พลอย

Home / วิจารณ์หนัง / พลอย

คอลัมน์ หนังเด่น

ผมเขียนวิจารณ์ “พลอย” ไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว โดยตั้งชื่อว่าเป็น “พลอย” (ฉบับพิเศษ)

ในครั้งนั้นค่อนข้างเน้นไปที่การแสดงความคิดเห็นต่อการตรวจพิจารณา ซึ่งคาดว่าน่าจะส่งผลกระทบต่อหนังเรื่องนี้

เมื่อเขียนถึงอีกครั้งผมอยากข้ามประเด็นที่เคยแสดงความเห็นไปแล้ว (แม้อาจมีเรื่องที่สามารถนำมาเป็นประเด็นได้) แล้วไปมุ่งเน้นการวิจารณ์ตัวหนัง

อย่างที่เคยเขียนไปแล้วว่า “พลอย” นั้นมีลักษณะเด่นอย่างน้อย 3 ข้อ ได้แก่ เป็นหนังที่ 1.เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเวลาจำกัด 2.เล่าเรื่องในสถานที่จำกัด และ 3.เล่าเรื่องด้วยบทสนทนาจำกัด

นอกเหนือจาก 3 ข้อที่กล่าวถึงไปแล้ว “พลอย” ยังเป็นหนังที่มีลักษณะพิเศษ นั่นคือเป็นงานที่เปิดโอกาสให้คนดูได้ใช้จินตนาการ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับฉากความจริงและความฝัน รวมถึงฉากแสดงความรู้สึกนึกคิดของตัวละคร

ตรงนี้อาจทำให้บางคนเกิดคำถามและสับสนอยู่บ้าง เนื่องจากไม่รู้หรือไม่แน่ใจว่าท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหรือเป็นความฝัน หรือเป็นเพียงแค่จินตนาการของตัวละคร

อย่างเช่นฉากรักก็ถูกนำเสนอให้ดูเหมือนฝันและมีลักษณะของความเหนือจริงผสมอยู่ ซึ่งรวมถึงตอนท้ายที่ให้หญิงสาวร้องเพลงด้วยความสุขนั้นดูเหนือจริงอย่างชัดเจน

ในส่วนของเนื้อหาของหนัง ผมอยากแยกออกเป็น 2 ส่วน แม้ว่าทั้งสองส่วนเกี่ยวข้องกันอยู่ ส่วนแรกคือเรื่องการมีชีวิตอยู่อย่างโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา ส่วนที่สองก็คือเรื่องของชีวิตคู่

ส่วนแรกนั้น ผมมองเห็นความพยายามที่จะนำเสนอให้เห็นการที่ตัวละครต้องมีชีวิตอยู่ในโลกที่โดดเดี่ยว เช่น คู่สามีภรรยาที่เดินทางมาด้วยกัน แต่ดูราวกับว่ามาคนเดียว และเด็กสาวที่ต้องรอใครสักคนมารับ

ในส่วนของความโดดเดี่ยวใน “พลอย” ทำให้นึกถึงความโดดเดี่ยวของตัวละครใน “เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล” และอาจรวมถึงใน “คำพิพากษาของมหาสมุทร” ด้วย

แต่อาจจะแตกต่างจาก “เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล” ตรงที่ตัวละครเอกใน “พลอย” มิได้แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมว่าปรารถนาจะฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตามก็พอจะมองเห็นว่าตัวละครที่เป็นชายวัยกลางคน (แสดงโดย พรวุฒิ สารสิน) อยู่อย่างแห้งแล้ง ไร้ความหวังและโดดเดี่ยว

สำหรับส่วนที่สอง เข้าใจว่าหนังต้องการนำเสนอประเด็น “วันหมดอายุ” (ของความรักและอารมณ์เสน่หา) ของคนที่แต่งงานกันเป็นเวลานานหลายปี

บทสนทนาซึ่งเป็นข้อความสำคัญก็คือคำถามที่ว่า “มันมีวันหมดอายุด้วยหรือพี่?” คำตอบคือ “มี!”

เข้าใจว่าหนังต้องการสะท้อนให้เห็นว่าในโลกแห่งความเป็นจริงในปัจจุบันนั้น หลายคนใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันโดยอารมณ์เสน่หา (อาจรวมถึงความรัก?) ได้สูญหายไปนานแล้ว การอยู่ด้วยกันจึงเป็นเพียงแค่การต้องการใครสักคนเพื่อจะได้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

และถ้าหากนำฉากรักที่นำเสนอควบคู่กันไป (ไม่ว่าจะมองว่าเป็นความจริงหรือเป็นความฝัน) มาพิจารณาก็น่าจะพอมองเห็นเจตนาของผู้กำกับฯ ในการเปรียบเทียบ

โดยฉากดังกล่าวน่าจะสะท้อนให้เห็นถึงการเปรียบเทียบระหว่างความสัมพันธ์อันอัดแน่นด้วยอารมณ์เสน่หากับความสัมพันธ์ที่ความเสน่หาได้เหือดหายไปหมดแล้ว (หรือว่าหมดอายุไปแล้ว)

เมื่อกล่าวถึงฉากรัก ขอชมเชยผู้แสดงทั้งสองคนที่ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นนักแสดงอาชีพผู้สามารถแสดงเพื่อสนองวัตถุประสงค์ของหนังและของผู้กำกับฯ ได้อย่างเต็มที่

โดยเฉพาะผู้แสดงหญิง (พรทิพย์ ปานะนัย) ต้องขอแสดงความชื่นชมความกล้าหาญ ผมเชื่อว่ามีนักแสดงหญิงจำนวนมากไม่กล้าแสดงในระดับเดียวกันกับที่เห็น (หรือไม่ได้เห็น?)

ส่วนผู้แสดงคนอื่นอีก 4 คนที่เหลือก็แสดงได้ดี โดยบางคนน่าจะเป็นเพราะการคัดเลือกตัวผู้แสดงได้อย่างเหมาะสม และถือเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นลลิตา ปัญโญภาส บนจอหนังอีกครั้ง

โดยรวมแล้ว “พลอย” เป็นงานที่มีความเพลิดเพลินมามอบให้มากเท่าที่หนังแบบเป็นเอกจะมีได้

และถ้าหากจัดการกับตอนท้าย (ฉากนอกโรงแรม) ให้ดีกว่านี้ (ผมมองว่าช่วงนั้นหนังออกนอกลู่ไปเล็กน้อย) “พลอย” จะเป็นงานที่ลงตัวมาก

ผู้กำกับฯ – เป็นเอก รัตนเรือง
ผู้แสดง – ลลิตา ปัญโญภาส, พรวุฒิ สารสิน, อภิญญา สกุลเจริญสุข, พรทิพย์ ปานะนัย, อนันดา เอเวอริ่งแฮม

ที่มาจากหนังสือพิมพ์