คนที่หลงรัก ใน… “สายลับจับบ้านเล็ก”

Home / วิจารณ์หนัง / คนที่หลงรัก ใน… “สายลับจับบ้านเล็ก”

หนังที่จะทำให้คนดูประทับใจได้ ประการสำคัญยิ่งคือต้องมี “ตัวละคร” ที่ทำให้พวกเขารู้สึกหลงรัก เหมือนอย่างที่ “แฟนฉัน” มี “เจี๊ยบ” กับ “น้อยหน่า” “เพื่อนสนิท” มี “ไข่ย้อย, ดากานดา” และ “นุ้ย” หรือ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ” มี “พระนเรศ,บุญทิ้ง” และ “เลอขิ่น” ฯลฯ

หนังเรื่อง “สายลับจับบ้านเล็ก” ผลงานกำกับฯล่าสุดของ “คมกฤษ ตรีวิมล” ก็น่าจะเป็นหนังในดวงใจอีกเรื่องของใครหลายคน เพราะนอกจากจะขำแบบไม่คิดชีวิต และซาบซึ้งจนทำเอาน้ำตาซึม มันยังเปี่ยมไปด้วยตัวละครที่มีมิติให้ชวนหลงรักอีกมากมาย

เริ่มจาก “จ๊อก” “(ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์)” นักสืบกิ๊กก๊อกที่ดูเหมือนจะไม่เอาอ่าวเท่าไหร่ เพราะนอกงานที่เจ้าตัวทำจะแลดูหาความมั่นคงในชีวิตไม่ได้ เขายังรักที่จะคิดนู่นประดิษฐ์นี่ ซึ่งคนอื่นอาจจะมองว่าไร้สาระอยู่เป็นประจำ ถึงอย่างนั้น ผู้ชายอย่างจ๊อกก็ยังเรียกว่าน่านับถือ เพราะเขาซื่อสัตย์กับความชอบของตัวเอง ด้วยการทำในสิ่งที่เชื่อต่อไป

ไม่ใช่แค่สิ่งของ จ๊อกยังเชื่อมั่นในหัวใจตัวเอง มากกว่าจะเชื่อคำพิพากษาของสังคม จะมีผู้ชายสักกี่คนที่เป็นได้อย่างจ๊อก รักและจริงใจกับผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมียน้อย”? ทั้งนี้ องค์ประกอบที่ว่ามาอาจไม่เพียงพอที่จะทำให้คนดูหลงรัก “จ๊อก” ได้ หากนักแสดงไม่ได้ชื่อ “ซันนี่” ผู้ไม่เชื่อในการ “เล่นใหญ่” หากศรัทธาในการแสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า

“แจ๊ค” “(เฉลิมพล ทิฑัมพรธีรวงศ์)” หนุ่มน้อยวัยคะนองที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักสืบ แต่นั่นก็ไม่น่าสนใจเท่ากับ การที่แจ๊ครักที่จะพูดคำว่า “ไอ้สัตว์,ไอ้เ- ี้ย” ฯลฯ โดยไม่สนใจสังคมว่าจะประณามว่าหยาบช้าสักแค่ไหน (เพราะแจ๊คไม่รู้ว่ามีคนอื่นฟังอยู่-แต่ผู้กำกับฯและคนเขียนบทรู้?) ซึ่งน่าแปลกที่คำ “ไอ้สัตว์” ของแจ๊ค กลับทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นเยอะ เพราะมันทำให้คนทั้งโรงหัวเราะอย่างไม่ลืมหูลืมตา แจ๊คไม่ได้ด่า เขาแค่คะนองไปบ้าง เขา(แจ๊ค ผู้กำกับฯและคนเขียนบท) แค่อยากให้เราขำ และมันก็ได้ผล แต่ถ้าผู้กำกับฯคนไหนให้ตัวละครของตัวเองพูดคำนี้ แล้วตลกฝืดเหลือเกิน โปรดจงหยุดการกระทำของท่านเถิด เพราะการทำให้คนดูหัวเราะไม่ออก (ทั้งๆ ที่ดูรู้ว่าตรงนี้กะฮา) นั้น ร้ายกาจกว่าการสบถด่าออกมาตรงๆ เสียอีก

“ฤทัย” “(โอปอล์-ปาณิสรา พิมพ์ปรุ)” สาวเจ้าของร้านคาราโอเกะ (ซึ่งทั้งเรื่อง ก็เห็นมีแต่เจ้าหล่อนและผองเพื่อนที่ร้องอยู่นั่น หามีลูกค้าสักคนไม่) ฤทัยอาจไม่น่าหลงรักขนาดนี้ ถ้านักแสดงไม่ใช่โอปอล์ ที่ขโมยซีนมาแล้วจากหนังทุกเรื่อง แม้ว่าในเรื่องนี้ โอปอล์จะทำไม่สำเร็จ เพราะ”จ็อก” ที่แสดงโดยซันนี่ฮากว่าเยอะก็ตาม

อนึ่ง เชื่อว่าถ้าเรื่องนี้โอปอล์เป็นนางเอก สองคนนี้อาจจะกินกันไม่ลงก็ได้ ว่าแต่มันจะกลายเป็นหนังบ้าอะไรกันล่ะ ถ้าพระเอกนางเอกมัวแต่จะมาฮาแตกกันทั้งเรื่อง? ฉะนั้น การที่โอปอล์กลับไปอยู่ในที่ของตัวเอง น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว

ตามด้วย “เจมส์ บอนด์” ซึ่งรับบทโดย “ริชาร์ด” นักแสดงผู้จะมาแย่งตำแหน่ง “เล่นทุกเรื่อง” จาก “โก๊ะตี๋ อารามบอย” ในไม่ช้า เพราะนอกจาก “มะหมา 4 ขาครับ” ตามด้วยเรื่องนี้ ริชาร์ดยังมี “ครอบครัวตัวดำ” อีกเรื่องที่จะได้ร่วมอวดความสามารถ

แรกเริ่มเราอาจไม่เข้าใจว่าน้องหมาตัวนี้มาทำอะไรในหนัง เพราะไม่มีแก พวกพี่ๆ เขาก็อยู่กันได้ แต่แล้วคนดูก็จะเข้าใจได้ในที่สุดว่ามันสำคัญกับเรื่องอย่างไร ฉะนั้น ถึงบางคนจะใจแข็งเป็นหินจนรักสุนัขแสนรู้ตัวนี้ไม่ลง แต่อย่างน้อยคนเขียนบทก็ต้องหลงรักมันมาก เพราะถ้าไม่มีมัน ฉัน (คนเขียน) จะหาทางลงได้อย่างไร

“สุทิน” “(นิมิต ลักษมีพงศ์)” นักสืบจอมโหดที่ควรจะถูกคนดูเกลียด แต่หนังก็ทำให้เขาเป็นตัวละครที่มีด้านมืดด้านสว่าง ด้วยการให้สุทินเป็นคนรักสุนัขสุดหัวใจ ราวกับจะตอกย้ำความเชื่อที่ว่าคนที่คุณเห็นว่าเลว เอาเข้าจริง เขายังมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งมองด้วยตาเปล่าไม่อาจเห็น

สุทินอาจยังไม่ชัดพอ ต้อง “น้ำปั่น” “(พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ)” สิ กรณีตัวอย่างของจริง น้ำปั่นเป็นเมียน้อย ที่ทำให้ใครหลายคนนึกถึงตัวเอง โดยเฉพาะคนที่ฝันอยากมีบ้าน

น้ำปั่นอยากมีบ้านสวยๆ ซึ่งใครหลายคนก็เป็นอย่างนั้น คอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เวลาได้เห็นบ้านสวยๆ ในหนังสือ ออกเล่มใหม่ก็ไปหามาดูอีก ทั้งๆที่ให้ตายยังไงก็ไม่มีปัญญาซื้อหรอก น้ำปั่นเองก็ไม่สามารถ เธอทำได้แค่ซื้อหนังสือแต่งบ้านมานั่งฝัน ซื้อโมเดลมานั่งตกแต่งเล่นๆ แต่น้ำปั่นอาจแตกต่างจากบางคน ตรงที่เธอไม่ยอมฝันอย่างเดียว แต่จะทำให้เป็นจริงให้ได้ ทว่าหนทางที่เธอเลือกเดิน กลับไม่ใช่ทางที่เหมาะสม เพราะน้ำปั่นเลือกที่จะเป็น “บ้านเล็ก” ของเสี่ยกระเป๋าหนัก ก่อนจะมีบ้านหลังใหญ่เป็นของตัวเอง

ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังเป็นตัวละครที่คนดูหลงรักได้ เพราะแม้จะเคยทำผิดยังไง ที่สุดแล้ว “บ้านเล็ก” คนนี้ ก็มีหัวใจไม่ต่างจากคนอื่นเลย

คนสุดท้าย “คุณ” ซึ่งแสดงโดยคุณนั่นแหละ คุณอาจจะเป็นคนที่ดูไม่มีอนาคตในสายตาคนอื่น แต่คุณก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่คุณทำ คุณอาจจะชอบพูดคำหยาบ แต่คุณก็จริงใจกับเพื่อนฝูง และจริงจังกับความฝันของตัวเอง คุณอาจจะดูเป็นคนไม่สำคัญ แต่อารมณ์ขันอันล้นเหลือ ก็ทำให้สังคมไหนก็ขาดคุณไม่ได้ คุณอาจจะเป็นแค่ตัวประกอบในชีวิตใครบางคน แต่เชื่อเถอะว่าวันหนึ่งเขาจะเห็นค่าของคุณเอง คุณอาจจะเป็นแค่คนหลงทาง เผลอทำสิ่งเลวร้ายที่สังคมไม่ยอมรับ แต่ความดีในส่วนลึกก็จะทำให้คุณพบคนจริงใจในที่สุด

“คุณ” คือตัวละครที่มีทั้งด้านดีและด้านงี่เง่า แต่การหลงรักตัวเองก็เป็นสิ่งที่คุณพึงกระทำ ไม่น้อยไปกว่าการหลงรักคนอื่น

“เพราะมันจะส่งผลกับความประทับใจที่คุณมีต่อ “หนังชีวิต” ของตัวเองด้วย”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์