Ice Bar ไอติมอิ่มอุ่นของคนเล็กหัวใจโต

Home / วิจารณ์หนัง / Ice Bar ไอติมอิ่มอุ่นของคนเล็กหัวใจโต

หนังจอกว้าง
ณัฐพงษ์ โอฆะพนม


เรื่องราวของ Ice Bar เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ แถบชนบทแห่งหนึ่งของเกาหลีในฤดูร้อนเมื่อค.ศ 1969 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ควันไฟในสงครามเกาหลียังหลงเหลือร่องรอยคุกรุ่น หนังพูดถึงเด็กชายวัย 10 ขวบชื่อ ยองแร (ปาร์ค จี บิน)

ที่ใช้ชีวิตเพียงลำพังกับแม่ผู้หาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขายเครื่องสำอางหนีภาษี แต่ก็ไม่ใช่อาชีพที่ทำรายได้ดีนัก เพราะ ยองแร ยังคงติดค้างค่าเทอมจนครูต้องเอ่ยปากทวงบ่อยๆ และแม่ของเขาก็ถูกเบี้ยวค่าเครื่องสำอางอยู่เป็นประจำ ซ้ำยังถูกตำรวจไล่กวดจับบ่อยครั้งยองแร มีความสุขตามประสาเด็ก แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจของเขาอยู่ตลอดเวลา คือการที่มักถูกเด็กคนอื่นๆ ล้อว่าเป็น ลูกไม่มีพ่อ แต่แล้ว ยองแร ก็ค้นพบความจริงบางอย่าง ระหว่างที่ทวงเงินกับหญิงสาวคู่ปรับผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับแม่ เล่าให้ฟังว่า พ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ที่กรุงโซลและแม้ ยองแร จะไถ่ถามความจริงเมื่อกลับถึงบ้าน แต่แม่ก็พยายามปกปิดเรื่องราวของผู้เป็นพ่ออยู่ตลอดเวลา เขาจึงมีความคิดที่จะออกตามหาพ่อ โดยเริ่มต้นด้วยการขายไอติมแท่งเก็บเงินเป็นค่ารถไฟเดินทางไปกรุงโซล ซึ่งค่าตั๋วโดยสารสำหรับเด็กนั้นมีราคา 840 วอน และหากเขาขายไอติมได้หนึ่งแท่ง ยองแร ก็จะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 1 วอน ดังนั้นเป้าหมายของเขาก็คือต้องทำยอดขายไอติมให้ได้ 840 แท่ง เพื่อจะได้มีเงินเป็นค่าตั๋วรถไฟ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

นอกจากถ่ายทอดความสดใสของวัยเด็กได้อย่างน่ารักน่าชังแล้ว Ice Bar ยังสะท้อนภาพความแร้นแค้นของผู้คนเกาหลีในยุค 70s ที่สถานการณ์บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะอึมครึมหลังสงครามเกาหลี ผู้คนส่วนใหญ่ ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยวิธีผิดกฎหมาย ตั้งแต่แม่ของ ยองแร ไปจนถึงพ่อค้าไอติม ที่เบื้องหลังคือการทำธุรกิจขายของหนีภาษีช่วงเวลาของหนังอยู่ในบรรยากาศยุคสงครามเย็นที่โลกแบ่งเป็นสองขั้วระหว่างเสรีประชาธิปไตยและระบอบสังคมนิยม เช่นเดียวกับผู้คนในเกาหลี ณ เวลานั้น ที่แม้มีเชื้อชาติเดียวกันแท้ๆแต่กลับแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย หนังเสียดสีประเด็นนี้เล็กๆ เมื่อเจ้าของโรงงานไอติม พูดจาแดกดันสองพี่น้องคนงานว่าเป็นพวกลูกคอมมิวนิสต์ที่ชีวิตไม่ควรเรียกร้องอะไรให้มากกว่าที่เป็น ในขณะที่ฝ่ายพี่ชายก็พูดถึงพ่อของ ยองแร ว่า เป็นพวกนักศึกษาคอมมิวนิสต์ เป็นคนไม่ดีที่ทอดทิ้งครอบครัว แต่หนูน้อยตอบกลับว่ายังไงเสียเขาก็ได้ชื่อว่าเป็น พ่อ

ใช่ว่า Ice Bar จะมองโลกในแง่ร้าย เพราะอย่างน้อยหนุ่มโรงงานไอติม ท่าทางมึนตึง เย็นชาเหมือนไอติมที่เขาทำคนนี้ ยังแสดงออกถึงความเป็นคนน้ำใจงามเมื่อเขาช่วย ยองแร ตามหาที่อยู่ของผู้เป็นพ่อในกรุงโซล นอกจากนี้หนังยังให้มุมมองที่พยายามบั่นทอนความโหดร้ายในสังคมลงไป และใส่ความน่าเอ็นดูเติมเข้ามา โดยเฉพาะตัวละครกลุ่มเพื่อนๆ ของ ยองแร ที่แวดล้อมไปด้วยเด็กกำพร้า ที่คนหนึ่งเฝ้าฝันว่าสักวันจะมีเศรษฐีใจดีรับตัวไปอุปการะ อีกกลุ่มเป็นเด็กหัวโจกที่คอยเที่ยวระรานคนอื่น ทั้งๆ ที่กลับขี้ขลาดเสียยิ่งกว่า ยองแร หรือแม้แต่ เด็กหญิงไม่เอาถ่าน เรียนตกทุกวิชายกเว้นพละศึกษา รวมทั้งหนุ่มอ้วนร่างใหญ่แต่มีจิตใจเด็ก ที่มักถูก ยองแร กับเพื่อนเด็กกำพร้าหัวเกรียนแอบกลั่นแกล้งอยู่เสมอ

มิตรภาพ เป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญในหนังเรื่องนี้ เมื่อถึงฉากที่เจ้าเพื่อนหัวเกรียนยอมสละเงินที่เก็บหอมรอบริบไว้เพื่อซื้อรองเท้าที่ตัวเองไม่มีโอกาสได้ใส่ ให้ ยองแร เป็นค่ารถไฟออกตามหาพ่อ หรือหนุ่มโรงงานไอติมที่ยอมสูญเสียอิสรภาพเพื่อแลกกับชีวิตเด็กคนหนึ่ง ไปจนถึง ความรัก ที่แม้วันนั้นสภาพบ้านเมืองจะเต็มไปด้วยแร้นแค้น อดอยาก แต่คนส่วนใหญ่ในสังคมเล็กๆ เมืองนี้ ยังคงมีความรักและเอื้ออาทรให้กัน ไม่ว่าจะเป็นป้าที่ชอบเบี้ยวค่าเครื่องสำอางแม่ แต่ก็แอบให้กำลังใจ ยองแร เสมอ เจ้าของบ้านเช่าปากร้าย ที่เอาเข้าจริงครอบครัวเธอก็มีเมตตาให้สองแม่ลูกอยู่บ่อยๆ แน่นอนว่ารวมทั้งแม่ของ ยองแร ที่ต้องปกปิดความลับเรื่องพ่อ ก็เพราะความรักต่อลูกที่ไม่อยากให้ถูกพรากไปนั่นเอง

นอกเหนือจากนั้น Ice Bar ยังถ่ายทอดความฝันอันยิ่งใหญ่ของเด็กคนหนึ่ง ภารกิจการตามหาพ่อของ ยองแร อาจดูยิ่งใหญ่ในสายตาเด็กสิบขวบ ถึงขั้นเทียบเท่ากับก้าวแรกของมนุษย์บนดวงจันทร์ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นขณะที่สายตาทุกคู่จับจ้องมองไปยังจอทีวี ดูการถ่ายทอดสดวินาทีแรกที่มนุษย์อวกาศก้าวเหยียบดวงจันทร์ได้สำเร็จ ก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่เท้าคู่น้อยๆ ของ ยองแร ก้าวเดินไปตามซอกซอยในกรุงโซลเพื่อตามหาพ่อ แม้จุดหมายปลายทางจะแตกต่างกัน แต่ความมุ่งมานในใจนั้นใหญ่ยิ่งไม่แพ้กัน

ท่ามกลางสภาพความแร้นแค้น ขัดสน และอากาศแสนจะอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน เด็กๆ ต่างมีความฝันเหมือนๆ กัน นั่นคือการได้ลองลิ้มชิมรสไอติมแท่งหวานเย็นชื่นใจ ภาพความฝันอันยิ่งใหญ่ที่มวลมนุษยชาติต่างปลาบปลื้มในวันนั้น นั่นคือการได้เห็นมนุษย์เหยียบย่างลงบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ แต่สำหรับเด็กๆ ใน Ice Bar มนุษย์อวกาศในสายตาของพวกเขากำลังถือไอติมแท่งกระโดดโลดเต้นไปมาบนดวงจันทร์อย่างมีความสุข

วันที่ 19 กรกฎาคม คนทั้งโลกอาจกำลังตะลึงพรึงเพริศกับความเก่งกาจในเวทมนตร์ของพ่อมดน้อยแฮร์รี่พ็อตเตอร์ แต่วันเดียวกันนี้ หนูน้อย ยองแร ก็กำลังเดินตามความฝันอย่างห้าวหาญ น่าชื่นชมไม่แพ้กัน

ที่มาจากหนังสือพิมพ์