Shindo หนัง ‘รัก’..เสียงดนตรี

Home / วิจารณ์หนัง / Shindo หนัง ‘รัก’..เสียงดนตรี
หนัง หนังใหม่ movie

Film
นางสาวรื่นรมย์


การซาบซึ้งกับเสียงเพลง การรู้จักตัวเอง และการตามหาแรงบันดาลใจ การมีชีวิตอยู่และการนึกถึงคนที่จากไป คนอัจฉริยะกับคนธรรมดา ทั้งหมดที่ว่ามานี้น่าเป็นบางสิ่งที่คนดูพอจะค้นหากันได้ใน Shindo (ชินโด)

ชื่อหนังภาษาไทย ‘ ก้องเพลงรัก เพื่อ 2 หัวใจ’ ดูจะไม่มีเสน่ห์ดึงดูดมากนัก ทว่าการจับสาวน้อยน่ารัก ริโกะ นารูมิ จากซีรีส์ One Liter of Tears มาประชันบทกับดาราวัยรุ่นหนุ่มฮอตจาก Death Note เคนอิจิ มัตสึยามะ ก็ไม่ได้จบลงแค่ดึงดูดแฟนคลับเข้าโรง และ ‘หน้าหนัง’ ขายแนวทางรักโรแมนติกของวัยเยาว์ พระเอกเป็นหนุ่มม.ปลาย นางเอกเป็นสาวม.ต้น ตามแนวเรื่องที่เห็นกันบ่อยๆ ตามหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นตาหวาน ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ดัดแปลงมาการ์ตูนแนวนั้นซะด้วย จากเรื่อง Akira SASO

ถึงกระนั้นการพาผู้ชมเข้าไปรู้จัก ‘เสียงดนตรี’ ที่ดูเหมือนจะเป็นแรงบันดาลใจและแรงขับเคลื่อนทั้งตัวหนัง ตัวละครและตัวผู้ชม ถูกวางไว้เป็นหลักใหญ่ของเรื่อง โดยผู้กำกับ โคจิ ฮางิอุดะ ( Going Home )

หนังจึงเสียเวลากับการให้เห็นช่วง ‘วินาทีสะกดจิต’ จากเสียงเปียโนพลิ้วไหวถ่ายทอดเพลงของคีตกวี โยฮัน เซบาสเตียน บาค มากกว่าจะมีบทรัก หรือบทพ่อแง่แม่งอนระหว่างหนุ่มสาว

ผู้กำกับบอกถึงที่เหตุผลใช้เพลงของบาคประกอบหนังไว้ว่า “นักเรียนเปียโนส่วนใหญ่ตอนที่เริ่มเรียนเปียโนใหม่ๆ มักจะฝึกซ้อมด้วยเพลงของบาค ด้วยตัวโน้ตของเพลงมีรูปแบบที่ค่อนข้างชัดเจน แต่เมื่อพวกเขาพัฒนาฝีมือตัวเองเพิ่มขึ้นก็จะพบว่า เพลงของบาค เป็นอะไรมากกว่าเสียงเพลงที่ออกมา ว่ากันว่าเพลงของบาค ทุกเพลงสามารถนำโน้ตตัวสุดท้ายมาเล่นบรรจบกับโน้ตตัวแรกได้”

Shindo เล่าเรื่อง เด็กสาวม.ต้นชื่อ ‘อูตะ’ ผู้บังเอิญเกิดมาเป็นอัจฉริยะทางดนตรี ‘เธออ่านโน้ตเป็นก่อนจะพูดได้’ หนังเล่าไว้อย่างนั้น กับ ‘วาโอะ’หนุ่มม.ปลายลูกชายร้านขายผลไม้ที่มุ่งมั่นจะเข้าเรียนสถาบันดนตรีระดับชาติ แต่เสียงเปียโนของเขา ทำเอาเพื่อนบ้านสาปส่งทุกเช้า-ค่ำ การรู้จักกันที่ริมบึงวันหนึ่ง ช่วยให้อูตะ ได้ถ่ายทอดพลังทางดนตรีของเธอให้กับวาโอะ จนวาโอะสามารถสอบเข้าสถาบันดังใจหวัง

ความสัมพันธ์ของอูตะกับวาโอะ เป็นเหมือนเพื่อนสนิท ขณะที่เด็กสาวรู้จักรู้ใจว่าวาโอะคือคนที่เธอหลงรัก แต่เด็กหนุ่มยังมองเธอเป็นเพียงเพื่อนต่างวัยคนสนิท ระหว่างที่ทั้งคู่ต้องดำเนินชีวิตและค้นหา ‘แทร็ค’ ของตัวเอง ทั้งในสถาบันดนตรีที่วาโอะ ได้เรียนรู้ว่าเขาผ่านเข้าไปด้วยโชคช่วยโดยแท้ และการเล่นดนตรีด้วยใจเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ และอูตะ ที่กำลังเผชิญกับความสับสน กับการถูกปลุกปั้นจากทั้งครูและแม่ให้เดินสู่เส้นทางความเป็นนักดนตรี ในวัยแรกรุ่น เธอดูเงียบขรึม ร่องรอยความเหงาจากการสูญเสียพ่อนักดนตรีคนเก่งไปในอุบัติเหตุ ที่ก้ำกึ่งกับการฆ่าตัวตาย มาพร้อมกับความผิดปกติภายในหู ที่ชวนให้เธอหวั่นกลัวการเล่นดนตรี

น่าจะถือเป็นความโชคดีของคนดู ที่หนังไม่ชักนำไปสู่เรื่องความรักมีอุปสรรคและความป่วยไข้ กระชากน้ำตาแบบฟูมฟาย ตรงกันข้าม สายสัมพันธ์ที่เรียบเรื่อย และบทสรุปที่ละมุนละไม คลอกับเสียงละเมียดจากคีย์เปียโน ปล่อยเวลาให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกำซาบและซึ้งกับความรู้สึกของตัวละครที่สื่อถึงกันด้วยเสียงดนตรี แต่จะมาก-น้อย คงขึ้นอยู่กับ mood ของผู้ชมในเวลานั้นๆ ด้วย

ที่มา เสาร์สวัสดี