“ยิปปี้ ไค เย” พระเอกอึด กลับมาแล้ว Die Hard 4.0

Home / วิจารณ์หนัง / “ยิปปี้ ไค เย” พระเอกอึด กลับมาแล้ว Die Hard 4.0

เมื่อ 19 ปีที่แล้วหลายคนคงจะจดจำหนังแอ๊คชั่นซึ่งเป็นต้นแบบให้เกิดพล็อทหนังประเภทพระเอกคนเดียว ที่ดันไปอยู่ในสถานการณ์ผิดที่ผิดทาง และต้องแก้สถานการณ์แข่งกับเวลา แถมยังต้องสู้กับผู้ร้ายเป็นโขยงที่ชื่อว่า Die Hard ซึ่งทำให้เกิดหนังทำนองนี้ตามมาเป็นพรวน และแจ้งเกิด Bruce Willis จากพระเอกซีรีส์นักสืบตลกๆ เรื่อง Moon Lighting กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ (และก็โดนคนไทยปะยี่ห้อ “อึด” ให้ตลอดกาล)

จากนั้นจนวันนี้จนหนังแอ๊คชั่น เริ่มจะมีลมหายใจรวยรินต้องแอบอิงกับส่วนผสมอื่นๆ แล้ว Die Hard ก็กลับมาหลังจากภาค 3 คือ Die Hard With a Vengence เมื่อ 12 ปีก่อน ซึ่งมาในภาคนี้ชื่อ Die Hard 4.0 หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ Live Free or Die Hard ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้ฉายในอเมริกา

พระเอกของเรื่องยังเป็น John McClane( Bruce Willis ยังแสดงเองเหมือนเดิม) แต่เวลาผ่านไปจากตำรวจหนุ่มก็กลายเป็นนักสืบวัยทอง ซึ่งหย่าแล้วและลูกสาวตัวเองแท้ๆ Lucy McClane ((Mary Elizabeth Winstead) ก็มึนตึงกับพ่อ

แน่นอนว่าเป็นม็อตโต้ประจำหนังทีเดียว เมื่อพระเอกของเรา “ดันไปอยู่ผิดที่ผิดเวลา” จากงานพาแฮกเกอร์หนุ่ม Matt Farrell (Justin Long) ไปส่งกองสืบสวนที่วอชิงตัน กลับกลายเป็นไปพัวพันกับการก่อการร้ายทางอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งคนร้ายใช้วิธีโจมตีระบบคอมพิวเตอร์กลางของรัฐ โดยมีแผนการร้ายซ่อนอยู่ แล้วพระเอกของเราดันเป็นคนเดียวที่รู้

หนังทำท่าจะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสหรัฐหลังเหตุ 19 กันยายน ว่าทุกอย่างที่ออกมาจากสื่อนั้นถูกปรุงแต่ง และรัฐต้องการให้คนอเมริกันอยู่กันอย่างหวาดกลัวเพราะจะได้ควบคุมได้ง่าย อย่างไรก็ตาม หนังก็ทิ้งคนดูไว้ตรงนั้นด้วยฉากระเบิดวินาศสันตะโร ระเบิดอุโมงค์ ถล่มไวท์เฮาส์ ระเบิดโรงไฟฟ้า ทางด่วน เครื่องบิน รถบรรทุก ฯลฯ ตามประสาหนังโม้ๆ

อย่างไรก็ตาม หนังก็ดีที่ไม่ได้พยายามให้ McClane เป็นตัวแทนของความถูกต้องและดีงามตามแบบอเมริกันอะไร มีบทพูดแนวรักชาติ สะเหล่อๆ อยู่บ้าง แต่ไปเน้นในเรื่องความถ่อยและปากเสียสุดสุด เมื่อต่อปากต่อคำกับหัวหน้าผู้ก่อการร้ายด้วยสำนวนเสียดสีเจ็บๆ แสบๆ เรียกเสียงฮาได้หลายครืน พร้อมกับทัศนคติแบบเอ็กซ์ตรีมที่ว่า “ยิปปี้ ไค เย” คำติดปากที่น่าจะหมายความว่า “จะซวยก็ยังสุขได้ละ (วะ)”

ฉากที่เด็ดที่สุดและทำให้หน้าย่นๆ ของ Willis เด้งขึ้นมาได้ก็คือฉากที่พระเอกเริ่มน็อตหลุดเพราะโดนไล่ยิงมาตลอดครึ่งแรกของหนัง พี่แกเลยขับรถตำรวจพร้อมทั้งบ่นกระปอดกระแปดว่าทำไมชีวิตตูมันซวยขนาดนี้ จากที่กะว่าทำงานเสร็จจะได้กลับบ้านไปนอนดันต้องมาโดนไล่ยิง บลา บลา… แล้วขับรถพุ่งชน ฮ.มันซะเลย ด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวบอกทีหลังว่า “ก็กระสุนมันหมดอ่ะ”

หนังสนุกเอามากๆ ด้วยรสชาติเดิมๆ แบบ Die Hard ภาคแรก ที่พระเอกก็ไม่เก่งอะไรนักมีเจ็บตัวสะบักสะบอมเลือดไหล แถมยังโดนผู้หญิงตัวนิดเดียวกระทืบซะจมดินก็ได้ ทำให้คนจับต้องได้และมีอารมณ์ร่วมไปกับความไม่เพอร์เฟคต์อันนั้น ซึ่งไม่ต่างจนคนจริงๆ มีเลือดเนื้อ แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว

เป็นความ “ไม่เพอร์เฟคต์” ที่บังเอิญ “ตายยาก”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์