Invisible Target อึด-ฟัด-อัด

Home / วิจารณ์หนัง / Invisible Target อึด-ฟัด-อัด

Film
นางสาวรื่นรมย์


แม้ว่าจะถูกกระแสหนังเกาหลีเบียดบังรัศมีมาพักใหญ่ แต่อุตสาหกรรมฮ่องกงก็ยังคงแอคทีฟ โดยเฉพาะแนว ‘วิ่งสู้ฟัด’ แอ็คชั่นเร้าใจและเรื่องราวของเพื่อนกอดคอกันไว้ไม่ให้ใครเจาะกะโหลกผสานกับการหักเหลี่ยม เฉือนคมกันหลายคน ที่คนทำหนังยุค 80-90 ฝากไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม(การสร้างหนัง) แก่ชนรุ่นหลัง

Invisible Target หรือชื่อไทย ‘อึด ฟัด อัด’ ถล่มเมืองตำรวจ ผลงานของ เบนนี่ ชาน ผู้กำกับรุ่นกลางที่เปิดตัวด้วยหนังฮิตปี 1990 ‘ผู้หญิงข้า…ใครอย่าแตะ’ (A Moment of Romance) และร่วมปลุกปั้นโปรเจคท์ ‘วิ่งสู้ฟัดภาค 5’ (A New Police Story) และ ‘วิ่งกระเตงฟัด’ (Rob-b-Hood) กับ พระเอกซูเปอร์สตาร์เฉินหลงมานั้น ไม่ใช่ผู้กำกับสไตล์เคี่ยวอารมณ์มืดหม่นดำดิ่งล้ำลึก หรือเน้นชั้นเชิงการหักเหลี่ยมโหด แต่เป็นสไตล์ ‘ฟัด’ ถล่มเมือง อย่างที่ชื่อหนังภาษาไทยได้เกริ่น (หรือสรุปภาพรวมทั้งหมด) ไว้แล้ว งานกำกับของเขาคราวนี้ มีดาราดาวรุ่งความหวังของวงการหนังฮ่องกงประชันบทบาทกันถึง 3 ราย โดยสองในสามเป็นทายาทพระเอกดังรุ่นก่อนเสียด้วย

ชื่อเสียงการเป็น ‘ซีเลบ’ แถวหน้า (หน้าหนึ่งนสพ.หัวสี) ของวงการ และบุคลิกอันโดดเด่นของดาราถูกใช้เพื่อประกอบการในการสร้างตัวละครของหนังได้เป็นอย่างดีด้วย นิโคลาส เซียะถิงฟง ‘แบดบอย’ ของฮ่องกง ที่เพิ่งได้ทายาทจากหวานใจ จางป๋อจือ นางเอกคนสวยในปีนี้ รับบทนำเป็น ‘ฉานชุน’ นายตำรวจหล่ออารมณ์ร้อน ผู้มุ่งมั่นจะล้างแค้น หลังจากคู่หมั้นสาวถูกฆ่าตายระหว่างการปล้นของเถียน (แสดงโดย แชมป์กังฟู )

เจย์ซี ชาน หรือเฉินจู่หมิง หนุ่มหน้าใสซื่อลูกชายของเฉินหลง รับบท ไหว่ คิง-โฮ นายตำรวจหนุ่มอารมณ์อ่อนไหวที่พี่ชายของเขาเป็นตำรวจปลอมตัวแทรกซึมอยู่ในแก๊งมาเฟีย และชอว์น หยู หรือ หยู่เหวินเล่อ ที่เคยเล่นเป็น ‘เหลียงเฉาเหว่ย’ วัยหนุ่มในไตรภาค Infernal Affairs สำหรับเรื่องนี้รับบท ฟง ยิก-เหว่ย นักสืบฝึกหัดที่เจอมาเฟียหยามเกียรติอย่างรุนแรง

ด้วยเหตุผลเบื้องลึกต่างกันไป แต่ทั้งสามหนุ่มก็มีแรงใจตรงกัน ในการเด็ดหัวมาเฟียชื่อเถียน แม้พล็อตหนังเรื่องจะไม่มีชั้นเชิงหรือเล่าอะไรใหม่ไปกว่าเรื่องวังวนของตำรวจจับมาเฟียที่เคยดูกันมาหลายครั้ง แต่อย่างน้อยเบนนี่ ชาน ก็ไม่ทำน้อยหน้าใคร กับการปรับบทบาทของฝ่ายผู้ร้ายให้มีด้านของความขัดแย้งระหว่างจิตดีและจิตเลวอยู่ด้วย อาจจะไม่มีล้ำลึกมากนัก (หมดยุคผู้ร้ายเลวบริสุทธิ์แล้ว) แต่ฝีมือกังฟูแบบตัวจริงเสียงจริงของผู้รับบทนี้ (อู๋จิง แชมป์กังฟู) ก็ตีโจทย์บันเทิงแบบ ‘อึด ฟัด อัด’ ได้ตรงเป้าสุดๆ

หนังเปิดเรื่องด้วยฉากอวดเทคนิค ‘ถล่มเมือง’ เล่าเหตุการณ์ปล้นรถขนเงินและระเบิดกระจุยกระจาย ก่อนที่การไล่ล่าทั้งวิธีการแกะรอย และการประลองกำลังทั้งแบบใช้อาวุธคู่มือและกังฟูมือเปล่า ซึ่งบางฉากรวมถึงฉากตะลุมบอนในโรงเตี๊ยม (ยุคใหม่) ที่อาจจะเกินเนื้อเรื่องไปบ้าง และการอัดฉีดภาพโหดอย่าง การเห็นชอว์น หยูกลืนลุกกระสุนและ เจย์ซี ชาน ถูกรุมอัดจนหน้าเละ อาจจะทำให้หนังถูกลดเกรดลงมาบ้าง สำหรับแฟนหนังเน้นดราม่า

ส่วนของแอ็คชั่น ที่เบนนี่ ชาน ไม่ยอมให้พะยี่ห้อหนังฮ่องกง ด้วยการใส่สัดส่วนของการสู้ฟัดด้วยมือเปล่า ไม่ให้ด้อยกว่าส่วนของการใช้สเปเชียลเอฟเฟคท์ และตัวละครหนุ่มรวมหัวกันรุมผู้ร้ายวัยกลางคน จะเกี่ยวอารมณ์ผู้ชมมากน้อยแค่ไหน คงขึ้นอยู่กับความเชื่อถือส่วนตัวแล้วกระมัง

ที่มา เสาร์สวัสดี