” แต่ว่าครั้งนั้นเป็นรอบพิเศษที่ค่อนข้างเป็นทางการ

นอกจากถือเป็นเกียรติที่ได้รับเชิญแล้ว เหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้ผมต้องบุกฝ่ากองทัพรถเข้าไปดูก็คือความเชื่อที่ว่าหนังที่ผมจะดูน่าจะมีลักษณะ “พิเศษ”

“พิเศษ” เพราะเป็นผลงานของผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง สร้างงานที่มีลักษณะเฉพาะตัวและเข้าใกล้กับความเป็นศิลปะมากที่สุดคนหนึ่ง

และผมยังเชื่อว่าหนังเรื่อง “พลอย” ที่ได้ดูน่าจะมีลักษณะพิเศษ ซึ่งแตกต่างไปจาก “พลอย” ที่จะเข้าฉายตามโรงทั่วไป

หลังจากได้ดูหนัง ถ้าถามกันตรงนี้ เวลานี้ ผมคิดว่ามีโอกาสอย่างมากที่หนังของเป็นเอก รัตนเรือง จะถูกตัดอย่างน้อย 3 ฉาก แม้ไม่ถึงขั้นตัดออกทั้งฉากแต่คาดว่าบางส่วนบางช็อตน่าจะถูกตัด

ด้วยมาตรฐาน (หรือไม่มีมาตรฐาน?) การตรวจพิจารณาหลายกรณีที่ผ่านมาผมจะแปลกใจมากหากหนังเรื่องนี้สามารถเสนอฉายโดยไม่ถูกตัดทอนแม้แต่เฟรมเดียว

ผมคงไม่กล่าวถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใดบางคนจึง (คาดว่า) น่าจะต้องการให้ตัดบางส่วนออก แต่อยากกล่าวถึงสิ่งซึ่งสำคัญกว่า นั่นคืออะไรที่จะทำให้ไม่ต้องตัดบางส่วนนั้น

คือผมเชื่อว่าบางคนมีเหตุผลที่จะตัดหนังเรื่องนี้ (อยู่แล้ว) แต่ผมอยากแสดงเหตุผลที่ไม่ควรตัดหรือไม่น่าจะตัด

แน่นอนว่าการให้เห็นหน้าอกของผู้แสดงหญิงและฉากการร่วมรักที่ถูกนำเสนออย่างเชื่องช้าและกินเวลานานอาจทำให้บางคนแทบสิ้นสติ แต่ผมอยากชี้ให้เห็นว่าฉากดังกล่าวนั้นมีลักษณะอย่างไรในทางภาษาภาพยนตร์

ผมคิดว่าฉากรักในหนังเรื่องนี้เป็นฉากรักที่ถูกนำเสนอแบบใกล้เคียงกับความฝัน หรือจะเรียกว่าเป็นฉากรักที่มีความเหนือจริงผสมอยู่

ถึงแม้ฉากสถานที่อาจจะเป็นฉากตามบรรยากาศที่เหมือนจริง แต่การให้แสง การใช้เสียง (และไม่ใช้เสียง) และลีลาการบรรยายภาพการกระทำนั้นดูเป็นสไตล์เหนือจริง (เซอร์เรียลลิสม์) อย่างเห็นได้ชัด

และลักษณะการนำเสนอดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับบทสนทนาของตัวละครอีกคนที่บอกว่ามันเป็นความฝัน (ซึ่งผมยังคิดว่าหนังได้เปิดช่องให้คนดูได้ใช้ความคิดว่ามันอาจจะเป็นความฝันจริงๆ ก็ได้)

ที่ผมยกเรื่องฉากเหนือจริงขึ้นมาก็เพราะคิดว่าอย่างน้อยถ้าจะอ้างว่าตัดเพราะฉากดังกล่าวจะไปกระตุ้นให้คนดูกลายเป็นฆาตกรข่มขืนกันหมดก็ให้รู้ว่าตัวแบบหรือตัวกระตุ้นนั้นมันไม่เหมือนจริง”

แต่ถ้าจะตัดด้วยเหตุผลเพราะเห็นนมและคิดว่าอย่างไรก็ให้เห็นไม่ได้เด็ดขาด (เห็นแล้วสังคมจะล่มสลาย?) ผมก็ไม่สามารถทำความเข้าใจอะไรได้อีก

ในแง่ของความเป็นหนัง ผมมองเห็นอารมณ์และบรรยากาศของ “เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล” ผสมผสานกับ “คำพิพากษาของมหาสมุทร”

โดยเฉพาะเรื่องหลังนั้น สามารถเห็นความคล้ายคลึงกันในแง่สถานที่ ซึ่งในเรื่อง “คำพิพากษาของมหาสมุทร” เป็นห้องพักและทางเดินในเรือกับโรงแรม ส่วนใน “พลอย” เป็นห้องและทางเดินในโรงแรม ซึ่งดูแล้วปิดกั้น อึดอัด ไม่มีทางออกและเหมือนมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่

เมื่อพิจารณาอย่างรวดเร็ว “พลอย” มีลักษณะเด่นอย่างน้อย 3 อย่าง

หนึ่ง เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเวลาจำกัด (เช้ามืดจนถึงสายและลงท้ายตอนค่ำ)

สอง เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในสถานที่จำกัด (เกือบทั้งหมดเกิดในโรงแรม)

สาม เล่าเรื่องด้วยบทสนทนาที่จำกัด (บางตัวละครนั้นแทบไม่มีบทพูดเลย อย่างตัวละครที่แสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม มีบทบาทมาก แต่ดูเหมือนว่าจะมีบทพูดแค่ประโยคเดียว)

แต่ที่เด่นที่สุดและสำคัญที่สุด “พลอย” เป็นหนังที่เปิดพื้นที่ให้คนดูได้ใช้ความคิดและจินตนาการ และนำไปสู่การโต้เถียงในประเด็นเกี่ยวกับความดีหรือไม่ดีของหนังได้เป็นชั่วโมง

ซึ่งถือว่าเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของหนังที่ “พิเศษ”

ผู้กำกับฯ – เป็นเอก รัตนเรือง
ผู้แสดง – ลลิตา ปัญโญภาส, พรวุฒิ สารสิน, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม, พรทิพย์ ปาปะนัย

ที่มาจากหนังสือพิมพ์