แฝดรักสลับเวลา รักนะ24ชั่วโมง

Home / วิจารณ์หนัง / แฝดรักสลับเวลา รักนะ24ชั่วโมง

หนังเรื่อง Sex Phone/คลื่นเหงา/สาวข้างบ้าน กลายเป็นหนังที่ยิ่งมาดังเอาตอนปลายโปรแกรม และทำให้ พอลล่า เทเลอร์ แจ้งเกิดสนั่นหลังจากที่หนังลาโรงไปแล้วแต่ดูเหมือนผู้ชมจะพากันมองข้ามผู้กำกับฯ เหมันต์ เชตุมี ไป

กระทั่งมาถึง รักจัง นี่เองที่ทำให้ผู้ชมหันมามองผู้กำกับฯ พุ-เหมันต์ด้วยสายตาให้ความสนใจมากขึ้น ในฐานะผู้กำกับฯ หนังรักลงตัว เรื่องหนึ่ง

และจาก รักจัง มาถึง แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า (ฤกษ์ชัย พวงเพชร กำกับฯ) ทำให้ผม ปิ๊งไอเดีย ส่วนผสมของหนัง 2 เรื่องนี้ และช่วยตอกย้ำว่าน่าจะนำมาเป็น สูตรเด็ดเคล็ดลับ ของหนังค่ายอาร์เอส ที่น่าจะเป็น หนังทำเงิน ได้ไม่ยาก นั่นคือ

สูตรหนังโรแมนติก คอเมดี ที่มีพระเอกจากศิลปินค่ายอาร์เอส บวกกับสาวงามจากนอกค่าย เสริมด้วย ดาวตลก มาเป็นตัวช่วย อย่างที่ รักจัง มี ฟิล์ม-รัฐภูมิ, พอลล่า, อี๊ด-ลาล่า-ลูลู่ โปงลางสะออน, แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า มี แดน- วรเวช, ณัฐฐาวีรนุช และจาตุรงค์, ค่อม, โก๊ะตี๋, จิ้ม ซึ่งต่างก็เป็น หนังโรแมนติกคอเมดืทำเงิน ทั้งสิ้น

มาวันนี้ พุ-เหมันต์ ได้ใช้บริการสูตรนั้นอีกครั้ง แต่หนนี้เขาใช้สูตรเด็ดเคล็ดลับอย่างพิถีพิถัน ที่สำคัญเขาเพิ่ม มวลสารสำคัญ เพิ่มเข้าไปอีกหนึ่ง ซึ่งกลายเป็น ตัวช่วย ที่มาช่วยให้ผลงานของเขาเข้มคมยิ่งขึ้น นั่นก็คือ ฝีมือการเขียนบทของ เรียว- กิตติกร ที่เพิ่งประสบความสำเร็จเกรียวกราวมาจาก เมล์นรกหมวยยกล้อ

บอกได้เลยว่า รักนะ 24 ชั่วโมง คือ ผลงานทะลักจุดแตก ของ พุ-เหมันต์ ที่แสดงให้เห็นว่า เขาพร้อมจะนำชื่อของตัวเองขึ้นสู่ทำเนียบ เจ้าพ่อหนังโรแมนติก คอเมดี ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และนอกเหนือจากองค์ประกอบสำคัญของหนังแนวนี้ที่เขามีอยู่พร้อมแล้ว สิ่งที่เขามีเพิ่มขึ้นในผลงานเรื่องนี้ก็คือ เนื้อหาที่ลึกซึ้งขึ้น ซึ่งมาจากฝีมือการเขียนบทของ เรียว-กิตติกร ที่มาช่วยเติมเต็มให้ รักนะฯ กลายเป็น หนังรักที่จดจำเรื่องหนึ่งของปีนี้

ใน โพรงมดลูก ของ ต่าย-เพ็ญพักตร์ ศิริกุล ทารกแฝดเพศชายเตรียมถูกมือของนายแพทย์ล้วงออกมาสู่โลกภายนอก แต่แล้วขณะที่แฝดคนหนึ่งกำลังจะออกจากปากโพรงมดลูก แฝดอีกคนกลับถูกสายรกพันขา แฝดคนแรกพยายามจะช่วยแฝดคนหลังให้ ออกไปด้วยกัน แต่ดูเหมือนว่ารกเจ้ากรรมดันยิ่งร้อยรัดร่างแฝดคนหนึ่งเอาไว้ราวกับไม่อยากให้โผล่ออกไปสู่โลก ในภาวะคับขันนั้นเอง มือน้อยๆ ของแฝดทั้งสองเอื้อมมาแตะกัน บอกถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ก่อนที่ภาพบนจอจะดับมืดไป

หนังเปิดฉากได้อย่างน่าสนใจ ให้ความรู้สึกซาบซึ้งแบบแปลกๆ แต่นั่นก็กลับกลายเป็นพล็อตของหนังโรแมนติก ที่มาพร้อมอารมณ์ดรามา และคอเมดี ได้อย่างน่าสนใจ

20 ปีต่อมา แฝดทั้งสองหลุดออกมาสู่โลกด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ดันเป็น แฝดร่างเดียว แต่สลับเวลา เป็นหนุ่มหล่อ แฝดผู้พี่ชื่อ เบิ้ลเอ (ฟิล์ม-รัฐภูมิ) แฝดผู้น้องชื่อ เบิ้ลบี (ฟิล์ม-รัฐภูมิ) ทั้งสองทำงานอยู่ที่ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น คนพี่ขรึมเคร่ง จริงจัง มีระเบียบ คนน้องขี้เล่น กุ๊กกิ๊ก มีอารมณ์ขัน ไร้ระเบียบ

เรื่องรักชวนอึ้งเกิดขึ้นเมื่อแฝดร่างเดียว 2 อารมณ์ ดันตกหลุมรักสาวคนเดียวกันชื่อ เต๊าะ (เจี๊ยบ-ลลนา) ซึ่งกำลังมีปัญหากับแฟนหนุ่ม นิยายรักสามเส้าจึงเกิดขึ้น และจบลงที่ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง นี่เอง

หนังเหมือนนำเอาไอเดียหลักจากหนังฝรั่งเรื่อง Passion of mine ที่ เดมี่ มัวร์เล่นก่อนอำลาวงการไปพักใหญ่มาต่อยอด ในเรื่องนั้นเธอเล่นเป็นสาวใหญ่ที่ต้องพานพบกับประสบการณ์ประหลาด เมื่อเธอนอนหลับครั้งหนึ่ง เธอจะตื่นขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะหญิงสาวชาวบ้านที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับลูกๆ ในชนบท และเมื่อหลับก็จะตื่นขึ้นอีกทีในสภาพบก.นิตยสารแฟชั่นชื่อดังในอเมริกา ที่มีชีวิตบีซี่อยู่ตลอดเวลา ที่ผมจำได้ก็เพราะว่า เดมี่ มัวร์ คือนางเอกในดวงใจของผมตลอดกาล

หนังเอาไอเดียนั้น มารวมกันเข้าหนังฝาแฝด 2 ชายรักหญิงคนเดียวกัน จนออกมาเป็น รักนะ 24 ชั่วโมง อย่างที่เห็น

แต่หนังก็เอามาแค่ไอเดียหลัก ส่วนที่เหลือ นำมาปรุงแต่งเสียใหม่ จนออกมาเป็น หนังรักสะท้อนสังคมยุคใหม่ได้อย่างเก๋ไก๋ ผ่านวิถีชีวิตหนุ่มสาวยุคปัจจุบัน ที่สับสนค้นหาตัวเองโดยเฉพาะการที่เลือกให้เรื่องเกิดขึ้นที่ร้านเซเว่นฯ ที่เป็นเหมือนตัวละครสำคัญอีกตัวในเรื่องนี้ ก็ยิ่งเป็นภาพสะท้อนรักแห่งยุคสมัย ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

เห็นได้ชัดว่า หนนี้ พุ-เหมันต์ คุมทุกองค์ประกอบให้ออกมาลงตัวสุดๆ ทั้งเรื่องราวในส่วนของความรัก ที่มาพร้อมอารมณ์ดรามาติกกระชากน้ำตา อารมณ์ตลกจากบรรดาดาวตลกที่มาเป็น ตัวช่วย ซึ่งหนนี้ใช้บริการของ ค่อม ชวนชื่น, ต๋อง ชวนชื่น, อาภาพร นครสวรรค์ และ อ่าง เถิดเทิง ที่ผมเห็นว่า ผู้กำกับฯ ปล่อยพวกเขาและเธอ ออกมา เล่นมุก อย่างถูกจังหวะมากๆ และได้ผลเต็มร้อยในทุกฉาก

งานด้านภาพที่สวยงามพิถีพิถัน พร้อมองค์ประกอบที่กลายเป็นโลโก้ของ พุ-เหมันต์ไปแล้วก็คือ เมจิก ประเภท ลมพัดใบไม้ปลิว ประกายจากพลุที่กระจายเต็มท้องฟ้า ที่มาช่วยเสริมอารมณ์โรแมนติกของหนังอย่างได้ผลยิ่งขึ้น รวมทั้งเสื้อผ้าของตัวละครที่ดูตั้งอกตั้งใจ ใส่อย่างมีความหมาย และที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังอาร์เอส ก็คือ เพลงเพราะๆ ที่มาประกอบหนังให้สมกับที่เป็นหนังจากค่ายเพลงดัง

บรรยากาศ Feel Good Movie นอกจากจะเกิดขึ้นจากองค์ประกอบดังกล่าวมาแล้ว ยังอยู่ที่การสร้างคาแรกเตอร์ตัวละครที่น่ารัก มีเสน่ห์ เบิ้ลเอ กับ เบิ้ลบี ชื่อที่ฟังสะดุดหูทันที ทั้งสองมีคาแรกเตอร์ที่มีเสน่ห์คนละแบบ นี่เป็นบทบาทที่ ฟิล์ม-รัฐภูมิ ได้พัฒนาฝีมือการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

เต๊าะ นางเอกก็ดูเป็นเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่อ่อนไหวกับเรื่องของความรัก เจี๊ยบ-ลลนา ทำให้ผมเห็นว่า เธอเป็น นางสาวไทย ที่ไม่ได้สวยมากมาย แต่มีเสน่ห์ในแบบเด็กสาวแสนซนคนหนึ่ง เธอเล่นหนังเรื่องแรกได้อย่างเป็นธรรมชาติ

บ๊วย-เชษฐวุฒิ ทำคะแนนให้ตัวเองได้เต็มที่ ในบทเพื่อนซี้พระเอกที่พูดไม่ชัด แต่ชัดเจนในเรื่องรักเพื่อน เป็นบทที่เรียกใจผู้ชมได้อย่างแน่นอน, ค่อม ชวนชื่น กับ อาภาพร เป็นตัวละครผ่านๆ แต่ก็เป็นตัวละครประเภท คนบ้านๆ ที่จิตใจดี มีน้ำใจ ที่เหมาะกับหนังแนวนี้มากๆ ทั้งสองถูกปล่อยออกมาเหมือน ตัวตลกสลับฉาก เพื่อให้พระเอก นางเอก ได้ไปพักหลังเวที ซึ่งทั้งสองทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนังมาในสไตล์ หนังรักเกาหลี เต็มที่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้ชมหนังไทยจะต้อง ทำตัวให้เคยชิน กับ การนำเสนอเรื่องราวในแบบปล่อยเรื่องความสมจริงไปบ้าง เพื่อเดินพุ่งสู่เป้าหมายเพื่อให้ได้ผลเต็มที่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ หนัง ละครเกาหลี ที่พิสูจน์แล้วว่า ได้ผลมากในบ้านเรา

ฉะนั้นจึงไม่ต้องไปคอยคิดค้านว่า คู่แฝดต่างเวลาอย่างนี้มีจริงหรือ? พระเอกเป็นคนที่มีอารมณ์แบบสลับวันกันขนาดนี้ นางเอกไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ โดยเฉพาะพี่ซ่า ที่อยู่บ้านเดียวกับพระเอกตลอด หรืออีกต่างๆ นานาที่มีอยู่อีกมากมาย หากคุณจะคิด ซึ่งนั่นไม่เหมาะที่คุณจะใช้เป็น มาตรวัด หนังเรื่องนี้

นอกเหนือจากความสามารถของ พุ-เหมันต์ ที่สร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ได้อย่างน่าประทับใจแล้ว อีกสิ่งที่ผมเห็นก็คือ เรียว-กิตติกร ในปีนี้ เขามากับอารมณ์ที่ละมุนละม่อมละเมียดละไมยิ่งขึ้น จากที่เคยมีผลงานอย่าง โกลด์คลับ เกมล้มโต๊ะ, อหิงสา จิ๊กโก๋มีกรรม,เดอะ เมีย ในยุคแรกๆ มาปีนี้ จาก เมล์นรกฯ มาถึง รักนะฯ เขาเปิดเผยด้านที่โรแมนติก อบอุ่น และอ่อนโยนมากขึ้น อย่างน่าแปลกใจ

จะสะดุดใจก็ตรงที่ ชื่อจริงของพระเอกในเรื่องนี้ใช้ว่า กิตติกร เชตุมี ตกลง คนเขียนบท กับ ผู้กำกับฯ เขาแต่งงานกันตั้งแต่เมื่อไหร่?

ทำตัวหยั่งงี้ เมียไม่ว่าเอาเหรอ?

ที่มา สยามรัฐ