Cashback เล่าเรื่องรัก ติด ?เฟรม?

Home / วิจารณ์หนัง / Cashback เล่าเรื่องรัก ติด ?เฟรม?

Film
นางสาวรื่นรมย์


ผู้กำกับวัย 37 ฌอน เอลลิส จากไบรห์ตัน อังกฤษ ประสบความสำเร็จกับการทำหนังสั้น Cashback ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ปี 2006 สาขา Best Short Film, Live Action และคว้ารางวัลหนังสั้นยอดเยี่ยมมาจากเทศกาลหนังนานาชาติอีกหลายเทศกาล และในปีนี้เอง เอลลิสก็ขยายหนังสั้นของเขาให้เป็นหนังยาวในชื่อเดิม

เรื่องมีว่า นายเบน วิลลิส (ฌอน บิกเกอร์สตาฟฟ์ จาก Harry Potter แสดง) นักศึกษาศิลปะปีสุดท้าย ที่บอกเลิกแฟนสาว ด้วยเหตุผลว่า ตัวเขาไม่ดีพอสำหรับเธอ แต่พอเลิกไปไม่กี่วันคนที่เจ็บปวดจากรักคุดคราวนี้กลับเป็นตัวเขาเอง ขณะที่ฝ่ายหญิงปลดปล่อยอารมณ์โกรธอย่างรุนแรงครั้งเดียว ก็เชิดหน้าหาแฟนหนุ่มหล่อคนใหม่ได้ทันที

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ผ่าน กาลเวลาของความระทม ที่อดีต ความทรงจำ และการคิดคำนึงถึงปัจจุบันขณะ ของเบน เรื่อยไปถึงความฝันความหวังสู่อนาคตของเขาด้วย

เบื้องหน้า หนังเป็นโรแมนติกดราม่า ว่าด้วยคนต่อสู้กับความอกหัก อาการนอนไม่หลับและคิดถึงความหลังกับความสำนึกผิด ในการพยายามค้นหาทางออกให้กับความรู้สึกตัวเอง แต่เนื้อในที่ ฌอน เอลลิส ขยายจากหนังสั้นแบบมีเสียงตัวละครเอกบรรยายเหตุการณ์ และความคิดกับผู้ชมตลอดเรื่อง ได้อย่างไม่เยิ่นเย้อ เพราะเมื่อมันเป็นหนังยาว มุขต่างๆ รายละเอียดของตัวละคร รวมถึงการสานสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร ทั้งเบนกับคนรักเก่า-ใหม่ และเบนกับเพื่อนพ้อง คนรอบตัวของเขา ได้ละเอียดมากขึ้น มีเรื่องสนุกสนานในชีวิตประจำวันที่ทำให้หนังมีชีวิตชีวามากขึ้น

และที่สำคัญ การแปลงความคิดจากแค่บรรยายเป็นภาษารวบรัดออกมาเป็นภาพ ด้วยวิธีการใส่งานศิลปะแขนงอื่นลงไปในหนังนั้น ทำให้ Cashback มีความสดใหม่ไม่ซ้ำซาก แม้ว่าหนังจะเต็มไปด้วยช่วงฉากของการ หยุดแช่ภาพ อยู่ตลอดเรื่องก็ตาม

ถ้าลำพังเล่าเรื่องเบน อกหัก นอนไม่หลับ ไปทำงานพาร์ทไทม์ในซูเปอร์มาร์เก็ตกะกลางคืนเพื่อฆ่าเวลา เท่านั้น คงไม่มีอะไรดึงดูดใจ เป็นพล็อตที่ไม่แปลกใหม่ ทว่า วิธีการที่หนังดึงเอาบุคลิกตัวตนละครเบน ที่เป็นนักเรียนศิลปะ ผู้หลงใหลในความงามของเส้นโค้งบนเรือนร่างหญิงสาว มาบอกเล่าความคิด มุมมองต่อชีวิต และเสนอภาพ นู้ด ของหญิงสาว ในเฟรมภาพนิ่ง ขณะที่ตัวพระเอกของเราคนเดียวที่ยังเคลื่อนไหว เพื่อถ่ายทอดจินตนาการ ‘การต้องการหยุดเวลา’ ของพระเอก

ในอเมริกาจัดแนวหนังเรื่องนี้เป็นดรามาผสมแฟนตาซี ขณะที่ในอังกฤษเติมแนวโรแมนติกเพิ่มเข้าไปด้วย และหากจะเพิ่มคำว่า ตลก เข้าไปด้วยก็คงไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด

หนังหวือหวาด้วยสไตล์ ที่คนดูอาจจะรู้สึกนึกถึงหนังโฆษณามือถือรุ่นความรัก ยี่ห้อดัง และเทคนิคการแช่ภาพ เมื่อตัวละครบรรยายเนื้อหา ที่ปรากฏเป็นเทรนด์ฮิตในหมู่คนทำหนังรุ่นใหม่ ตั้งแต่รุ่นแดนนี่ บอยล์ (Trainspotting) จนถึง กาย ริชชี่ (Lock,Stock and Two Smoking Barrels) เป็นการอาศัยสไตล์เพื่ออธิบายเนื้อหา ไม่ใช่งานในกลุ่ม เน้นแต่รูปแบบไม่เอาเนื้อหา

แน่นอน หนังรักมีวิธีการเล่าได้หลายแบบ และ Cashback ก็เป็นอีกแบบหนึ่งที่อธิบายความรู้สึกดื่มด่ำกับความงามความรักและชีวิตออกมาเป็นภาพ หลายฉากเป็นภาพนิ่ง แต่ผลลัพธ์หนังผลักอารมณ์ให้วูบไหวไปได้ตลอดทางและหลายทาง (สุข เหงา เศร้า รัก สนุก) ด้วย

………………

(หมายเหตุ : Cashback เปิดฉายในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 19-29 ก.ค.ศกนี้)

ที่มา เสาร์สวัสดี