เหยื่อราคะในรักต้องห้าม

Home / วิจารณ์หนัง / เหยื่อราคะในรักต้องห้าม

อัคร เกียรติอาจิณ


กิตติศัพท์ของหนังเรื่องนี้ขจรขจายไปทั่วตั้งแต่ตอนที่คว้ารางวัลสิงโตทองคำ จากเทศกาลหนังนานาชาติเมืองเวนิซ เมื่อต้นปี 2007 โดยเฉพาะในเรื่องฉากโป๊กระจาย โจ๋งครึ่ม และโหดสุดๆ ของหนัง ที่สหรัฐอเมริกาถึงขั้นติดเรต NC-17 หมายถึงเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี ไม่มีสิทธิ์ซื้อตั๋วเข้าไปดูเด็ดขาด ส่วนที่อื่นๆ ติดเรตอะไรบ้าง ข่าวไม่ได้รายงาน

แต่ที่แน่ๆ บ้านเราใครๆ ก็สามารถดูได้สบายบรื๋อ อู้ว! นั่นเพราะว่าฉากเลิฟซีนที่บอกฮือฮาๆ โดนหั่นออกเกือบหมดน่ะสิ เหลือไว้ให้เห็นแค่พอเป็นน้ำจิ้มเท่านั้น!!! การเซ็นเซอร์แบบกลัวอย่างไร้สติจึงทำลายอรรถรสหนังอย่างช่วยไม่ได้!!!

หลังจากที่เคยสร้างความสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นให้แก่วงการหนัง ด้วยการพาคนดูออกเดินทางไกลมุ่งสู่หุบเขาอันหนาวเหน็บเพื่อสัมผัสรักต้องห้ามระหว่างชายกับชายใน Brokeback Mountain จนได้รับเสียงกรี๊ดสลบอย่างท่วมท้นเมื่อ 2 ปีก่อนนู้น ก็ถึงเวลาที่ หลี่อัน หรือ อั้งลี่ ผู้กำกับคนโปรดของใครหลายคน จะกลับมาทำหน้าที่เป็นไกด์นำทัวร์รักต้องห้ามทางการเมือง

หลี่อันกลับมาครั้งนี้จะว่าเป็นการย่ำรอยเท้าของตัวเองเหมือนหนังเกย์ในหุบเขาเร้นรักก็อาจถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะประเด็นรักต้องห้ามที่หยิบยกมาเล่านั้นดูเหมือนต่างกันลิบลับ Brokeback Mountain พูดถึงความรักที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ของชายกับชาย ส่วน Lust, Caution คือความรักที่ต้องแลกด้วยเรือนกาย โดยมีประเทศชาติเป็นเดิมพัน

แม้เป็นคนละมุมมองความรัก แต่สิ่งหนึ่งที่หนัง 2 เรื่องคล้ายคลึงกันมาก นั่นคือการพาคนดูเข้าไปสืบสาวเบื้องลึกจิตใจของตัวละคร แท้จริงเหตุผลที่กล้าแหกกฎ ล้ำเส้น และแอบขบถเล็กน้อย เพราะว่าอะไร? ตัณหา ราคะ ความสับสน หรือเกิดจากความรัก

อย่างใน Lust, Caution คนดูก็จะได้นั่งสำรวจจิตใจของ 2 ตัวละครหลัก หวังเจียจือ กับ ยี่ ว่าระหว่างภารกิจสำคัญ (หวังเจียจือ เป็นสายลับกู้ชาติ ยี่ เป็นคนทรยศแผ่นดิน) กับความรักที่ต่างฝ่ายเฝ้าตามหาและเติมเต็มให้กันนั้นผลลัพธ์ตอนท้ายเป็นเช่นไร

บรรยากาศโดยรวมได้กลิ่นอายความเป็นฟิล์มนัวร์พอสมควร ไม่ถึงกับจ๋ามากนัก แต่ก็ทำให้หนังมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว เรียกว่าไม่เหมือนผลงานเรื่องก่อนๆ ของหลี่อัน

หนังเดินเรื่องแบบอืดอาดและกินเวลาร่วม 2 ชั่วโมงครึ่ง จนอาจสร้างความน่าเบื่อน่ารำคาญแก่คนดูได้ ช่วงแรกๆ บอกตามตรงเลยว่าแทบอยากจะลุกออกจากโรงให้รู้แล้วรู้รอด เพราะหนังเล่นใส่บทสนทนาการเมืองเล่าเรื่องประวัติศาสตร์เสียยาวยืด แต่พอผ่านชั่วโมงกระสับกระส่ายไปได้ ความสนุกของหนังจึงเริ่มปรากฏและมีอะไรให้ลุ้นตื่นเต้นบ้าง

ว่าไปแล้ว เมื่อเทียบกับผลงานเรื่องก่อนๆ Lust, Caution มีความสุดโต่งอย่างเห็นได้ชัด หลี่อันไม่ค่อยยี่หระความรู้สึกคนดูแม้แต่น้อย เช่นเรื่องความอืดอาดยืดยาด เขาก็ปล่อยให้หนังดำเนินไปอย่างนั้น โดยแทบจะไม่มีอะไรมาเร้าความสนใจ ยกเว้นฉากเลิฟซีนและฉากจบ (แต่เวอร์ชันฉายเมืองไทยก็ถูกหั่นซะไม่เหลือหลอ) หรือความพยายามที่จะใส่ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ในหนัง จนบางครั้งเหมือนกำลังนั่งดูสารคดี (ที่ใช้ดารานักแสดง) ทั้งหมดนี้จึงเป็นความไม่รอมชอมความไม่ประนีประนอมที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยไม่ใคร่ถูกใจสักเท่าไหร่ในรสนิยมของผู้กำกับ

ถึงอย่างนั้น หากมองอีกด้านนี่ถือเป็นก้าวสำคัญของหลี่อันที่จะพิสูจน์ให้คอหนังได้ประจักษ์ว่า การได้ยืนบนพื้นที่เสี่ยงๆ โดยไม่คำนึงเรื่องความเปรี้ยงปร้าง โกยเงินถล่มทลาย หรือกระทั่งกวาดรางวัลจากสถาบันต่างๆ และที่สำคัญคือไม่แคร์ใครด้วย บางทีอาจมีความโล่งใจความสบายใจกว่ากันเยอะเลย เพราะอย่างน้อยมันก็คือวิถีทางที่เขาเลือก

ยิ่งเฉพาะกับหนังที่มีเนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ ล้อการเมือง หมิ่นเหม่ต่อความอื้อฉาว รวมทั้งมีฉากเซ็กซ์แบบซาดิสม์-มาโซคิสม์ เร่าร้อนและรุนแรงถึง 1 ใน 3 ของเรื่อง คงยากจะปฏิเสธได้ถึงความไม่ธรรมดาที่ผู้กำกับชาวไต้หวันคนนี้ต้องการนำเสนอ

ถามถึงความน่าสนใจของ Lust, Caution น่าจะอยู่ที่การนำเรื่องเพศมาผูกโยงกับการเมือง จนเกิดเป็นความรักท่ามกลางการกู้ชาติ หวังเจียจือ (รับบทโดย ทังเหว่ย) 1 ใน 6 แกนนำนักศึกษา มีภารกิจสำคัญลอบสังหารคนทรยศประเทศ ซึ่งก็คือ ยี่ (รับบทโดย เหลียงเฉาเหว่ย) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนที่สวามิภักดิ์กับญี่ปุ่น

หวังเจียจือ มีสถานะเป็นนางนกต่อ หน้าที่หลักคือแฝงตัวเป็นคุณนายม่ายเข้าไปผูกมิตรกับบ้านคุณนายยี่ (รับบทโดย โจน เชง) เพื่อสืบความลับของผู้เป็นสามีที่ฝักใฝ่อริ

การเมืองแห่งความสัมพันธ์ทางเพศเริ่มเปิดฉากขึ้น เมื่อฝ่ายชายแอบพึงพอใจในรูปร่างหน้าตาของฝ่ายหญิง เป็นการปะทะกันระหว่างความงามกับความอันตราย แต่ท้ายที่สุดความอันตรายนั้นก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของความงาม จนกลายเป็นความปรารถนาอันแรงกล้า นำมาซึ่งราคะที่แฝงเร้นด้วยเล่ห์เพทุบาย

ความใคร่คือ หลุมพราง หนังเน้นย้ำประเด็นนี้ชัดสุด ใครตกเป็นเหยื่อหายนะย่อมมาเยือน คนดูได้ลุ้นว่าตัวละครทั้งสอง หวังเจียจือ กับ ยี่ ใครกันแน่คือเหยื่อ และใครกันแน่คือฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำโดนอีกฝ่ายยึดครอง

สรุปทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างตกเป็น (เหยื่อ) ของกันและกัน หวังเจียจือ หลงในรสเพศที่ ยี่ มอบให้ ขณะที่ ยี่ ก็มีใจต่อสายลับผู้เลอโฉม เป็นความรักที่ไม่อาจแพร่งพรายให้ใครรู้ได้ เพราะเหตุผลทางการเมืองและการอยู่รอดของประเทศ

การหลอกล่อมีให้เห็นเป็นระยะๆ เหมือนนั่งดูกลเกมคอยป่วนประสาท แต่ก็เป็นกลเกมที่ไม่ได้ชวนตื่นตระหนกอะไรมาก ออกจะเดาถูกทุกฉากเสียด้วยซ้ำ นี่เองคือส่วนหนึ่งที่ทำให้ชั้นเชิงการเล่าเรื่องของหนังไม่แพรวพราวเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่น่าจะยอกย้อนได้อีก

สำหรับการแสดง ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าชาวฮ่องกง เหลียงเฉาเหว่ย กับบท ยี่ นั้น มาในมาดผู้ชายเงียบขรึม ร้ายลึก และเก็บกด หนักสุดของเขาคงไม่พ้นฉากเลิฟซีนสุดโหด เพราะนอกจากจะต้องด้นสดๆ แล้ว การถ่ายทำยังกินเวลานานถึง 12 วัน (แต่น่าเสียดายที่คอหนังบ้านเราอดได้ดู)

ส่วนนักแสดงรุ่นใหญ่ โจน เชง และนักร้องหน้าหล่อ หวังลี่หง บทไม่ค่อยมีให้โชว์ฝีมือเท่าไหร่ เแต่คนที่แจ้งเกิดเต็มๆ อย่าง ทังเหว่ย นักแสดงใหม่ถอดด้ามที่หลี่อันคัดเลือกเองจากผู้สมัครเรือนหมื่น ครั้งแรกในวงการก็เจอเลิฟซีนเสียแล้ว ถือว่าเธอใจกล้ามากๆ ไม่เพียงแค่นั้นบทเขาวานให้หนูเป็นสายลับสุดสวยที่ต้องใช้เรือนกายเข้าแลกเพื่อภารกิจกู้ชาติ ซ้ำยังต้องโคจรมาเจอกับผู้ชายอันตราย และสุดท้ายก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง เธอทำได้ยอดเยี่ยม สมแล้วที่หลี่อันไว้วางใจให้รับบทนี้

Lust, Caution
ปี 2007
ประเทศ ไต้หวัน/ฮ่องกง/สหรัฐอเมริกา/จีน
ประเภท ชีวิต/รัก/สงคราม
ความยาว 157 นาที
ภาษา จีนกลาง/ญี่ปุ่น
กำกับ หลี่อัน (อั้งลี่)
แสดงนำ เหลียงเฉาเหว่ย/ทังเหว่ย/หวังลี่หง/โจน เชง

ที่มาจากหนังสือพิมพ์