สายลับจับบ้านเล็ก หนังตลกที่น่ารักหนังรักที่น่าหลงใหล

Home / วิจารณ์หนัง / สายลับจับบ้านเล็ก หนังตลกที่น่ารักหนังรักที่น่าหลงใหล

หนังจอกว้าง
ณัฐพงษ์โอฆะพนม


เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้ผู้ชมตกหลุมรักเอาง่ายๆ ส่วนหนึ่งมาจากสองนักแสดงนำคือ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ในบทนักสืบจ๊อก

นักสารพัดประดิษฐ์ที่รับจ้างบรรดาสามี-ภรรยาตามสะกดรอยชู้เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ธุรกิจหมูกระทะพลังงานแสงอาทิตย์หลังเจ๊งตั้งแต่เปิดบริการวันแรกและ พีค ภัทรศยาเครือสุวรรณศิริ กับบทน้ำปั่น พริตตี้สาวที่ยั่วเย้าสองหนุ่มใหญ่ให้หลงใหล หลอกเอาเงินปรนเปรอเพื่อความฝันหนึ่งเดียว คือ การมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง?ความสนุกสนานของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาแต่กลับไปตกอยู่ที่เหล่าตัวละครทั้งหมดในหนัง ที่ทำให้ “สายลับจับบ้านเล็ก” ดูมีชีวิตชีวาตั้งแต่สองผู้ช่วยนักสืบอย่าง แจ็ค (เฉลิมพลฑิฆัมพรธีรวงศ์) เด็กแร็พหัวหนาม ลูกจ้างร้านซ่อมรถ และ ฤทัย (“โอปอล์” ปาณิสรา พิมพ์ปรุ) สาวร้านคาราโอเกะบ้านใกล้เรือนเคียงที่แอบหลงรักจ๊อก 

นอกจากนี้ทุกๆ ตัวละครก็แทบจะเป็นกลุ่มก๊วนเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยกฝ่ายร้าย-ฝ่ายดีซึ่งก็ล้วนเต็มไปด้วยสีสันชวนติดตามทั้ง คุณนายเสาวภา (จารุภัสปัทมศิริ) ภรรยาที่เข้าสปาได้ทั้งวันผู้ว่าจ้างนักสืบ จ๊อก ตามจับผิดสามีสารวัตรวศิน(“ปั๋ง” ประกาศิต โบสุวรรณ) หรืออดิสรณ์ (สุเมธองอาจ) เสี่ยหนุ่มอีกคนที่มาติดพันน้ำปั่นผู้พยายามทุกวิถีทางเพื่อหย่าขาดกับภรรยาเจ้าแม่เงินกู้ขี้เหนียว คุณหญิงสุวิมล (“ท็อป” ดารณีนุช โพธิปิติ) ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเสียเปรียบในการแบ่งสมบัติหลังหย่า 

 แต่ที่เรียกเสียงฮาได้ทุกฉากเมื่อพวกเขาปรากฏตัวคือ สามนักเลงทวงหนี้ ที่จำลองบุคลิกมาจาก เสี่ยใหญ่-มือปืนและนักเลงหัวไม้ผู้แต่งกายคล้ายบรูซลี ที่มาพร้อมกับเสียงดนตรีเลียนแบบจากหนังKill Bill?ทั้งหมดเป็นตัวละครแบนๆที่แทบจะไม่มีมิติใดๆ ให้จับต้อง จะมีก็เพียง สุทิน (นิมิตลักษมีพงศ์) นักสืบจอมโหดที่แอบขู่แบล็คเมล์น้ำปั่นแต่ทว่าอีกด้านมีจิตใจอ่อนโยน เอ็นดูสุนัขทุกครั้งที่เห็น

ผู้กำกับคมกฤษตรีวิมล บอกเล่าเรื่องราวของ”สายลับ จับบ้านเล็ก” ด้วยลีลาทีเล่นทีจริงลดความเคร่งขรึมและดูผ่อนคลายกว่า “เพื่อนสนิท” (2548) และขณะเดียวกันก็ให้น้ำหนักความจริงจังมากกว่า “หนูหิ่น เดอะ มูฟวี่” (2549) ที่มีลักษณะของการ์ตูนผสมผสานอยู่มากความโดดเด่นในหนัง “สายลับจับบ้านเล็ก” อยู่ที่การเชื่อมโยงตัวละครทุกตัวเข้าหากันอันนำมาซึ่งความสนุกสนานในฉากโกลาหลท้ายเรื่อง 

รวมทั้งการสร้างปมบางอย่างทิ้งไว้ให้แก่ตัวละครอย่างน้ำปั่น และ สุทิน เพื่อนำมาใช้คลี่คลายในฉากจบหรือแม้แต่การให้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ช่วงต้นเรื่องกับตัวละครอย่าง จ๊อก ที่มักอัดเสียงตัวเองไว้ในขณะปฏิบัติภารกิจตามสืบเป้าหมายรวมทั้งการชอบเข้าสปาของ คุณนายเสาวภา และสุดท้ายก็นำมาใช้เป็นทางออกในการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างลงตัวอันแสดงถึงชั้นเชิงของคนเขียนบท ที่จัดวางสถานการณ์ได้สอดรับกันไปตลอดทั้งเรื่อง ทำให้หนังสนุกน่าติดตามมากกว่าแค่การเรียงร้อยมุกตลกเหมือนหนังในแนวทางเดียวกันกับเรื่องอื่นๆ 

มาถึงหนังเรื่องที่สี่ นาทีนี้ความถนัดถนี่หรือความชื่นชอบในการทำหนังรัก-ตลกของผู้กำกับ คมกฤษ ก็ได้ปรากฏให้เห็นในเกือบทุกฉาก เผลอๆ อาจจะเทน้ำหนักไปทางอย่างแรกมากกว่า ที่เห็นชัดๆ คือการกลับไปจำลองฉากโรแมนติกของหนัง “เพื่อนสนิท” มาใช้ใน “สายลับจับบ้านเล็ก” ไม่ว่าจะเป็นฉากซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของน้ำปั่น หรือฉากห่มผ้าให้หญิงสาวของจ๊อก แม้อาจดูเป็นสูตรสำเร็จไปบ้างแต่ขณะเดียวกัน มันก็คือการสร้างอัตลักษณ์ประจำตัวในหนังของผู้กำกับคนนี้ไปแล้วก็ได้?

ขณะที่ซันนี่ ยังคงเป็นชายหนุ่มดูดีมีเสน่ห์อีกเช่นเคยแม้บท จ๊อก ดูเหมือนจะใช้ทักษะทางการแสดงน้อยกว่า”เพื่อนสนิท” แต่เขากลับเล่นได้เป็นธรรมชาติมากกว่าและหนังก็เปิดโอกาสให้เขาแสดงตัวตนจริงๆ ออกมาได้มากกว่าแค่เล่นตามบทที่กำหนดไว้ ในขณะที่นักแสดงสมทบอย่าง แจ็ค โอปอล์ สุเมธ นิมิต ท็อป ดารณีนุช และปิ๊ง อดิสรณ์ (ผู้กำกับหมากเตะฯ) พร้อมลูกสมุนทั้งสอง ก็กลายเป็นน้ำจิ้มชั้นดี ที่ช่วยให้หนังสนุกอย่างได้รสชาติ 

“สายลับจับบ้านเล็ก” เป็นหนังอีกเรื่องจากค่ายจีทีเอชที่น่าจะเข้าข่ายหนังทำเงินของปี วัดจากปริมาณคนดูที่ค่อนข้างหนาตา แม้หนังจะยืนโรงมาถึงปลายสัปดาห์ที่สองก็ตาม และก็ถือว่าน่าจะเป็นปีทองของค่ายนี้ หลังประสบความสำเร็จติดๆ กันในหนังทุกเรื่องที่ออกฉาย นับจาก “Final Score 365 วันตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์” “แฝด” และ”ตั๊ดสู้ฟุด” 

ในขณะเดียวกันชั้นเชิงและฝีมือการทำหนังของผู้กำกับคมกฤษ ตรีวิมล ก็ดูเหมือนจะแม่นยำและจัดเจนขึ้น เมื่อพิจารณาจากความสามารถในการควบคุมองค์ประกอบทุกอย่างในหนังได้อย่างลงตัว หรือแม้แต่การล้อหนังที่ผ่านๆมาของตัวเอง ด้วยการปรากฏตัวของนักแสดงที่เคยอยู่ในหนังของเขาหลายๆ คนในหลายๆ ฉาก

ปิ๊ง อดิสรณ์ตรีสิริเกษม หนึ่งในผู้กำกับ “แฟนฉัน” ที่นอกจากแสดงในบทนักเลงทวงหนี้แล้วการเป็นหนึ่งในทีมเขียนบทของ “สายลับจับบ้านเล็ก” ก็ถือเป็นการกลับมาร่วมงานกันของทีมผู้กำกับ”แฟนฉัน” ได้อย่างเยี่ยมยอดซึ่งแม้ครั้งนี้จะเหลือเพียงสองคนก็ตาม แต่การทำงานอย่างเข้าขา รู้ใจ รู้ทางกันแบบนี้ แม้ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ประทับใจเท่า “แฟนฉัน” แต่อย่างน้อย”สายลับจับบ้านเล็ก” ก็เป็นหนังตลกที่น่ารักทำนองเดียวกับการเป็นหนังรักที่น่าหลงใหล แถมยังมีคำตอบให้ว่า สุดท้ายผู้หญิงทุกคนต่างก็อยากมีบ้านหลังเดียว ด้วยกันทั้งนั้น

ที่มาจากหนังสือพิมพ์