The Queen

Home / วิจารณ์หนัง / The Queen

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู


ด้วยเนื้อหาที่หยิบช่วงเวลาเสี้ยวหนึ่งของวิกฤตศรัทธาประชาชนชาวอังกฤษที่มีต่อพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 ต่อกรณีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า เมื่อปี 1997 มาปรับเป็นบทภาพยนตร์

The Queen โฟกัสให้เห็นว่าในช่วงการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่า ในจังหวะที่ราชวงศ์เองปรากฏข่าวด้านลบและไม่พอใจต่อการประพฤติปฏิบัติตัวของเจ้าหญิง กระทั่งเมื่อเจ้าหญิงไดอาน่าประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์สิ้นพระชนม์ ห้วงนั้นสาธารณชนวิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามถึงราชวงศ์ที่ปฏิเสธจะจัดพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการให้เจ้าหญิงไดอาน่า- -นำมาซึ่งวิกฤตศรัทธาที่พระราชวงศ์ถูกกระแสถาโถมอย่างรุนแรง

หนังพาเราไปดูเบื้องหลัง แง่มุมของพระราชวงศ์ โดยเฉพาะความรู้สึกในห้วงหนึ่งสัปดาห์ของความวุ่นวายสับสนที่พระองค์ต้องรับมือกับวิกฤตศรัทธาประชาชน ท่ามกลางพสกนิกรจำนวนกว่าค่อนประเทศที่เชื่อมั่นว่าราชวงศ์อยู่ตรงข้ามกับเจ้าหญิงไดอาน่า

หนังเปิดเรื่องหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1997 เมื่อ “โทนี แบลร์” จากพรรคแรงงานเพิ่งชนะเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมกับการนำเสนอภาพคู่ขนานทางด้านความคิด และกรอบแห่งยุคสมัยระหว่างควีนอลิซาเบธ และโทนี แบลร์ ในห้วงการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ส่งผลต่อคะแนนนิยมของคนทั้งสองอย่างคนละทิศละทาง

ส่วนน่าสนใจคือเมื่อหนังพาเราไปเลาะสำรวจดูสภาพจิตใจ ความคิด และสิ่งที่หล่อหลอมแนวคิดอนุรักษ์นิยมของพระองค์ โดยใช้เงื่อนไขเหตุการณ์ที่พระองค์ออกถ้อยแถลงต่อประชาชนแสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจ้าหญิงไดอาน่าเป็นคีย์หลักของเรื่อง

“เฮเลน มีร์เรน” สุดยอดนักแสดงหญิงชาวอังกฤษผู้รับบทควีนอลิซาเบธ ได้อีกหนึ่งชิ้นงานโบว์แดง (ถือเป็นภาพยนตร์เรื่องที่สามที่มีร์เรนรับบทพระราชินีแห่งอังกฤษ ก่อนนี้เธอเคยสวมบทควีนชาร์ล็อตต์ ใน The Madness of King George เป็นควีนอลิซาเบธที่หนึ่งในซีรีส์ Queen Elizabeth I รวมถึงใน Excalibur)

ฉะนั้น ไม่ใช่แค่ความท้าทายที่รับบทพระราชินีที่ยังทรงมีพระองค์อยู่ในชีวิตจริงขณะนี้เท่านั้น แต่การเลือกตีความให้น้ำหนักการแสดงในแง่มุมด้านลึก และตีความซอกมุมที่อ่อนไหวของพระองค์ไม่ใช่เรื่องง่าย มากไปก็ฟูมฟาย น้อยไปก็ไม่สื่อสาร

ฉากเงียบๆ แต่มีพลัง ที่มีร์เรนถ่ายทอดออกมาได้ดีคือฉากที่พระองค์นั่งเงียบๆ และกันแสงคนเดียวลำพังในป่าก่อนจะได้เจอกวางป่าตัวหนึ่งที่กำลังถูกไล่ล่าจากราชวงศ์เอง รวมไปถึงฉากที่ทรงทอดพระเนตรช่อดอกไม้พร้อมการ์ดที่เขียนเสียดสีหน้าประตูพระราชวัง

The Queen ให้ภาพลูกผสมระหว่างบวกและลบในราชวงศ์ แต่ก็ค่อนไปในทางบวกเป็นส่วนใหญ่ กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เนื้อหาไร้ความน่าเชื่อถือ หรือเทข้างเกินจริง ด้วยหลายอย่างมีเหตุผลรองรับ โดยเฉพาะการพยายามสื่อให้เห็นความตึงเครียดในจิตใจของพระราชินีอลิซาเบธ โดยเฉพาะการยอมออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเจ้าหญิงไดอาน่าต่อหน้าประชาชน แม้จะทรงมีจุดยืนลึกๆ ในใจก็ตาม

หนังทำให้เห็นว่าพระองค์พยายามจะทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุดตามประโยคที่ตรัสไว้ว่า “my whole life, whether it be long or short… to your service” เป็นคำสัญญาของพระองค์ต่อประเทศแห่งนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์