หนังโหดเชิดชูเพศแม่ให้มากกว่าที่คิด

Home / วิจารณ์หนัง / หนังโหดเชิดชูเพศแม่ให้มากกว่าที่คิด

เป็นไอเดียที่น่าสนใจ เมื่อผู้กำกับหนังฮอลลีวูดคู่ซี้ เควนติน ทาแรนติโน กับ โรเบิร์ต รอดริเกซ จับมือกันทำหนังแบบ 2 เรื่องควบ ซึ่งได้ไอเดียมาจากหนังที่ฉายโรงหนังชั้นสอง ที่มักจะฉายควบ และหนังส่วนใหญ่ก็จะเป็น หนังทุนต่ำแนวสยองขวัญดิบโหด ที่เน้นเซ็กซ์และความรุนแรง ที่ฮิตมากในยุค 60-70

ทั้งสองเลือกทำคนละเรื่อง ทาแรนติโน ทำเรื่อง Death Proof โชเฟอร์บากพญายม, รอดริเกซ ทำเรื่อง Planet Terror อีสาวแข้งปืนกล เป็นหนังใหม่ที่เอามา ทำเก่า ให้เหมือนหนังสมัยยุค 60-70 หวังเรียกบรรยากาศในยุคนั้นมาให้ผู้ชมได้สัมผัสเต็มที่

ถึงแม้ว่าหนังในยุคเก่าจะไม่หวังให้ผู้ชมต้องคิดมากอะไร นอกจากจะเสพความบันเทิงจาก เซ็กซ์และความรุนแรง กันเต็มที่ แต่เมื่อมาเป็นหนังของ 2 ผู้กำกับฯ สุดแนวต้องไม่ออกมาแบบ ไร้สมอง ไม่ประลองปัญญา อย่างแน่นอน

โดยรวมผมเห็นว่านี่คือ โปรเจกต์หนังแอ็กชัน ระทึกขวัญ สยองขวัญ ที่แฝงแนวคิดเชิดชูเพศแม่เอาไว้อย่างเนียนๆ พร้อมด้วยอารมณ์เสียดสีแบบแสบสันต์คันคะเยอ ตามสไตล์ของทั้งคู่ ที่ช่างมีรสนิยมต้องกัน จนราวกับทั้งสองเกิดมาเพื่อกันและกัน

Death Proof เป็นเรื่องราวของสตันต์แมนจิตป่วย ที่บำบัดอารมณ์ตัวเองด้วยการซิ่งรถรูปหัวกะโหลก ออกตามไล่ล่าฆ่าสาวๆ ตามท้องถนน แต่กลับเจอดี เพราะเหยื่อกลุ่มสุดท้ายดันเป็นกลุ่มสตันต์เกิร์ล ที่สนุกกับการ ท้าตาย เช่นกัน การตอบโต้แบบถึงเป็นถึงตาย
จึงเริ่มต้นขึ้น

Planet Terror เรื่องราวของ สาวโคโยตี้ตกงานที่เผอิญเข้าไปตกอยู่ในสถานการณ์สุดสยอง เมื่อเมืองทั้งเมืองถูกคุกคามจากพวกซอมบี้ ด้วยอุบัติเหตุทำให้เธอขาขาด แต่แฟนหนุ่มของเธอก็ช่างมีน้ำใจ จัดการเอาปืนมาเสียบให้เธอใช้แทนขา และเธอก็พัฒนาจาก ปืนธรรมดา เป็นปืนกล ตามชื่อเรื่องในที่สุด

หนังให้อารมณ์ มันส์โคตร ทั้ง 2 เรื่อง ภายใต้ทีท่า หนังแอ็กชันมันส์โคตรของเพศชายแต่ที่แท้นี่คือ หนังผู้หญิงเก่ง ในแบบ Kill Bill (ทาแรนติโน่) และทุกเรื่องของ รอดริเกซ

Death Proof มีมุมเสียดสีพวกนักซิ่งทั้งหลาย ก่อนจะกลายเป็นหนังที่เป็นการขับเคี่ยวกันระหว่าง ผู้ชายโรคจิต กับผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเพศชายพลุ่งพล่าน ที่ไม่ยอมตกเป็นเหยื่อผู้ชายอีกต่อไป พวกเธอตอบโต้อย่าง เจ็บลึกและแสบตาย รับประกันว่าสาวๆ ดูแล้วต้องกรี๊ดสะใจในอารมณ์อย่างแน่นอน

Planet Terror คือ หนังซอมบี้ แอ็กชัน ไซไฟ ที่แม้จะอุดมเลือด เซ็กซ์ ความรุนแรง แต่ก็ยังแฝงมุมมิตรภาพในครอบครัว (ซึ่งโดดเด่นมากในงานของ รอดริเกซเห็นได้ชัดจาก Spy Kids) เสียดสีปัญหาครอบครัว ปัญหาเด็กกับความรุนแรงที่เกิดจากผู้ใหญ่ ซึ่งสุดท้ายจะลงเอยด้วยการเป็น หนังรุนแรง ที่ต่อต้านความรุนแรง และเชิดชู ผู้หญิงเก่ง อย่างออกนอกหน้า

โดยส่วนตัวผมชอบงานของ รอดริเกซ อยู่แล้ว เพราะเขาเป็นเหมือนพ่อครัวที่ปรุงอาหารด้วยรสที่แซบโดนใจ เขาสร้างสีสันด้วยฉากแอ็กชันสุดมัน แต่กระนั้นก็ไม่ทิ้งแง่มุมส่งเสริมสถาบันครอบครัว ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว พ่อ แม่ ลูก หรือ พี่ น้อง อยู่ด้วยเสมอ งานของเขาดูเป็นพวก ปากตรงกับใจ คิดยังไงก็พูดออกไปอย่างนั้น (เหมือนผมเด๊ะ)

ขณะที่งานของ ทาแรนติโน ยังดูมีลักษณะ ประดิษฐ์เท่ โชว์เท่ อวดอีโก้ แต่ก็เหมาะกับสไตล์ของเขา เด่นที่ไดอะล็อกเสียดสี แสบๆ คันๆ มันไปอีกแบบ

ผมเห็นหนังชุดนี้แล้ว นึกถึง ปรัชญา ปิ่นแก้ว ขึ้นมาทันที นึกอยากเห็น ปรัชญา ทำหนังสไตล์นี้ ด้วยคอนเซปต์ร่วมกันรณรงค์กำจัดพวกมารสังคม อาทิ นักซิ่งตีนผี, พระที่ชอบค้ายา, มั่วสีกา, ขโมยพระพุทธรูปไปขาย, นักการเมืองคอร์รัปชัน, พ่อแม่ที่ชอบทุบตี ฆ่าเด็ก,วัยรุ่นที่ชอบมั่ว มีลูกแล้วทำแท้ง ทิ้งลูกตามกองขยะ, โจรปล้นร้านทอง, โจรภาคใต้, พวกที่ชอบข่มขืนเด็กในครอบครัว, พวกค้ายา, พวกที่ชอบข่มขืนแล้วฆ่า ฯลฯ

โดยทำออกมาในคอนเซปต์เดียวกันคือ อย่าปล่อยให้พวก เอี้ย ลอยนวล!แล้วเลือกผู้กำกับฯ ที่น่าจะทำหนังแนวนี้ได้ดีมากำกับฯ ซึ่งผมขอเลือกให้ดังนี้ ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ที่ผมติดใจจาก อำมหิตพิศวาส, ยุทธเลิศ สิปปภาค ปกติเขาก็ทำงานแนวนี้อยู่แล้ว, ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล การันตีด้วยผลงาน 13 เกมสยอง,ภาคภูมิ วงศ์จินดา เห็นแววจาก รับน้องสยองขวัญ, วิดีโอคลิป และ ทวีวัฒน์ วันทา เห็นลูกบ้าของเขาจากหนัง ขุนกระบี่ ผีระบาด

แล้วให้ผู้กำกับฯ ทั้ง 5 คนเลือกเอาเองว่าจะเลือก กำจัดพวกเอี้ย กลุ่มไหน อนุญาตให้ซัดกันให้เต็มที่ แบบไม่มีเซนเซอร์ (ใครออกมาประท้วง ผมจะช่วยด่าให้อีกแรง)ซึ่งค่ายสหมงคลฟิล์ม สามารถจะใช้ประโยชน์จากบุคลิกในค่ายอย่าง จา-พนม, ตั๊ก-บงกช,เดี่ยว-ชูพงษ์, บอลลูน, หม่ำ จ๊กมก ฯลฯ ได้เต็มที่แล้วของบสนับสนุนจากรัฐบาล หรือหน่วยงาน องค์กรใดๆ ที่อยากจะสนับสนุน ร่วมกันรณรงค์กำจัด พวกเอี้ย (กรุณาอ่านด้วยอักษร ห.) ให้ทุเลาไปจากสังคมไทย เพราะไอ้พวกนี้นับวันมันจะ เล่นแรง และหนักข้อ ขึ้นทุกทีมันก็น่าจะ โดนล่อ แบบหนักๆ ด้วยเช่นกัน

ที่มา สยามรัฐ