Lions for Lambs vs The Kingdom พื้นที่เดียวกันแต่ยืนต่างกัน

Home / วิจารณ์หนัง / Lions for Lambs vs The Kingdom พื้นที่เดียวกันแต่ยืนต่างกัน

นันทขว้าง สิรสุนทร



ต่อให้จะไม่สนใจไยดีว่าทำไม “ออสการ์” ปี2002-2003 ถึงมอบรางวัลหลายสาขาให้คนทำงานผิวดำ(หลังจากเหตุการณ์เครื่องบินชนตึก) เราก็ยังเห็นอยู่”เป็นระยะๆ” ว่าฮอลลีวู้ดเองก็ผลิตหนังออกมามากมายหลายเรื่อง

โดยให้คนดำเป็นตัวเอกมากขึ้นเป็นผู้ช่วยเหลือโลกที่สาม และวางอเมริกาในลักษณะเป็นชาติที่เห็นอกเห็นใจชาวโลก (ซึ่งก็เป็นมาร์เก็ตติ้งอย่างหนึ่ง)

บางคนอาจจะรู้สึกว่าไม่เห็นจะแปลกที่อเมริกันจะเป็นฮีโร่ในหนังเพื่อช่วยเหลือชาติอื่นๆ แต่สำหรับผมหรืออีกบางคน อาจจะมองต่างออกไปว่า มันเป็นการตลาดของการเมืองและความสัมพันธ์อย่างหนึ่ง ที่ใช้วัฒนธรรมสร้างภาพลักษณ์ตัวเอง

แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่มันมีมาเกือบ 60-70 ปีแล้วในแง่ของประวัติศาสตร์

หนังเรื่องหนึ่งที่เป็นแบบนี้แต่ดูแล้วสนุกดีก็คือThe Kingdom ที่ตื่นเต้นและสนุกตั้งแต่ฉากแรกหนังเล่าเรื่องของผู้ก่อการร้ายวางระเบิดภายในสถานสงเคราะห์ของชาติตะวันตกแห่งหนึ่งในริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียและเหล่านักการทูตค่อยๆ โต้แย้งกันเกี่ยวกับการก่อการร้าย อันนำมาซึ่งเจ้าหน้าที่พิเศษของเอฟบีไอ โรนัลด์ ฟลูรี (เจมี ฟ็อกซ์) ต้องรีบรวบรวมทีมชั้นหัวกะทิเข้าไปสืบหาคนร้ายในพื้นที่ของคนร้าย เนื่องจากเจ้าหน้าที่อเมริกันคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาเสียชีวิต

อีกเรื่องเกี่ยวกับตะวันออกกลางเหมือนกันคือหนังที่ผมชอบมากติด 1 ใน10 ปีนี้อย่างLions for Lambs เนื้อหาของหนังเกี่ยวกับสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างที่ต่างเวลาแต่เกี่ยวข้องกัน

ไม่ว่าจะเป็นทหารหนุ่มสองคนที่เสนอตัวไปรบเพื่ออยากให้โลกดีขึ้น นักการเมืองแจสเปอร์ กับนักข่าวสาว ที่ต่างมีผลประโยชน์ในการขายข่าว และอาจารย์วัยกลางคนที่พยายามพูด “ปลุกเร้า” ลูกศิษย์คนหนึ่งที่ “หมดไฟ” ในการเรียนและชีวิตไปแล้ว

เนื้อหาของหนังสองเรื่องนี้ดูสนุกทั้งคู่แต่ Lions for Lambs เหมือนสนุกคิดตีความขณะที่ The Kingdom บันเทิงแบบชาวบ้านมากกว่าใช้สถานการณ์สร้างความตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง

ในแง่ของปัญญาชนLions for Lambs ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ในแง่ของตลาดทั่วไป The Kingdom คงเข้าถึงคนดูในวงกว้างมากกว่าเหมือนเพลงของเบิร์ด มาเจอกับเพลงของ จรัล มโนเพ็ชร

แต่ผมชอบLion for Lambs มากกว่ามากเพราะนอกจากจะไม่โฆษณาชวนเชื่อให้อเมริกันดูดีอย่าง The Kingdom แล้วหนัง Lions for Lambs ยังเต็มไปด้วยความจริงจังซีเรียสที่จะตั้งคำถามถึงปัญหาต่างๆนอกจากนี้ยังทะลุทะลวงเข้าไปถึงความเน่าเหม็นของวงการต่างๆ เช่น สื่อมวลชนที่เล่นข่าวเพื่อยอดขาย หรือนักการเมืองที่นั่งในห้องแอร์เย็นๆ ส่งทหารหนุ่มไปตาย (ถ้าตายก็ให้เกียรติประดับไหล่ บ่าถ้าชนะ ผู้นำก็ได้รับรางวัลจากมหาชน)

แม้แต่ในมุมของศิลปะภาพยนตร์Lions for Lambs ก็คมคายและซ่อนมุมมองสำคัญไว้มากมาย(เอาแค่คำว่าlions กับlambs ก็หลอกด่าและตั้งคำถามหลายประเด็นแล้ว)

The Kingdom นั้นได้ในแง่ของบันเทิงตื่นเต้น ลุ้นระทึก ที่ตอนจบก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดต่อ แถมขาดการแจกแจงที่มาอยู่พอสมควรในตอนท้าย อย่าถามเลยครับว่า หนังเรื่องไหนจะได้เงินมากกว่า เพราะ The Kingdom ชนะตั้งแต่ออกตัวจากเส้นสตาร์ท(ในแง่ของรายได้)

แต่ถ้าวัดกันที่กึ๋นและสมองวัดกันที่ความดีเด่นของหนังในภาพรวม Lions for Lambs ชนะน็อคThe Kingdom หลังจากผ่านการชกไปแค่2 ยก

และอย่าแปลกใจถ้าออสการ์จะเปิดทางให้The Kingdom เข้าไปชิงนั่นชิงนี่มากกว่าLiond for Lambs เพราะออสการ์ไม่ได้หมายถึงการให้รางวัลที่ดีที่สุดแก่หนังที่เยี่ยมที่สุด

ออสการ์แปลว่า”การตลาด” และ”อเมริกันเพื่ออเมริกัน”

อย่าพลาดหนังสองเรื่องนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์