“เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ” หนัง”พจน์ๆ”

Home / วิจารณ์หนัง / “เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ” หนัง”พจน์ๆ”

“พจน์ อานนท์” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่งได้รับรางวัลมาจากเทศกาลภาพยนตร์ที่เบลเยียม เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่าเพิ่งตกใจว่าต่อไปนี้ เขาจะไปขวนขวายหาชื่อเสียงในฐานะผู้กำกับที่ทำหนังดีๆ คนดูสนุกและได้อะไรๆ ออกไปจากโรง เพราะว่าเขาเองก็ยังพอใจจะทำหนัง ที่ตัวเองชำนาญจนเป็นเจ้าพ่ออยู่เหมือนเดิม

ถ้าจะถามว่า “เหยิน เป๋ เหล่ เซมากูเตะ” เป็นยังไงก็ตอบได้แบบกำปั้นทุบดินว่าเหมือนหนังที่ พจน์ อานนท์ กำกับนั่นแหละ ตลกบี้มุข มีล้อเลียนเรื่องความพิการพอประมาณ เนื้อเรื่องก็ไม่ได้มีอะไรมากขึ้นอยู่กับว่าจะผู้กำกับและนักแสดงหลักๆ ของเรื่องอย่าง “จาตุรงค์ พลบูรณ์” กับ “โก๊ะตี๋-เจริญพร อ่อนละม้าย” ด้นไปทางไหนได้มากกว่ากัน โดยวางพล็อตไว้หลวมๆ ว่า คนขับสองแถวฟันเหยิน, เด็กรถตาเหล่ และแม่ค้าขาเป๋ ที่พยายามจะเป็นลูกน้องเจ้าพ่อ

ส่วนทำไมถึงอยากเป็น ทำไมไม่อยากเป็นอย่างอื่น มีความจำเป็นอะไร คนดูไม่ต้องไปสงสัย เพราะหนังไม่ได้สนใจจะเล่าและก็ไม่สนใจจะบอก นอกจากจะพยายามต่อมุขไปเรื่อยๆ จนจบเรื่อง

ที่สำคัญที่เป็นลายเซ็นของพจน์ อานนท์ ซึ่งไม่ว่าอีกกี่เรื่องก็จะต้องเจอก็คือ ความ “เมโลดราม่า” แบบบีบบังคับและขืนใจคนดู ซึ่งเข้าใจว่าผู้กำกับเองพยายามกลบๆ ไว้แต่ด้วยอะไรไม่รู้ก็เลย “เม้ม” ไว้ไม่มิด

มันอาจจะไม่เลวนักถ้าคุณชอบหนังสไตล์ “พจน์ๆ” และเป็นแฟนประจำมันคงสนุกทีเดียว แต่โดยส่วนตัวแล้วหนังตลกเรื่องนี้ตื้นเกินไป แถมยังฝืดจนขำแทบไม่ออก นางเอกของเรื่องที่ชูไว้เป็นจุดขายอย่าง “เมย์-พิชนาฏ สาขากร” ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าเปลี่ยนจากชุดขาสั้นไปเป็นชุดกระโปรงสั้นแล้วเปลี่ยนกลับมาเป็นขาสั้นอีกชุด คนดูผู้ชายเลยอาจจะจำขาขาวๆ ได้มากกว่าหน้าตาของเธอ

ส่วนที่มีการมาโปรโมตกันตอนแรกว่าหนังตลกเรื่องนี้ไม่มีคำหยาบ ก็หวังว่าคงไม่มีใครเชื่อคนง่ายขนาดนั้น มันมีคำหยาบเหมือนที่หนังตลกเมืองไทยยุคนี้จะต้องมีและก็มีในปริมาณที่มากพอสมควรด้วย

หนังตลกยังมีอีกเยอะที่จะจ่อคิวเข้าฉาย ถ้ารีบก็ดูเรื่องนี้ก่อนถ้าไม่รีบ

“แนะนำว่ารอเรื่องอื่นเถอะ”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์