ชุมทางรถไฟผี การผจญภัยของผองผี

Home / วิจารณ์หนัง / ชุมทางรถไฟผี การผจญภัยของผองผี

หนังจอกว้าง
ณัฐพงษ์ โอฆะพนม



ขณะเดินออกจากโรงหนังหลังดู “ชุมทางรถไฟผี” จบลง ผมบังเอิญไปได้ยินคำสนทนาระหว่างหญิงสาวขาวหมวยนางหนึ่งกับเพื่อนสาวประเภทสองของเธอ และด้วยถ้อยกระทงความน่าเอ็นดู ก็เลยขออนุญาตนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

สาว 1 : “ผิดหวังชะมัด พี่เขตต์ของหนู…ทั้งเรื่องพี่แกเล่นเก๊กหน้าหล่อ ทำมาดขรึมเป็นอยู่อย่างเดียว สู้อุตส่าห์หลงใหลได้ปลื้มมาตั้งแต่เล่นละครอยู่วิกหลายสี ข้ามมาเล่นหนังทั้งที นึกว่าพี่แกจะโชว์พาวว์ทางการแสดงมากกว่านี้…”

สาว (ประเภท) 2 : “นี่! ไม่รู้หรือไงนังชะนี…พี่เขตต์ของเธอไต่เต้ามาจากมิลค์กี้บอยนะยะ หน้าละอ่อน เด้งใสจนแฟนคลับเต็มบ้านเต็มเมืองแบบนี้ จะให้เล่นเป็นผีหน้าเละๆ ได้ยังไง…เอาเหอะน่า มีหนังสองเรื่องเข้าฉายติดๆ กันแบบนี้ คงสมใจอยากพวกชะนีกะอีแอบหรอก”

สาว 1 : “แต่ เอ…สงสัยว่าหมู่นี้กระแสพี่แกจะตกแฮะ ขนาดหนังเพิ่งเข้าโรงได้สามวัน มีหนูกะเจ๊นั่งหัวโด่ดูกันอยู่แถวหลังสุดแค่สองคนอะ…น่ากลัวชะมัด บรื๋ออ…”

สาว (ประเภท) 2 : “ช่าย…ย น่ากลัวกว่าตัวหนังอีก…ยังดีนะ มีพี่นิกกี้กล้ามใหญ่ ทำคอเอียง ตาขวาง เดินยักไหล่ส่ายอาดๆ หยั่งกะพวกแรพเปอร์ตลอดทั้งเรื่อง…ดีนะยะไม่พ่นคำว่า ‘วอทส์ ซัพ แมน?’ ออกมาด้วย…สงสัยจะถ่ายหวิวมากไปหน่อย เลยเล่นแข็งๆ ชอบกล แต่เดี้ยนก็ชอบนะฮ้า…ชอบตรงที่โชว์กล้ามเป็นมัดๆ อะ”

สาว 1 : “ว่าแต่พี่ปอของหนูนี่สิ ช่วยบอกหน่อยเหอะว่า ตกลงในเรื่องแกเป็นอะไรกันแน่ แรกๆ ก็ออกอาการกระตุ้งกระติ้ง เผลอแป๊บเดียวพี่แกแอ๊บแมน ทำหน้าโหดซะนี่…แต่เดี๋ยวเดียวก็กลับมาร้องวี้ดว้ายกระตู้วู้อีกแล้ว”

สาว (ประเภท) 2 : “พี่ปอของเธอก็เป็นลูกน้องหัวหน้าโจรพี่นิกกี้น่ะสิยะ แต่ชั้นว่ากลับไปเป็นวีเจ

อย่างเดิมจะดีกว่า บ้านเอเอฟ 4 กำลังจะเปิดแล้วนะ…พี่วีเจภูมินี่อีกคน ตกลงทั้งเรื่องพี่เอาแต่ร้องเอะอะว่าถูกผีหลอกอย่างเดียวหรือไง ตกลงงานพิธีกรเนี่ยไม่ได้ช่วยส่งเสริมการแสดงบ้างเลยใช่มั้ย”

สาว 1 : “อ้าว ก็เขาเล่นเป็นโจรติดยาไง คนเสพยามากๆ ก็มักจะเพี้ยนแบบนี้แหละ อืม…ว่าแต่ อีตาแจ็ค แฟนฉัน เขามาทำไมง่ะ”

สาว (ประเภท) 2 : “ก็ออกมาบอกว่า กูรำคาญไอ้เพื่อนโจรติดยาไงล่ะ”

สาว 1 : “โห โจรมีคุณธรรม…แล้วคิดได้ยังไง้ ไปปล้นโรงเรียนอนุบาล”

สาว (ประเภท) 2 : “นี่ อย่ามาว่าพี่นิกกี้ของชั้นนะยะ ขนาดตอนพี่แกคิดวางแผนปล้นรถไฟ แกยังบอกว่าแผนแรก คือให้ลูกน้องเฝ้าตัวประกันเอาไว้…”

สาว 1 : “แล้วแผนสอง…แผนสาม ล่ะ”

สาว (ประเภท) 2 : “เอ่อ…ก็ให้เฝ้าตัวประกันเอาไว้ แต่เปลี่ยนคนเฝ้า…”

สาว 1 : “มิน่าล่ะ พี่เขตต์หนูเลยอดโชว์พาวว์เลย เพราะโดนโจรเฝ้าตลอดเรื่องนี่เอง”

สาว (ประเภท) 2 : “อ้าว จำตอนจบไม่ได้เหรอไงยะ ที่พี่แกสู้กับหัวหน้าโจร กระโดดตีลังกาสามตลบใส่เกลียวสี่รอบครึ่ง ถีบเอาซะหน้าหงาย…นี่ถ้าพี่ จา พนม เห็นเข้า อายม้วนเชียวนะยะ”

สาว 1 : “นี่ถ้าพี่แกคิดยังงี้ได้ตั้งแต่แรก คงไม่ถูกจับเป็นตัวประกันหรอกเนอะ”

สาว (ประเภท) 2 : “น่าน…สิ…เออ แล้วยัยชะนีที่ชื่อราตรี ใส่ชุดแดงเดินสวยบนรถไฟตลอดทั้งเรื่องเป็นใครยะ…”

สาว 1 : “หูย…เนี่ย ตัวละครสำคัญเชียวนะเจ๊ เพราะเธอออกมาบอกว่า คนบนรถไฟน่ะ ตายหมดแล้ว…”

สาว (ประเภท) 2 : “แล้วตกลงเธอตายด้วยหรือเปล่า…”

สาว 1 : “ไม่รู้สิ แต่ตอนที่ถูกโจรตบ เห็นเลือดออกกบปากเลยนะ”

สาว (ประเภท) 2 : “ถ้าเป็นคน แล้วหายตัวแว้บไปได้ยังไง”

สาว 1 : “เออ…นั่นสินะ แล้วตกลงที่พระเอกของเราเอาตัวรอดมาได้ในครั้งนี้ เพราะฟังซีดีธรรมะใช่มั้ย…”

สาว (ประเภท) 2 : “ช่าย…ช่าย…ธรรมะชนะอธรรม บอกกันโต้งๆ…สอนกันง่ายๆ ตรงๆ แบบนี้ ไม่ต้องอ้อมค้อมตีความให้ยุ่งยาก”

สาว 1 : “นั่นสิ แล้วทำไมถึงต้องทำหนังให้มันเข้าใจยากด้วย…ว่าแต่ รถไฟขบวนนี้วิ่งไปไหน…จะเป็นรถไฟสำราญ…รถไฟปาร์ตี้ยาอี หรือรถไฟหน้าเทศกาลที่มีผู้โดยสารแออัดยัดเยียด…แล้ว พระเอกเป็นนักแข่งมอเตอร์ไซค์วิบาก เกี่ยวอะไรด้วย…”

สาว (ประเภท) 2 : “ก็หมายถึงวิบากกรรมไงยะหล่อน…นัยสำคัญที่แฝงเร้นเอาไว้ให้ขบคิด”

สาว 1 : “นี่เจ๊กำลังจะบอกว่า หนทางหลุดพ้นวิบากกรรมคือการฟังซีดีธรรมะยังงั้นเหรอ”

สาว (ประเภท) 2 : “ช่าย…ต้องซีดีลิขสิทธิ์เท่านั้นนะยะ แผ่นก๊อบ, เอ็มพี 3, เทปผี-ซีดีเถื่อน ห้ามเด็ดขาด”

สาว 1 : “สุดยอดเลย เจ๊…นอกจากสอนคติธรรม แล้วยังซุกซ่อนประเด็นละเมิดลิขสิทธิ์ให้ตีความกันอีกด้วย…ว่าแต่ โปรแกรมหน้ามีหนังเรื่องไหนให้ได้ประเทืองปัญญากันอีกล่ะเนี่ย”

สาว (ประเภท) 2 : “เวิ้งปีศาจ…เจ๊จองตั๋วล่วงหน้าไว้แล้ว…”

สาว 1 : “ไชโย้…หนังผีอีกแล้ว…”


ที่มาจากหนังสือพิมพ์