Lonesome Jim ขี้แพ้-ขี้เหงา-ซึมเศร้า-จิตตก

Home / วิจารณ์หนัง / Lonesome Jim ขี้แพ้-ขี้เหงา-ซึมเศร้า-จิตตก

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู

ใครที่ประทับใจกับหนังดังปากต่อปาก Little Miss Sunshine ที่พูดถึงคนขี้แพ้ หรือ loser ในมุมมองสวยงาม และมีทางออกให้กำลังใจกับเหล่า loser ต้องรู้สึกถึงขั้วตรงข้ามทันทีกับหนัง Lonesome Jim หนังที่พูดถึงคนขี้แพ้เช่นกัน แต่น่าจะเป็นด้านมืดของ Little Miss Sunshine ก็ว่าได้

Lonesome Jim หนังที่ชื่อชั้นบอกกันชัดว่านายจิมคนนี้จะต้องเป็นบุรุษที่โดดเดี่ยว ขี้เหงาเหลือทน

เป็นจริงดังว่า หนังเล่าเรื่องราวของ “จิม” หนุ่มวัยทำงานที่เดินทางจากนิวยอร์กกลับมาตายรังที่บ้านในอินเดียนาแบบหมดอาลัยตายอยากในชีวิต พกมากับบุคลิกขี้แพ้ จิตตก และซึมเศร้าเรื้อรังจากการไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพนักเขียนอย่างที่ตั้งเป้า เขาทำได้แค่รับจ้างจูงหมาเดินเล่น 

หนำซ้ำจิมรู้สึกว่าการเดินทางกลับมาบ้าน อยู่กับพ่อแม่ มองพี่ชายที่ไม่ออกเดินทางไกลอย่างเขาว่าเป็นภาระ และสัญญาณของความล้มเหลว จิมพูดกับพี่ชายที่ไม่สามารถสานต่อความฝันของตัวเองได้สำเร็จ คำพูดของจิมกระตุ้นให้พี่ชายน่าจะหยิบกระเป๋าแพคของออกเดินทางไกลค้นหาความฝัน แต่กลับไปสะกิดต่อมคิดมากกระทั่งพี่ชายตัดสินใจขับรถชนต้นไม้บาดเจ็บแรมเดือน ทั้งยังไปไกลถึงขั้นชวนกิ๊กนางพยาบาลลูกติดหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปสร้างอนาคตที่ดูไม่มีอนาคตที่เมืองอื่น

ไม่พอจิมที่อยากเป็นนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ แรงบันดาลใจของเขาคือ “เออเนสต์ เฮมิ่งเวย์” และนักเขียนแนวสัจนิยมอีกหลายคนที่แปะไว้ข้างฝาห้องก็เหมือนแค่โปสเตอร์ติดผนังธรรมดา เพราะจิมแทบจะไม่หยิบจับปากกามาเขียนอะไรเลย

ความใฝ่ฝันจะเป็นนักเขียนแนวสัจนิยม แต่ตัวเองกลับไม่เข้าใจชีวิตในแบบความเป็นจริงด้วยซ้ำ

จิมจำใจช่วยงานที่โรงงานของแม่ และได้สนิทสนมกับน้องชายพ่อ น่าจะเรียกแบบนี้มากกว่าจะเป็นอา เพราะอาแอบขายยาในโรงงานของแม่ ถึงขนาดใช้ที่อยู่โรงงานแอบส่งยาผ่านบริการเฟดเอ็กซ์จนถูกจับได้ จิมถึงไม่รู้เห็นโดยตรง แต่เหมือนมีส่วนร่วมแบบไม่ตั้งใจกลายๆ

สุดท้ายแม่ในฐานะเจ้าของโรงงานต้องเข้าคุก โดยที่จิมทำได้แค่ไปเยี่ยม!!

เหตุการณ์ทั้งหมดเขม็งเกลียวเข้ามาบรรจบที่ตัวเขาที่เป็นบ่อเกิดของปัญหา แต่เหมือนโชคยังเข้าข้างหนุ่มขี้แพ้ แม่หาวิธีช่วยตัวเองจนได้ประกันตัว–จิมเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อแม่ เขาเคยมองว่าแม่อ่อนต่อโลก แต่เมื่อแม่ต้องเผชิญกับโลกแห่งความจริง แม่กลับพาตัวเองหลุดพ้นได้ ที่สำคัญยังคงมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ต่างกับเขาอย่างสิ้นเชิง

เป็นสิ่งที่จุดประกายให้เขาต้องพยายามเปลี่ยนมุมมองชีวิตใหม่ ฉากที่จิมเป็นโค้ชฝึกบาสเกตบอลให้ทีมนักเรียนที่ไม่เคยชู้ตลูกบาสลงได้เลยซักหนึ่งลูก เขากระตุ้นเด็กๆ ให้กล้าลงไปเล่น แม้แน่ชัดว่าจะแพ้ราบคาบ ก็ขอให้สู้ อย่าวิ่งหนีอย่างเขา

“ไม่มีใครรู้หรอกว่าเรามีความสามารถอะไร และอดีตไม่ใช่ตัวทำนายอนาคตเสมอไป” จิมพูดกับเด็กในทีม

ในที่สุดคนขี้แพ้อย่างเขาก็เลิกเป็นไอ้ขี้แพ้ และเห็นทางสว่างเล็กๆ ในชีวิตขึ้นมา

ที่มาจากหนังสือพิมพ์