ปิดเกาะเชือด Turistas

Home / วิจารณ์หนัง / ปิดเกาะเชือด Turistas

คอลัมน์ หนังเด่น


เมื่อพิจารณาจากหนังตัวอย่าง ภาพโปสเตอร์และชื่อภาษาไทย ผมคาดว่า Turistas น่าจะเป็นหนังสยองขวัญที่มุ่งบรรยายภาพการสังหารโหดอย่างที่เรียกกันว่าหนังแนวสแลชเชอร์

แต่หลังจากได้ดู ผมคิดว่าหนังเรื่องนี้ยังไปไม่ถึงระดับที่จะเป็นหนังแนวสแลชเชอร์ (โดยเมื่อมองในแง่ระดับความโหด) หรือถ้าหากว่าเป็นผมคิดว่าคงเป็นได้อย่างมากแค่ “ระดับอ่อน” สำหรับกลุ่มคนดูผู้ชื่นชอบหนังแนวนี้โดยเฉพาะ)

อาจมีผู้โต้แย้งว่าฉากผ่าท้องเอาอวัยวะออกมากองอวดคนดูก็ถือว่าโหดและก่อให้เกิดความรู้สึกสยองมากจนถึงขีดสุดแล้ว แต่เมื่อมองในแง่จังหวะของการนำเสนอ ระดับของการบรรยายและปริมาณการนำเสนอให้เห็นเลือดเนื้อและการสังหาร ผมคงต้องยืนยันความเห็นในย่อหน้าที่แล้ว

หนังเริ่มต้นด้วยบรรยากาศที่ตื่นเต้นตึงเครียดและกดดัน หลังจากที่นักท่องเที่ยวหนุ่มสาวต้องตกอยู่ในสถานการณ์ติดกับดัก และสถานการณ์เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าไปในหมู่บ้าน

ตรงช่วงนี้ผมคิดว่าหนังทำได้ดี แต่ว่าพอจะต้องถึงฉากที่เป็นเหมือนหัวใจของหนังแนวนี้ (การตกเป็นเหยื่อและการฆ่า) ผมคิดว่าหนังยังทำได้ไม่ถึงระดับที่ควรจะเป็น

ด้วยความหลงใหลส่วนตัวของผู้กำกับฯ (?) หนังเลยใช้เวลามากมายกับฉากดำน้ำไปมาภายในถ้ำ และดูเหมือนว่าผู้กำกับฯ จะสนุกสนานกับช่วงดังกล่าวมากเป็นพิเศษ จนอาจลืมไปว่ากำลังทำหนังให้คนอื่น (อีกจำนวนมาก) ดู

และอาจจะลืมไปด้วยว่าได้ทำให้เข้าใจตั้งแต่ต้นว่ากำลังจะได้ดูหนังสยองขวัญ ไม่ใช่หนังผจญภัยใต้น้ำ

ถึงแม้ยอมรับว่าการดำน้ำและการกำหนดให้ตัวละครต้องต่อสู้ดิ้นรนอยู่ใต้น้ำนั้นได้ทำให้เกิดความรู้สึกตึงเครียดและเป็นสถานการณ์ติดกับดักอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดูแล้วอึดอัดและรู้สึกเอาใจช่วยตัวละคร แต่ว่าที่นำเสนอมานั้นมันยาวนานเกินไป

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าในแง่การถ่ายทำ ฉากใต้น้ำถ่ายทำออกมาได้ดี และน่าจะเป็นผลมาจากความชำนาญและการทำงานที่ยุ่งยากพอสมควร

แต่…(ต้องย้ำว่า “แต่” อีกครั้ง) แต่หนังนี้มิใช่ Into the Blue ที่จะต้องมาแสดงนิทรรศการภาพถ่ายใต้น้ำอย่างที่นำเสนอ

ในแง่ของเนื้อหาสาระ Turistas พอจะมีประเด็นให้กล่าวถึงอยู่อย่างน้อย 3 ประเด็น

ประเด็นแรก น่าจะเป็นการบรรยายให้เห็นว่านักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งมองประเทศที่กำลังพัฒนา (หรือด้อยพัฒนา) เป็นเหมือนแหล่งระบายออก การเดินทางท่องเที่ยวเป็นการปลดปล่อยโดยสามารถทำสิ่งที่มิอาจทำได้ในประเทศของตนได้ (คาดว่านักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยก็น่าจะคิดเช่นนี้เมื่อมาเที่ยวเมืองไทย)

ประเด็นที่สอง ได้แก่ความขัดแย้งแตกต่างระหว่างนักท่องเที่ยวกับชาวบ้านหรือคนท้องถิ่น เป็นความขัดแย้งแตกต่างทั้งในแง่เศรษฐกิจและวัฒนธรรม ซึ่งอาจรวมไปถึงการ “บุกรุก” และ “ครอบครอง” ในอีกรูปแบบหนึ่ง (ตัวอย่างใกล้ตัวก็คือบางเกาะของไทยแทบจะกลายเป็นเขตวัฒนธรรมพิเศษ)

ประเด็นสุดท้าย ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่สุดได้แก่การตอบโต้ (หรือเอาคืน) โดยใช้การทำร้ายนักท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการตอบโต้

ผมคิดว่าหนังมีประเด็นที่ชัดเจน ตรงไปตรงมาและมีน้ำหนักมากเกินพอสำหรับหนังแนวสยองขวัญ แต่ปัญหาก็อย่างที่บอกไปคือยังไม่สามารถเป็นหนังสยองขวัญที่สยองพอ (ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งจำเป็นมากกว่าประเด็นทางเนื้อหาสาระ)

ในส่วนของการปกปิดและเปิดเผยตัวฆาตกรนั้นก็ไม่มีส่วนช่วยเรื่องราวให้น่าติดตามมากขึ้น เนื่องจากมองออกตั้งแต่แรกว่าคนไหนจะเป็นผู้ลงมือ “เชือด” (จริงๆ ก็คือลงมือชำแหละ)

แต่อย่างหนึ่งซึ่งนำเสนอออกมาได้เหมาะสมกับหนังแนวนี้ก็คือการเปิดเผยให้เห็นเรือนร่างของเหยื่อโดยเฉพาะหญิงสาวซึ่งทุกคนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในชุดว่ายน้ำแบบ 2 ชิ้น (เล็กๆ)

แม้ไปเสียเวลากับฉากดำน้ำ แต่อย่างน้อยผู้กำกับฯ ก็ยังพอจะรู้ว่าเหยื่อในหนังแนวนี้ควรแต่งกายอย่างไรให้คนดูได้เห็นหรือจ้องมองในหนังสยองขวัญ

ผู้กำกับฯ – จอห์น สต็อกเวลล์
ผู้แสดง – จอช ดูฮาเมล, เมลิสสา จอร์จ, โอลิเวีย ไวลด์

ที่มาจากหนังสือพิมพ์