Beowulf โค่นอสูร ฉบับ 3D

Home / วิจารณ์หนัง / Beowulf โค่นอสูร ฉบับ 3D

Film
นางสาวรื่นรมย์


การนำเรื่องราวของนักรบไวกิ้งแห่งดินแดนขั้วโลกเหนือมาเล่าเป็นฉบับภาพยนตร์โดย โรเบิร์ต เซเมคิส ผู้กำกับ เจ้าของผลงานอย่าง Back To the Future ไตรภาคและ Forest Gump นอกจากจะมีดาราแม่เหล็กและหน้าหนังเป็นแอ็คชั่นผสมแฟนตาซี (และเขย่าขวัญ) แล้ว ยังเป็นหนังที่เซเมคิสต้องการอวดนวัตกรรมใหม่ในรูปแบบหนังดิจิทัล สามมิติอีกด้วย

ฟอร์มใหญ่ยักษ์ ทั้งจากชื่อทีมงานสร้างจนถึงนักแสดง และวิธีการนำเสนอที่ต้องฉีกให้ต่างจากหนังฟอร์มใหญ่เรื่องอื่นๆ ที่กำลังจะทยอยออกถล่มโรงช่วงใกล้คริสต์มาส เซเมคิสจับเอาเรื่องเล่าของนักสู้มังกรใต้ผืนโลก เข้ากับการค้นพบทางสว่างแห่งตัวตนและจิตวิญญาณของ ‘มนุษย์’ ผู้อหังการ

เรื่องราวเริ่มต้นที่ดินแดนไกลสุดขอบขั้วโลกเหนือ ร็อตการ์ (แอนโธนี ฮอปกินส์ แสดง) ราชาผู้มั่งคั่ง กำลังสำเริงสำราญอยู่ในหอเมรัย ร่วมกับบรรดาทหารและบริวารทั้งหลาย ร่ำสุราเมามาย ปลดปล่อยอารมณ์ระเริงอย่างไร้ขีดจำกัด โดยมี เวลโธรว์ ราชินีสาวสวยอ่อนวัยกว่าเขาหลายเท่า (โรบิน ไรท์ เพนน์ แสดง) ขับกล่อมด้วยเพลงพิณ (ฝรั่งหรือฮาร์พ) แต่งานเลี้ยงถูกขัดจังหวะ ด้วยอสูรอัปลักษณ์จากใต้บาดาล ชื่อของมันคือเกรนเดล ตัวมหึมาของมันมาพร้อมกับแรงโทสะที่คร่าชีวิตผู้คน หักคอเคี้ยวเป็นอาหารอันโอชะ

เกรนเดล เป็นมากกว่าคู่ปรับของรอตการ์ เพราะมันคือคำสาป ที่ราชาเฒ่ายอมแลกทุกสิ่งเพียงเพื่อหา ‘วีรบุรุษ’ ผู้กล้า มากำจัดอสูรตัวนี้จากชีวิตของเขา

เบวูล์ฟ (รอย วินสตัน แสดง) หนุ่มไวกิ้งร่างกำยำสูงใหญ่ ล่องเรือไปทุกสารทิศเพื่อ ‘ประกาศศักดา’ ความเก่งกาจ แต่การพิฆาตอิสตรีก็เป็นความท้าทายของเขาไม่ด้อยกว่าการปราบสัตว์ประหลาด

หนังเป็นแอ็คชั่นผสมแฟนตาซี (แน่นอนสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ย่อมมาจากจินตนาการ) และดีกรีความตื่นเต้นเร้าใจนั้น แตกต่างจากการสู้รบเลือดพุ่งๆ เรื่องอื่นๆ ตรงที่มันเข้าข่ายเขย่าขวัญจนถึงสยองขวัญได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะในฉากสู้กับอสุรกาย

หนังเขย่าผู้ชมในทุกๆ นาที ทั้งด้วยความรื่นเริงเกินปกติของเหล่ามนุษย์ การปลดปล่อยอารมณ์ดิบอย่างสุดโต่ง รวมถึงอารมณ์ใคร่ ที่เบวูล์ฟ ประกาศก้องว่าเขามีพร้อมสรรพ เรือนร่างเปล่าเปลือยของมนุษย์หญิง-ชาย เป็นส่วนหนึ่งของการปะทะกับสิ่งอัปลักษณ์ที่ ตัวละครในเรื่องหรือหนังพยายามบอกอย่างจงใจว่า ทั้งหมดทั้งมวลนั้นคือ ‘อสุรกาย’ ไม่ว่าร่างภายนอกจะฉาบด้วยทอง เปล่งประกายเย้ายวน อย่างบทบาทที่ ‘แองเจลีน่า โจลี่’ แสดง หรือกล้ามเนื้อแข็งแรงล่ำสันของชายชาตรี

ฉากการต่อสู้ที่ระทึกขวัญ ระหว่างพระเอกนักรบกับมังกรพ่นไฟ ดูจะเป็นไฮไลต์สำคัญของเรื่อง โดยเฉพาะในฟอร์แม็ตหนังที่เป็นดิจิทัล (หมายถึงภาพการถ่ายทำจากฉบับฟิล์มหนัง 35 มิลลิเมตรที่ผ่านกระบวนแปลงภาพเป็นดิจิทัลในคอมพิวเตอร์) ซึ่งไม่ใช่ความคมชัดในระนาบมิติ 2D เท่านั้น แต่มีเวอร์ชั่นเป็นดิจิทัล สามมิติ หรือ 3D ที่ต้องฉายในโรงดิจิทัลสามมิติด้วยอุปกรณ์การฉายเฉพาะ และต้องสวมแว่นตากระจกสีเลนส์สามมิติเท่านั้น

ตามการเปิดเผยของผู้จัดจำหน่ายหนัง บอกว่า Beowulf เรื่องนี้ถูกสร้างมาเป็น 4 ฟอร์แม็ต นั่นหมายถึง เรื่องราวเดียวกัน ดำเนินเรื่องด้วยตัวละครและตัวแสดงชุดเดิม แต่ถูกดัดแปลงไปเป็นสี่แบบ ตามเทคโนโลยีภาพยนตร์ เบื้องต้นสุดที่เป็นหนังฟิล์ม 35 มิลลิเมตรที่เราชมกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ตามด้วยการแปลงภาพจากฟิล์มไปเป็นหนังดิจิทัลแต่ภาพที่เห็นก็เป็นระนาบสองมิติ และยังมีหนังเรื่องเดียวกันนี้ที่ถูกแปลงเพื่อฉายในโรงไอแม็กซ์ จอใหญ่เท่าตึกเจ็ดชั้นนั่นด้วย ส่วนฟอร์แม็ตที่ผู้สร้างการันตีความบรรเจิดสุด เป็นแบบดิจิทัลสามมิติ ซึ่งทั้งหมดนี้มีให้ดูในโรงหนังระดับไฮคลาสในกรุงเทพฯ อย่างครบถ้วน

ผู้ชมชอบฟอร์แม็ตไหนเลือกได้ตามอัธยาศัย แต่พึงระวังคนเป็นโรคหัวใจ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์และคนชรา ไม่ควรดูในระบบสามมิติ เพราะความตื่นเต้นเกินไปไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน

ที่มา เสาร์สวัสดี