เพื่อน กูรักมึงครับ

Home / วิจารณ์หนัง / เพื่อน กูรักมึงครับ

“เพื่อน กูรักมึงว่ะ” คือหนังเกย์ชื่อประหลาด ผลงานการกำกับฯล่าสุดของ “พจน์ อานนท์” ซึ่งหลายคนเคยระเบิดเสียงหัวเราะให้กับหนังผี ตลก กะเทย เรื่องที่ผ่านๆ มาของเขามาแล้ว (ในขณะที่บางคนก็เข็ดขยาดจนไม่คิดจะดูหนังของผู้กำกับฯคนนี้อีก-เพราะไม่ใช่รสนิยม)

สำหรับคนที่แตกตื่นหนีหายไปกับหนังเรื่องที่ผ่านๆ มาของเขา มีกระแสอยู่เนืองๆ ว่า กลับมาเถอะ มาดูหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็น “หนังรักที่ดีที่สุด” ของพจน์ อานนท์ กัน

อันที่จริงต้องบอกว่า “เพื่อนฯ” เป็นหนังที่ “ภาพสวยที่สุด” ของผู้กำกับฯคนนี้ต่างหาก ทั้งนี้ คงต้องยกเครดิตให้ “ทิวา เมยไธสง” ผู้กำกับภาพที่นอกจากจะนำเสนอหนังด้วยมุมกล้องสุดครีเอท ยังสร้างสรรค์ภาพออกมาได้สวยบาดจิตจนคนที่หลงใหลการถ่ายรูป น่าจะหลงรัก “ภาพ” ในหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก โดยเฉพาะฉากที่ 2 นักแสดงนำขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านหัวลำโพง แล้วมีฝูงนกโบยบินตัดลำแสงของดวงอาทิตย์ ที่ “งาม” จนน่าจะทำให้หลายคนถึงกับหยุดหายใจเลยทีเดียว

ดูก็รู้ว่าผู้กำกับฯและทีมงานของหนังเรื่องนี้ให้ความสำคัญกับสุนทรียะทางสายตามาก และดูต่อไปจนจบก็จะเห็นชัดเลยด้วยซ้ำว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับมันมากเหลือเกิน

มากเสียจนน่าน้อยใจแทนงานส่วนอื่นๆ ที่ถูกละเลยไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นบทพูดที่สุดแสนจะผิดธรรมชาติ เพราะหนังยัดเยียดคำว่า “คุณ,ครับ” และวาจาสุภาพอีกหลากหลายให้กับตัวละครหนึ่งชนิดเกินพอดี จนเขาคล้ายจะเป็นพระเอกลิเกหลงวิก ซึ่งมันก็ทำให้หลายๆ ฉากที่ผู้กำกับฯตั้งใจจะให้ออกมาซึ้ง กลายเป็นความน่าขบขันไปเสียนี่

ที่น่าเสียดายอีกอย่างก็คือ “หญิง-ฌัชฌา รุจินานนท์” นักแสดงที่เคยได้พิสูจน์มาแล้วว่าเล่นบทดราม่าได้ดีไม่แพ้ใคร ทว่ามาเล่นเรื่องนี้ เธอกลับต้องกลายเป็นตัวตลก เพราะนอกจากจะเป็นหญิงที่ถูกแฟนร่างชายใจหญิงสวมเขา เธอยังถูกกำกับฯ (หรือไม่ก็ตีความผิดเอง เพราะร้างลาจากการแสดงไปนาน) ให้เล่น “ใหญ่” เหมือนกับกำลังแสดงละครน้ำเน่าหลังข่าว เพราะอย่างนี้ แทนที่คนดูจะน้ำตาซึมเพราะเห็นใจผู้หญิงคนนี้ กลับต้องมาน้ำตาเล็ดเพราะนึกขันกับแอ๊คติ้งของเธอแทน

ทั้งนี้ ยังไม่นับรวมถึงการใส่สัญลักษณ์ที่ดูแล้วรู้สึกว่า “ยัดเยียด” เสียเหลือเกิน เช่น ฉากไล่ฆ่ากันในโรงเก็บพระพุทธรูป หรือฉากที่จู่ๆ ก็มีพระสงฆ์มานั่งหน้าตาผิดธรรมชาติข้างๆ น้องพระเอกที่เป็นนักฆ่า นัยว่าจะสื่อให้เห็นความขัดแย้งระหว่างศีลธรรมและความชั่ว แต่ด้วยความที่ปิดตาข้างหนึ่ง ก็ดูรู้ว่าหนังจงใจใส่สิ่งเหล่านี้เข้ามา จึงทำให้การประเทืองปัญญาไม่เกิดแก่ผู้ชมเลยให้ตายเถอะ, มุขสำส่อน-รักร่วมเพศ แล้วต้องเป็นเอดส์นั่นก็ด้วย จะมีใครคิดบ้างหรือไม่ว่า นั่นคือความ “เชย” และ “ซ้ำซาก” อย่างยิ่งยวด (ในขณะที่หนังรักร่วมเพศของผู้กำกับฯชาติอื่นๆได้ก้าวข้ามไปจับประเด็นอื่นที่น่าสนใจกว่าการเป็นโรคร้ายนี้แล้ว)

ยังมีความพิลึกพิลั่นผิดที่ผิดทาง และไม่สมจริงอีกมากมายในหนังเรื่องนี้ แต่ก็ใช่ว่า “เพื่อนฯ” จะหาความดีงามด้านอื่นนอกจากภาพแจ่มๆ ไม่ได้เสียทีเดียว เพราะอย่างน้อยหนังก็ยังอุตส่าห์เรียกน้ำตาแห่งความซาบซึ้งจากคนดูบางคนได้ โดยเฉพาะผู้ชายที่มีรสนิยมหลงใหลในเพศเดียวกัน

“ทั้งนี้ ก็อาจเป็นเพราะหนังไปสะกิดใจให้พวกเขานึกถึงชีวิตรักอันไม่สมหวัง ที่เกิดจากภาวะบีบคั้นและการลงทัณฑ์จากสังคมก็เป็นได้”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์