28 Weeks Later

Home / วิจารณ์หนัง / 28 Weeks Later

Film
นางสาวรื่นรมย์


หนังภาคต่อจาก 28 Days Later หนังไซไฟสยองขวัญฟอร์มเล็กจากอังกฤษ เมื่อปี 2003 ที่ ผู้กำกับ แดนนี่ บอยล์ ส่งมาเขย่าขวัญด้วยพล็อตไวรัสบุกเกาะอังกฤษ และความสำเร็จของรายได้ทั้งในตลาดหลัก และกลุ่มสาวกหนังโชกเลือด ค่ายหนังฝั่งฮอลลีวู้ดจึงรับช่วงต่อ พัฒนาเรื่องราวสยองขวัญที่มนุษย์เกิดโรคระบาดจากไวรัสตัวร้าย ต้องมีมาตรการตรวจเข้มตัวพาหะนำเชื้อ และมีการฆ่าล้างหมู่บ้านเพื่อกำจัดโรคร้าย ในภาคนี้เดินเรื่องต่อ เมื่อชาวเกาะอังกฤษเริ่มต้นฟื้นฟูประเทศหลังหายนภัยครั้งใหญ่ ในภาคนี้ แดนนี่ บอยล์ไม่ได้มีเอี่ยวด้วย แต่เป็นการกำกับของ ฆวน คาร์ลอย เฟรสนาดินโญ่ จากสเปน ที่เคยฝากผลงานดราม่าเกี่ยวกับคนซื้อขายโชคดีในหนังชื่อ Intacto เมื่อปี 2001

เรื่องราวเริ่มต้นที่บรรดาผู้อพยพหนีภัยในคราวก่อน กลับมารวมตัว ครอบครัวพร้อมหน้าอีกครั้ง แต่สมาชิกคนหนึ่งกลับนำบางสิ่งบางอย่างมาด้วย โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว ไวรัสร้ายยังไม่สาบสูญ และมันกลายพันธุ์เพิ่มความดุร้ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว ไวรัสร้ายควบคุมมนุษย์ ผู้ติดเชื้อกลายเป็นผีดิบสูบเลือดกินเนื้อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และเคลื่อนไหวได้อย่างว่องไวเกินมนุษย์ทั่วไป ค่ำคืนหนึ่งเจ้าซอมบี้ติดไวรัสบุกมาทลายวงอาหารค่ำอันสงบสุข มีเพียงคนเดียวที่หนีรอดมาได้ในเหตุการณ์นั้น

ดอน (โรเบิร์ต คาร์ไลส์ ดาราชาวสกอตต์ แสดง) รอดมาได้ก็จริง แต่เขาต้องทนทุกข์กับความรู้สึกผิด ที่ทิ้งภรรยาไว้เบื้องหลัง พื้นที่สหราชอาณาจักร กลายเป็นเขตกักกันเชื้อโรค ร้อนถึงกองกำลังนาโต นพโดยกองทหารสหรัฐที่ต้องยกทัพมาช่วยกู้ลอนดอน ดอนเป็นหัวหน้าหน่วยเทคนิคด้านพลังงาน เขากับลูกๆ จึงได้กลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ก่อนใครๆ แต่เจ้าหน้าที่การแพทย์ระดับสูงของกองทัพ (แสดงโดย โรส เบิร์น) กลับสงสัยว่าเด็กๆ เหล่านี้มีหน่วยพันธุกรรมที่สามารถต้านไวรัสได้ เธอจึงพยายามเต็มที่ที่จะปกป้องลูกๆ ของดอน เมื่อเกิดไวรัสระบาด

จุดเด่นของหนังที่ถูกจัดเข้ากลุ่มสยองขวัญ ผีดิบซอมบี้ และมีฉากแหวะ (หากคุณไม่ชอบเลือด) มีมุมภาพที่ชวนตื่นตา ด้วยการจัดแสงแบบมืดๆ หม่นๆ ให้อารมณ์ของความน่าหวาดกลัว ขณะที่การตัดต่อที่กระชากและฉับไว เขย่าขวัญผู้ชมได้สมความตั้งใจ

หนังภาคนี้ ได้รับคำชมถึงการเล่าเรื่องที่กระชับ และบรรยากาศสยองขวัญความดิบของมนุษย์ที่กลายเป็นผีดิบ ทิ้งความหดหู่สิ้นหวังในภาวะวันดับสูญของโลก แต่ในภาคนี้ภาพซ้ำและบรรยากาศเดิม การเดินเรื่องตามสูตร อาจจะไม่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากนัก ยกเว้นคนอ่อนไหวที่อาจจะลุ้นระทึก กับการเอาใจช่วยเด็กน้อยสองคนที่หนีการไล่ล่าของมนุษย์ติดไวรัส กลายเป็นผีดิบกินเนื้อคน นอกจากเด็กทั้งสองจะมีความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาเรียกคะแนนสงสารแล้ว พวกเขายังเป็นทางรอดเดียวของมนุษย์ในอนาคต ที่จะค้นพบทางต้านไวรัสร้ายนี้ได้

ความหวาดกลัวของเด็กๆ สั่นสะเทือนอารมณ์คนดูได้ง่ายดาย แต่การแสดงของดาราเด็กหน้าใหม่ทั้งสอง ก็ช่วงชิงความเด่นไปจากดารารุ่นใหญ่ที่เล่นเป็นพ่อของเด็กอย่าง โรเบิร์ต คาร์ไลส์ ที่เคยได้รับการยอมรับว่าเป็น นักแสดงมือดี ของเกาะอังกฤษ โดยเฉพาะจากหนังของแดนนี่ บอยล์ยุคแรกๆ อย่าง Shallow Grave และ Trainspotting หรือบทเด่นใน Angela’s Ash และหนังของเคน โลช อย่าง Carla’s Song แต่คราวนี้ดูเหมือนผู้ชมอเมริกันซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักจะไม่ประทับใจกับสำเนียงสกอตต์ฟังยากของเขาสักเท่าไร

อย่างไรก็ตาม งานด้านภาพที่ทำให้เมืองลอนดอนดูเป็นดินแดนสนธยา และน่าสะพรึงกลัว โดยเฉพาะฉากในอุโมงค์ ที่ชวนให้นึกถึงความหวาดระแวง และภัยที่มองไม่เห็นหลังเกิดเหตุการณ์วางระเบิดรถไฟใต้ดินในชีวิตจริง ได้เช่นกัน

ในตอนที่ แดนนี่ บอยล์ ทำเป็นหนังทุนต่ำ ที่สร้างเสน่ห์ของความหยาบดิบตามสไตล์ที่เข้ากลุ่มหนัง Cult เมื่อหนังถูกฮอลลีวู้ดเอามาทำต่อ งบประมาณที่มากขึ้น เทคนิคย่อมเนียนมากขึ้น สเปเชียลเอฟเฟคท์ก็ถูกใช้มากขึ้น ทำให้หนังมีแอ็คชั่นมากตามไปด้วย สิ่งที่อาจขาดหายไปคือวาระซ่อนเร้น แม้หนังจะแสดงท่าทีโจ่งแจ้งในการพาดพิงถึงประเด็นสงครามอิรัก แต่ยังไม่กินใจสักเท่าไร

ที่มา เสาร์สวัสดี