Rainbow Song จดหมายแด่คน(ไม่)รัก

Home / วิจารณ์หนัง / Rainbow Song จดหมายแด่คน(ไม่)รัก

ศศิ-วัน


แค่บอกว่านี่คือผลงานเขียนบทและอำนวยการสร้างของ “ชุนจิ อิวาอิ” ผู้กำกับฯที่เคยฝากความประทับใจมาแล้วใน “Love Letter”,”April Story”,”All About Lily Chou-Chou” และ “Hana and Alice” หลายคนก็คงตั้งตารอ “”Rainbow Song”” อย่างใจจดใจจ่อ (แม้เจ้าตัวจะไม่ได้กำกับ แต่เป็นหน้าที่ของ “นาโอโตะ คุมาซาวะ” ก็เถอะ) ยิ่งได้ดาราที่คุ้นหน้ากันดีอย่าง “ฮายาโตะ อิชิฮาระ” จาก “All about Lily Chou Chou” “จูริ อุเอโนะ” จาก “Swing Girl”, ซีรีส์ “Nodame Cantabile” และ “ยู อาโออิ” จาก “Hana and Alice”, “Hula Girls” มาแสดงนำ ก็ยิ่งยั่วน้ำลายคอหนังญี่ปุ่นมากไปกันใหญ่

ทว่าเอาเข้าจริง หนังกลับไม่ได้จี๊ดใจอย่างผลงานที่ผ่านมาที่อิวาอิเคยเขียนบทไว้สักเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะประเด็น “เพื่อนฉันรักแกว่ะ” (แต่กูไม่ได้รักมึง เพราะฝ่ายหนึ่งเป็นหญิง อีกฝ่ายเป็นชาย) ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรสำหรับคอหนังบ้านเรา ยิ่งเทียบว่าหนังอย่าง “เพื่อนสนิท” ของพี่ไทยเคยทำไว้ “โดน” มากๆ ประเด็นความรักใน “Rainbow Song” เลยกลายเป็นของธรรมดาๆ ไปเสียอย่างนั้น
 
ความจริงหนังอย่าง “April Story” ก็ไม่ได้มีพล็อตเก๋ไก๋พิสดารอะไร แต่ความยาวเพียง 67 นาที ก็มีส่วนให้หนังเรื่องนี้ดูกระชับและลงตัว ในขณะที่ “Rainbow Song” นั้นยาวกว่ากันเกือบหนึ่งเท่า (118 นาที) ทำให้เนื้อเรื่อง (ที่ว่ากันตามจริงก็ไม่ใคร่มีอะไรมากนัก) ดูเยิ่นเย้อ และชวนหลับนิดๆ

ดีที่ว่านักแสดงมีเสน่ห์พอตัวจึงช่วยกันพยุงหนังไปได้ โดยเฉพาะยู อาโออิ ที่แม้จะไม่ได้มีบทมากเท่า 2 พระ-นาง แต่กลับขโมยซีนสุดสุด (ใครเคยปลื้มเธอจาก “Hula Girls” ที่เพิ่งเข้าฉายในบ้านเรา ขอบอกว่าเรื่องนี้สาวอาโออิเธอโดดเด่นกว่าเยอะ)
 
“หนังสั้น” น่าจะเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ “Rainbow Song” ไม่พึงถูกดูดกลืนไปกับหนังรักเรื่องอื่นๆ ที่มีอยู่ดาษดื่น โดยในเรื่อง หนังเล่าถึง “อาโออิ”(จูริ อุเอโนะ) หญิงสาวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นผู้กำกับฯ และระหว่างเรียนเธอก็ได้ทำหนังสั้น โดยขอร้องให้ “โทโมยะ” (ฮายาโตะ อิชิฮาระ) เพื่อนที่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ว่าในความคุ้นเคยกันอยู่มันแฝงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น มาเล่นเป็นพระเอกให้ โดยในตอนนี้ หนังก็ได้ปูพื้นให้เห็นความแตกต่างระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง

อาโออินั้นเอาจริงเอาจังกับความฝัน การงาน เลยเถิดไปถึงความรัก ในขณะที่โทโมยะกลับไม่ประสีประสาเรื่องอะไรเลย

แต่ในขณะที่ฝ่ายหญิงดูจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับทุกอย่าง “The End of The World” หนังสั้นที่เธอทำ กลับสะท้อนให้เห็นความคิดอ่านเกี่ยวกับชีวิตอันลึกซึ้งของเธอที่ว่า ความตายของคนๆ หนึ่ง ไม่ได้หมายความถึง “การสิ้นสุดของโลก” (อีกนัยหนึ่งมันก็สะท้อนความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจว่า เธอช่างไม่เป็นคนสำคัญสำหรับคนที่ตัวเองรักเอาเสียเลย) หากชีวิตที่เหลือยังต้องดำเนินหน้าที่ของตนต่อไป

ขึ้นอยู่กับว่า เราผู้จากไปจะทิ้งอะไรไว้ให้โลกหรือคนที่อยู่ข้างหลังบ้าง

สำหรับอาโออิ เธอเลือกที่จะทิ้งจดหมายรักที่มีชีวิตชีวาที่สุดให้แก่ผู้ชายที่เธอแอบรักมานาน

“ฉันตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่า ฉันมีคนที่ฉันรัก”

“อาโออิอาจจะอยากบอกให้โลกรู้อย่างนั้นก็ได้”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์