Turistas ปิดเกาะเชือด?ชำระแค้น

Home / วิจารณ์หนัง / Turistas ปิดเกาะเชือด?ชำระแค้น

หนังเปิดฉากด้วยไตเติ้ลของภาพที่เล่นกับเทคนิคตัดต่ออันรวดเร็ว วูบวาบ หวือหวา กรรมวิธีทางแล็บยังผลให้ภาพมีสีสันผิดเพี้ยนของฟิล์มเนกาตีฟกับภาพที่แสดงให้เห็นอากัปกิริยาของหญิงสาวผู้ซึ่งร่างกายของเธอดูคล้ายถูกจับทดลองอะไรบางอย่าง

ถัดมาไม่กี่วินาที ภาพตัดกลับมาเห็นรถบัสบุโรทั่ง ห้อตะบึงท้าความเร็ว แซงซ้ายป่ายขวา ขณะที่คนขับก็ไม่ได้มีท่าทีใส่ใจผู้โดยสารที่แออัดมาอยู่เต็มคันรถ มีเพียงหนุ่มอเมริกันที่ร้องเอะอะโวยวายกับความไร้มารยาทในการขับรถของโชเฟอร์ (ที่บังเอิญมีนิสัยเหมือนพนักงานขับรถโดยสารในบางประเทศ) ก่อนจะหักหลบนักท่องเที่ยวที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างทาง จนรถเสียหลักติดหล่มอยู่ปากเหว ชะรอยที่ผู้โดยสารทั้งหมดต่างพากันตะเกียกตะกายปีนป่ายออกมาทางประตู-หน้าต่างได้ทัน ก่อนที่รถบัสปุโรทั่งคันนั้นจะกลิ้งตกเหวกลายเป็นเศษเหล็กในชั่วเวลาแค่อึดใจ

นี่คือฉากเปิดเรื่องของ “Turistas” (มาจากคำว่า Tourists ซึ่งหมายถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวในภาษาอังกฤษ) ที่เพียงแค่เริ่มต้นนาทีแรก ความตื่นเต้นระทึกใจก็ถาโถม จู่โจมเข้าใส่คนดูอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว จากนั้นหนังก็ผ่อนคลายอารมณ์ตึงเครียดด้วยเสียงกีตาร์กรีดกรายในสไตล์ดนตรีละติน พร้อมแนะนำกลุ่มตัวละครหลายเชื้อชาติที่ประกอบด้วยพี่น้องชาวอเมริกัน อเล็กซ์ (จอช ดูฮาเมล) พี่ชายขี้บ่นที่คอยตามดูแล บี (โอลิเวีย ไวลด์) ผู้เป็นน้องสาว ที่มาพร้อม เอมี่ (โบ การ์เร็ตต์) เพื่อนสนิท กับการเดินทางมาท่องเที่ยวยังดินแดนอเมริกาใต้ในประเทศบราซิลเป็นครั้งแรก พวกเขาพบกับคู่หู ฟิน (เดสมอนด์ แอสคิว) กับ เลียม (แม็กซ์ บราวน์) สองหนุ่มอารมณ์ดีชาวอังกฤษผู้มีท่าทีเป็นมิตรกับทุกคน และ พรู (เมลิสสา จอร์จ) สาวออสซี่ที่พูดภาษาพื้นเมืองได้หลังตั้งสติกับเหตุระทึกขวัญที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ทั้งหกหนุ่มสาว ตัดสินใจไม่เดินทางต่อ หากแต่แวะพัก ณ ชายหาดซึ่งอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน ตามด้วยการผูกไมตรีกับคนพื้นเมืองแถบนั้น และลงเอยด้วยปาร์ตี้สุดเหวี่ยงในยามค่ำคืน ก่อนจะพบว่าเช้าวันรุ่งขึ้น การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ ทั้งสามหนุ่มสามสาวจะต้องประสบกับชะตากรรมที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล

“Turistas” เดินตามสูตรสำเร็จของหนังเขย่าขวัญ Vacation Horror Movie แทบทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่การท่องเที่ยวผจญภัยของตัวละครที่ต้องประสบภาวะหลงทิศทาง เดินระหกระเหิน ไร้จุดหมายที่คนดูต้องช่วยลุ้นให้พวกเขาเอาตัวรอด รวมทั้งตัวละครในหนังประเภท “Dead Teenager Movie” ที่มีตัวละครวัยรุ่นทุกๆ แบบ ตั้งแต่คนเก่งที่รู้ไปเสียทุกอย่าง (ยกเว้นการหาวิธีเอาตัวรอด) ตัวละครพูดมากและสร้างปัญหาจนน่ารำคาญ (ที่คนดูมักแช่งให้ตายๆ ไปซะก่อนเพื่อน) หรือตัวละครที่ดูอ่อนแอ เป็นภาระของกลุ่ม รวมถึงพฤติกรรมห่ามๆ ที่น่าหมั่นไส้ทั้งหลายแหล่ และจุดขายประเภท Coat-Tails ที่สาวๆ ในหนังมีเหตุให้ต้องนุ่งน้อยห่มน้อยอวดทรวดทรงองค์เอวตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งโดยธรรมเนียมปฏิบัติของหนังในแนวทางนี้ ตัวละครประเภทหลังมักเอาชีวิตรอดเสมอในท้ายที่สุด แต่สำหรับ “Turistas” แล้ว กลับสลับที่ทางตัวละครเหล่านี้เสีย ตั้งแต่ตัวละครพูดมากเจ้าปัญหาก็ตายเป็นคนแรกๆ สมใจผู้ชม หรือตัวละครที่อ่อนแอก็ไม่สามารถนำพาชีวิตตัวเองให้รอดพ้นจากการถูกล่า และคนที่สุดท้ายที่เหลืออยู่ คือตัวละครประเภทเก่งกล้าเป็นผู้นำของกลุ่ม ช่างคิด ช่างสังเกต กว่าใครนอกจากนี้สิ่งที่ “Turistas” พยายามทำให้ตัวเองดูแตกต่างจากหนังทริลเลอร์ทั่วไปคือ การบอกเป็นนัยๆ ให้คนดูรู้จักตัวละครผู้ร้ายตั้งแต่ต้นเรื่องว่าเป็นใคร แต่สิ่งที่ทำให้น่าติดตามต่อไปก็คือ จุดประสงค์ของผู้ร้ายรายนี้ต้องการอะไรมากกว่า

การเล่นกับความโดดเดี่ยว แปลกแยก และต่างพื้นถิ่นของตัวละครทั้งหกในหนัง นอกจากช่วยสร้างความหวาดหวั่นในระดับหนึ่งแล้ว สภาพแวดล้อมของการหนีเอาตัวรอดที่หนังกำหนดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นถ้ำคูที่ดูมืดมิด หรือบรรยากาศดิบชื้นของผืนป่าอะเมซอนในอเมริกาใต้ที่อับทึบ ยังสร้างความพรั่นสะพรึง เคลือบแคลงไม่น่าไว้ใจ เหมือนมีคนแอบจ้องมองอยู่ตลอดเวลา ไม่นับรวมช่วงเวลาวิกฤติที่ตัวละครต้องดำผุดดำว่ายในถ้ำใต้น้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ก็ยิ่งทำให้คนดูต้องลุ้นกันจนหายใจไม่ทั่วท้องตามไปด้วย แต่ปัญหาใหญ่เพียงหนึ่งเดียวของหนังก็คือ อารมณ์ระทึกเหล่านี้ดำเนินอยู่บนพล็อตเรื่องที่อ่อนปวกเปียก โดยเฉพาะการกระทำอันชวนสับสนของ คิโค่ (เอเกลส สทีบ) หนุ่มพื้นเมืองที่เข้ามาผูกมิตร (หรือคิดร้ายก็ไม่รู้?) ที่สำคัญ “Turistas” เต็มไปด้วยความรุนแรงที่พุ่งโพล่งออกมาเป็นระยะๆ ชนิดคนดูไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ทันรับมือกับฉากสยองขวัญอันชวนคลื่นเหียนอาเจียนในหลายๆ ตอน แม้จะพยายามทำให้ดูมีสาระกับการสอดแทรกประเด็นเสียดสีการเมืองหรือแดกดันชาติตะวันตก ในฐานะผู้รุกราน ฉกฉวย เอารัดเอาเปรียบและดูแคลนชนชาติอื่นไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะชาวอเมริกาใต้ และอินเดียนแดงถูกกดขี่กลายเป็นชนชั้นล่างของสังคมอเมริกัน ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นเจ้าของดินแดนแต่ดั้งเดิม

การให้ภาพผู้ร้ายของชาวบราซิลเลี่ยนใน “Turistas” แม้ตอนหนึ่งในหนังที่บอกถึงการแก้แค้นด้วยการให้บทเรียนอันแสนเจ็บปวดแก่อเมริกันชนอย่างสาสม ทั้งการช่วงชิงบางอย่างกลับคืนไปด้วยชีวิต หรือการด่าทอตอกกลับซึ่งๆหน้ากับสภาพความเป็นจริงอันปวดร้าวที่พวกเขาได้รับในฐานะผู้ถูกกระทำย่ำยีตลอดเวลา แต่หนังไม่สามารถสะกิดประเด็นนี้ได้แรงพอ แต่กลับสร้างความขัดแย้งและโกรธขึ้งในหมู่ชาวบราซิล เพราะหนังถูกมองว่าบิดเบือนความจริงและสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้แก่ประเทศในสายตานักท่องเที่ยว จนนักแสดงนำ จอช ดูฮาเมล ต้องออกมาขอโทษต่อรัฐบาลและชาวบราซิลระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ The Tonight Show ของ เจย์ เลโน ทางช่อง NBC แม้ท้ายที่สุด “Turistas” อาจจะลงเอยแค่หนังที่ดูเอาความบันเทิงเป็นหลัก แต่ก็สามารถตอบโจทย์ข้อนี้อย่างได้ผล แม้จะเป็นเพียงการกลับไปสู่วัง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์