บางกอก อินเตอร์ ฟิล์ม 2007 สู่ยุคพรมแดนหนังหดแคบ!

Home / วิจารณ์หนัง / บางกอก อินเตอร์ ฟิล์ม 2007 สู่ยุคพรมแดนหนังหดแคบ!

คอลัมน์ อาทิตย์เธียเตอร์
โดย พล พะยาบ
www.aloneagain.bloggang.com


เริ่มกันไปตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สำหรับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2550 หรือ 2007 Bangkok International Film Festival ที่โรงหนังเอสเอฟ เวิลด์ ชั้น 7 เซ็นทรัล เวิลด์ โดยงานจะมีไปถึงวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม รวมหนังฉายในเทศกาลกว่า 140 เรื่อง จาก 40 ประเทศทั่วโลก

ดูจากจำนวนตัวเลขแล้วคอหนังน่าจะอิ่มเอมกันเต็มที่ แต่ถ้าส่องลงในรายละเอียดกลับชวนผิดหวังพอสมควร

ทั้งนี้เพราะหนัง 140 เรื่องที่ว่านั้นรวมหนังทุกหมวดหมู่ ไม่ว่าจะเป็นหนังสั้น 16 เรื่อง หนังไทย 10 เรื่อง และหนังโปรแกรมพิเศษต่างๆ เปรียบเทียบกับปีที่แล้วซึ่งมีหนังฉายร่วม 200 เรื่อง ส่วนรายชื่อ 40 ประเทศ ก็เป็นข้อมูลเกินจริง เพราะเป็นหนังเอเชียถึง 18 ประเทศ (น่าเสียดายที่ทางเทศกาลต้องการเน้นเป็นพิเศษเช่นนี้ต่อไปทุกครั้ง) หนังยุโรป 14 ประเทศ อีกไม่ถึง 10 ประเทศที่เหลือเป็นหนังจากภูมิภาคอื่นประเทศละ1-2 เรื่อง แถมหลายประเทศที่ระบุไว้เมื่อเช็กดูตัวหนังแล้วปรากฏว่าไม่ใช่หนังจากประเทศนั้นจริงๆ เพียงแต่ใช้ประเทศนั้นเป็นฉากหลังของหนัง หรือทีมงานสัญชาตินั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิต-จัดจำหน่ายเพียงเล็กน้อย

หนังจากประเทศเล็กๆ ซึ่งหาโอกาสดูยากอย่าง ภูฏาน ทิเบต ซูดาน ลักเซมเบิร์ก มาซิโดเนีย อาร์เมเนีย บังกลาเทศ ที่เคยมีในปีก่อนๆ กลับหาไม่ได้ในปีนี้ เท่าที่สำรวจดูโดยไม่นับหนังจากอาเซียนด้วยกัน มีเพียง Sankara จากศรีลังกาเท่านั้นที่เป็นผลผลิตจากประเทศเล็กๆ อย่างแท้จริง และคงหาโอกาสชมได้ยากเต็มทีถ้าพลาดจากเทศกาลครั้งนี้

โดยภาพรวมจึงกล่าวได้ว่าพรมแดนของหนังในบางกอก อินเตอร์ ฟิล์ม 2007 หดแคบลงอย่างน่าใจหาย!

เอาล่ะ…เมื่อคนกำลังกระหายหิว ใครจัดอาหารอะไรมาก็ต้องกิน ประสาคนบ้าหนังไม่ว่าหนังจะน้อย ความหลากหลายและความน่าสนใจมีไม่มากเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา อย่างไรก็คงไม่พลาดไปร่วมเทศกาล ถ้าอย่างนั้นมาลองวางแผนดูหนังตลอดสัปดาห์กันครับ นับแต่วันนี้ถึงวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม (สามารถดาวน์โหลดตารางฉายหนังได้ในเว็บไซต์ bangkokfilm.org)

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม ประเดิมด้วยการคารวะเจ้าพ่อเซอร์เรียลลิสม์อย่าง หลุยส์ บุนเยล โดยรอบ 13.00 น. มีให้เลือกชม 2 เรื่อง คือ The Phantom of Liberty(1974) และ That Obscure Object of Desire(1977) จากนั้นเวลา 15.30 น. ชม Bled Number One(2006) หนังที่ใช้ฉากประเทศแอลจีเรีย เกี่ยวกับชายผู้เดินทางกลับประเทศบ้านเกิดหลังจากไปเนิ่นนาน

รอบ 18.00 น. ไปฮังการีกับหนังเรื่อง Children of Glory(2006) ว่าด้วยศึกโปโลน้ำหฤโหดระหว่างทีมฮังการีกับโซเวียตสะท้อนภาพการเมืองระหว่างประเทศในทศวรรษ 50 ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของ 3 สาวบอลข่านอพยพใน Fraulien (2006) รอบ 20.30 น.

เริ่มวันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม รอบ 13.00 น. ด้วย Exiled(2006) หนังฮ่องกงชิงสิงโตทองที่เวนิซ ต่อด้วย Donsol(2006) หนังกลิ่นอายทะเลจากฟิลิปปินส์ รอบ 15.30 น. ก่อนจะข้ามไปเม็กซิโกด้วย More Than Anything in the World(2006) หนังดราม่า-แฟนตาซีเกี่ยวกับเด็กหญิงผู้พยายามค้นหาสาเหตุของความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับแม่ของเธอ รอบ 18.00 น. จากนั้นลองชิมหนังตลกว่าด้วยเซ็กซ์จากเกาหลีใต้เรื่อง Dasepo Naughty Girls (2006) เวลา 20.20 น.

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม รอบ 12.00 น. Sankara (2006) หนังศรีลังกาเนื้อหาล่อแหลมเกี่ยวกับพระหนุ่มกับสีกาสาว จากนั้นรอบ 15.00 น.เปลี่ยนอารมณ์กับหนังว่าด้วยความรักของเด็กๆ ในหนังมาเลเซียเรื่อง Mukhsin(2006) รอบ 17.20 น. ปรับอารมณ์อีกครั้งกับ Beaufort(2007) หนังเกี่ยวกับสงครามอิสราเอล-เลบานอน ที่ส่งให้ผู้กำกับฯคว้ารางวัลที่เบอร์ลิน ปิดท้ายรอบ 20.30 น. ด้วยหนังจีนเรื่อง Getting Home (2006) เล่าถึงชายที่ต้องแบกศพเพื่อนกลับบ้าน

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม รอบ 12.00 น. ชม Omkara(2006) หรือ Othello ของเชคสเปียร์ในเวอร์ชั่นภารตะ รอบ 15.20 ลัดฟ้าไปบราซิลกับหนังผู้หญิงสู้ชีวิตเรื่อง Suely in the Sky (2006) ไฮไลต์ประจำวันอยู่ที่รอบ 17.20 น. กับ The Edge of Heaven(2007) หนังเยอรมนี-ตุรกี ที่คว้ารางวัลบทยอดเยี่ยมจากเมืองคานส์ ก่อนจะสิ้นสุดวันด้วย Lost in Beijing(2007) หนังฉาวที่โดนทางการจีนสั่งตัดและห้ามฉายที่เบอร์ลิน รอบ 20.20 น.

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม รอบ 12.00 น. This is England (2006) หนังยอดเยี่ยมรางวัล British Independent นำเสนอภาพชีวิตวัยรุ่นชนชั้นล่างตามสไตล์หนังจากสหราชอาณาจักร รอบ 14.30 น. Dreams (2005) ชะตากรรมของผู้คนในกรุงแบกแดดหลังถูกสหรัฐถล่ม รอบ 17.40 น. เลือกชม Love for Share (2006) หนังอินโดนีเซียเกี่ยวกับครอบครัวที่มีภรรยาหลายคนตามธรรมเนียมมุสลิม ปิดท้ายด้วยหนังเลสเบี้ยนสุดสยิวจากไต้หวันเรื่อง Spider Lilies (2006) รอบ 20.20 น.

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม เริ่มรอบเที่ยงด้วยหนังมาเลเซียที่น่าดูมากเรื่อง Dancing Bell(2006) ใช้ฉากลิตเติ้ลอินเดียในกัวลาลัมเปอร์ เกี่ยวกับเด็กหญิงวัย 11 ขวบที่อยากเต้นรำ ท่ามกลางปัญหาของคนในครอบครัว รอบ 14.20 น. ดูหนังสะท้อนสังคมจีนยุคใหม่เรื่อง Luxury Car (2006) เจ้าของรางวัล Un Certain Regard ที่เมืองคานส์ปี 2006 รอบ 16.40 น. XXY (2007) จากอาร์เจนติน่า เกี่ยวกับสาวน้อยที่มีความผิดปกติทางเพศ และรอบ 19.10 น.กับหนังเวียดนามเรื่อง Pao”s Story(2006) เรื่องของสาวชาวเขาผู้ออกตามหาแม่ที่แท้จริง

เริ่มวันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม รอบ 12.00 น. ด้วย White Palms (2006) หนังจากฮังการีเกี่ยวกับโค้ชยิมนาสติคผู้พยายามเอาชนะตนเอง รอบ 14.30 น. ชมหนังชีวิตครอบครัวจากฝรั่งเศสเรื่อง Inside Paris (2006) รอบ 17.00 น. Pingpong (2006) หนังรางวัล Young Critics Award ที่เมืองคานส์จากเยอรมนี และสุดท้ายรอบ 19.30 น. กับหนังตลกจากกรีซเรื่อง Uranya (2006)

ยังมีหนังเด่นหนังดังอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้จัดไว้ในโปรแกรมเพราะเห็นว่าสามารถหาดูได้ภายหลัง ไม่ว่าจะในโรงภาพยนตร์หรือดีวีดี (หรือบางเรื่องก็เคยดูแล้ว) เช่นหนังชีวประวัติเซียนหมากโกะเรื่อง The Go Master หนังของ ฟรองซัวส์ โอซง ผู้กำกับฯ Swimmimg Pool เรื่อง Angel หนังแอนิเมชั่นจากฝรั่งเศสเรื่อง Renaissance (เคยเขียนถึงเมื่อเร็วๆ นี้) หนัง “โป๊มาก” เรื่อง Shortbus ของ จอห์น คาเมรอน มิตเชลล์ เฉพาะเรื่องหลังนี้หากใครต้องการชมควรจองตั๋วแต่เนิ่นๆ เพราะหนังแนวนี้มักขายดีเสมอ

เท่าที่ดูจากตารางการฉายหนังพบว่าปัญหาเรื่องรอบเหลื่อมซ้อนกันวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วถูกแก้ไขให้รอบฉายทุกโรงตรงกันในแต่ละช่วงเวลา ส่วนปัญหาเรื่องการจองตั๋วขณะเขียนต้นฉบับเทศกาลยังไม่เริ่ม จึงยังไม่รู้ว่าสะดวกรวดเร็วแค่ไหน

ยังไงก็ขออย่าให้ย่ำแย่เหมือนปีที่แล้ว!

ที่มาจากหนังสือพิมพ์