ไชยา มิตรภาพของนักสู้

Home / วิจารณ์หนัง / ไชยา มิตรภาพของนักสู้

หนังจอกว้าง
ณัฐพงษ์โอฆะพนม


ท้องฟ้าฉาบทาด้วยสีทองริมหาดทรายขาวปรากฏร่างเงาดำตะคุ่มของคนกลุ่มหนึ่ง เคลื่อนไหววูบวาบตัดกับเส้นขอบฟ้า สรรพางค์กายกำยำบึกบึน หากแต่มีท่วงท่าพลิ้วไหวด้วยลีลา ป้องปัด ปิดเปิด เหยาะย่าง ยักเยื้อง ถดถอย เหาะเหิน ล่อหลอก หลบหลีก ทุ่มทับ จับหัก กอดรัด ฟัดเหวี่ยง ล้มลุก คลุกคลาน โอนอ่อน ผ่อนตาม ติดตาม ซ้ำเติม?เสียงตะโกนก้องแว่วมาแต่ไกล “เขาแข็ง เราอ่อน เขาอ่อน เราตี เขาหนี เราไล่ ประกบ ประกับ จับรั้ง เข้าข้างหลัง หักก้านคอ”

นี่คือฉากหนึ่งในหนัง”ไชยา” ที่ถ่ายทอดให้เห็นทัศนียภาพอันงามงด องค์ประกอบภาพที่มีการจัดวางตำแหน่งต่างๆได้อย่างลงตัว นำพาให้เราไปรู้จักกับมวยโบราณ ‘ไชยา’ คล้ายจะสื่อความนัยว่าศิลปะการต่อสู้ของไทยนั้นเป็นความงามอีกแบบหนึ่ง หลังจากฉากแรก หนังเผยให้เราได้เห็นด้านมืดของวงการมวย ที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงและความฉ้อฉลทุกรูปแบบ

‘เปี๊ยก’ (อัคราอมาตยกุล) ‘สะหม้อ’ (สนธยาชิตมณี) และ’เผ่า’ (ธวัชชัยเพ็ญภักดี) เพื่อนรักจากแดนใต้ ทั้งสามเดินทางเข้ากรุงเทพฯ หลังค่ายมวยถูกปิด เพราะครูทิว (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) พ่อของเผ่าและเจ้าของค่าย ต้องพาลูกชาย ‘แกร่งศึก’ (ประวิตรกิตติชาญธีระ) นักมวยยอดฝีมือ เข้ามาชกมวยหาเงินใช้หนี้ในเมืองกรุงตามคำสั่งเจ้าหนี้ หลังกู้เงินมาลงทุนทำค่ายมวยแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่ทั้งสามจะพบว่า จุดจบชีวิตนักมวยในเมืองกรุงของ ‘แกร่งศึก’ คือความตายและ ‘พ่อทิว’ ของพวกเขาบวชเป็นพระ

‘เปี๊ยก’ ‘สะหม้อ’ ‘เผ่า’ ไม่ยอมหยุดเดินตามความฝันที่พกพามาเต็มอกจากบ้านเกิด โดยมี ‘ศรีไพร’ (กิเนียภริตา คงเพชร) แฟนสาวของ’เปี๊ยก’ ตามเข้ามาลำบากลำบนด้วยทั้งสามเริ่มต้นชีวิตนักมวยเมืองกรุงในค่ายของครูเทพ(วงศ์ตะวัน ชีวิน ณ เชียงใหม่) และในฐานะที่ ‘เปี๊ยก’ ฝีมือดีที่สุดในหมู่เพื่อนเขาจึงได้ขึ้นชกก่อนใครโดยมี ‘สะหม้อ’ และ’เผ่า’ คอยเป็นพี่เลี้ยงดูแลแต่แล้วเงื้อมเงาแห่งความเลวร้ายในวงการมวยแผ่อิทธิพลมาถึงครูเทพ เขาสั่งให้ ‘เปี๊ยก’ ล้มมวย แต่เด็กหนุ่มไม่ยอมจึงเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันรุนแรง ‘เปี๊ยก’ พลั้งมือทำร้ายครูเทพ ทั้งสามจึงหนีออกจากค่ายหวังไปตายเอาดาบหน้า ‘เผ่า’ แยกจากเพื่อนไปอยู่กับพ่อทิวส่วน ‘สะหม้อ’ และ’เปี๊ยก’ หนีไปอาศัยใบบุญของเซียนมวยผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งนับจากนั้นมาวิถีชีวิตของเพื่อนทั้งสามก็เหมือนเส้นขนานที่แยกห่างออกจากกันทุกที…’เผ่า’ เติบโตบนสังเวียนผืนผ้าใบเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์มวยไทยเหมือนที่เคยใฝ่ฝันในขณะที่ ‘เปี๊ยก’ และ ‘สะหม้อ’ ดำดิ่งลงสู่โลกโสมมของสังคมนอกกฎหมายทั้งบ่อนเถื่อน เป็นนักเลงรีดไถ เก็บค่าคุ้มครอง จนถึงขั้นลงมือฆ่าคน ในที่สุดโชคชะตาก็นำพาเพื่อนทั้งสามกลับมาพบกันอีกครั้ง และมันก็ได้พิสูจน์ถึง ‘มิตรภาพ’ ที่ข้นคลั่กอยู่ในสายเลือด ที่ไหลเวียนจากการสูบฉีดของหัวใจนักสู้ในตัวพวกเขานั่นเอง

“ไชยา”ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังที่โชว์ศิลปะการต่อสู้ของมวยไทยโบราณไชยา หากแต่ยังเป็นหนังที่ชำแหละให้เห็นถึงเบื้องลึกในจิตใจของมนุษย์ที่ดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อเอาตัวรอดในสังคมที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขัน หนังได้สะท้อนภาพมายาของสังคมเมืองที่ค่านิยมของเงินตรา ชื่อเสียง ได้ยั่วยวนอุดมคติที่งดงามของคนในสังคมชายขอบให้หลงมาติดกับและทำลายคุณค่าในตัวเองลง กลายเป็นเหยื่อให้แก่ผู้คนกิเลสหนา ที่ติดอยู่กับวังวนแห่งตัณหาที่สิงสู่เกาะกินจนไม่เหลือความเป็นมนุษย์อีกต่อไป ที่สำคัญมันละลามไปกัดกร่อนความงดงามของศิลปะที่ฝังลึกในจิตวิญญาณผู้คน ฉากที่อธิบายความถึงประเด็นนี้ได้ดี มาจากช่วงต้นเรื่อง เมื่อ ‘เปี๊ยก’ กำลังจะก้มลงกราบ’เคี่ยมหมัดควาย’ (ยอดสนั่นสามเคแบตเตอรี่) หลังพ่ายแพ้การชกในงานประจำปีที่บ้านเกิด ตามคำสัญญาที่ให้ไว้ก่อนประหมัดกัน แต่ทว่านักมวยรุ่นพี่จากเมืองโคราช กลับโอบไหล่พร้อมเอ่ยให้กำลังใจขอให้ฝึกฝนต่อไปไม่มีแม้น้ำเสียงเย้ยหยันของผู้ชนะ ในขณะที่การแสดงของน้ำใจนักสู้เช่นนี้ กลับไม่เคยปรากฏแม้แต่ครั้งเดียวในคราวที่ ‘เปี๊ยก’ เดินทางมาชกมวยในเมืองกรุงที่บนสังเวียน เต็มไปด้วยความมุ่งมาดเอาชนะ ผู้คนในสนามมวยเห็นศิลปะการต่อสู้เป็นเพียงเกมกีฬาที่มีเงินตราเป็นเดิมพัน โห่ร้องเพื่อให้คู่ชกทั้งสองฝ่ายห้ำหั่นกันอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อความสะใจมากกว่าที่จะได้เห็นลีลาแม่ไม้มวยไทย กับท่วงท่าการออกอาวุธของพาหุยุทธ์อันสวยงาม…’เปี๊ยก’ และ ‘เผ่า’ เลือกที่จะเป็นนักสู้ตามแบบอย่างของมวยไชยา ที่เน้นรับมากกว่ารุก และเน้นท่วงท่ามากกว่าพละกำลัง ดังคำกล่าวที่ว่า ‘หมัดหนักโคราชฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา’ แน่นอนว่าเหล่าบรรดาเซียนมวยและเจ้าของค่ายกลับไม่มีใครชื่นชม

ภาพการต่อสู้ที่ดูเข้มข้นหนักแน่น สมจริงในหนัง “ไชยา” ช่วยตอกย้ำภาพความข้นแค้นของชีวิตคนตัวเล็กๆกับการพยายามเอาตัวรอดในเมืองใหญ่ ‘เปี๊ยก’ ถึงขั้นถ่ายเป็นเลือดด้วยความทรมาน หลังกรำศึก เพื่อหวังจะได้ขึ้นชกบนเวทีราชดำเนิน สังเวียนในฝันของนักมวยบ้านนอก แต่เบื้องหลังลึกๆ แล้ว ใครจะรู้ว่าก่อนจะได้มาเยือนเวทีนี้ นักมวยบางคนอาจต้องหมดศักดิ์ศรีด้วยการยอมล้มมวย…ภาพแทนสายตาของป้ายสนามมวยราชดำเนินที่กำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมๆ ร่างของ ‘เปี๊ยก’ ที่ค่อยๆทรุดลงกับพื้น เหมือนกับจะบอกว่าความฝันของเขาหลุดลอยไปไกลทุกที… หนัง”ไชยา” อาจจะกำลังบอกเราว่า ที่สุดแล้วคนในวงการมวยเองนั่นแหละ ตั้งแต่โปรโมเตอร์ ครูมวย เซียนมวย หรือพี่เลี้ยงนักมวยคือตัวการที่ทำลายมวยไทย เพราะมุ่งแต่หาผลประโยชน์เป็นใหญ่ และสุดท้ายมิตรภาพของนักมวยบ้านนอก คือเถ้าถ่านที่หลงเหลือจากเชื้อความดีที่ยังพอมีอยู่ในตัวคนทั้งสาม ยังมีรายละเอียดอีกมาก หากต้องอรรถาธิบายว่า ทำไม “ไชยา” ถึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งในหนังไทยน้ำดีของปีนี้ที่น่าให้กำลังใจกันอย่างที่สุด นอกเสียจากว่าต้องลองสละเวลาไปหาชมกันเอาเอง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์