อเมริกัน แก๊งสเตอร์ : เหรียญ 2 ด้าน ของคนหลายคน

Home / วิจารณ์หนัง / อเมริกัน แก๊งสเตอร์ : เหรียญ 2 ด้าน ของคนหลายคน

เพราะองค์ประกอบที่หล่อหลอมมนุษย์ ไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์บังคับตายตัว หลายครั้งสิ่งที่ก่อเกิดตัวตนจะมาจากความศรัทธาและความเชื่อมั่นที่ดีงาม แต่หลายครั้งอุปสรรค การกดขี่ และความทะยานอยากก็สร้างแรงกดดันในสภาวะจิตแต่ละชีวิตจึงมีหลากด้านหลายมุม

เหมือนอย่างผู้ชาย 2 คนที่มีตัวตนจริง แฟรงค์ ลูคัส (เดนเซล วอชิงตัน)และริชชี โรเบิร์ตส์ (รัสเซลล์ โครว์)

แฟรงค์ ลูคัส คือเจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่สุดของนิวยอร์ก ที่ซื่อตรงต่อลูกน้อง ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ทำทานต่อคนยากจน และทำทุกอย่างได้เพื่อให้ครอบครัวใหญ่ของตนมีความสุข (ทางวัตถุ)

ริชชี โรเบิร์ตส์ รู้จักกันดีในความเป็นตำรวจตงฉิน ที่มีอุดมการณ์แน่วแน่ แต่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบในฐานะสามีและพ่อ

ด้วยวิถีที่มี เลยไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งคู่จะต้องพานพบกัน

แต่เป็นการพานพบ บนเส้นทางคู่ขนาน

เพราะหลังจากที่นักสืบคู่หูตายเพราะเสพ บลู เมจิก เฮโรอีนบริสุทธิ์จนเกินขนาด ริชชีก็เริ่มสาวต้นตอเพื่อรู้ให้ได้ว่า ใครคือมือที่มองไม่เห็นของวงการค้ายาสหรัฐ ในยุคสมัยที่ ริชาร์ด เอ็ม. นิกสัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศก้องว่าศัตรูที่สำคัญที่สุดคือ ยาเสพติด

แม้หนังเรื่องนี้มีความยาวถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่กลับไม่มีผลต่อความหรรษาเลย เพราะจุดเด่นที่สุดคือพล็อตเรื่อง และกลวิธีสามารถร้อยเรียงได้อย่างลงตัว และกระตุกใจให้คิดได้ตลอดเวลา

พล็อตย่อยที่แทรกรายละเอียดในทุกขณะของหนัง ช่วยสร้างอารมณ์ได้อย่างไม่สะดุด

ให้เห็นทั้งคุณธรรมในหมู่โจร และความชั่วช้าในกลุ่มคนดี

โดยเฉพาะพล็อตที่ว่าด้วยตำรวจฉ้อฉล ที่ทั้งรับสินบนชนิดท่อน้ำเลี้ยงไม่เคยขาด ทั้งแปลงกายเป็นเตารีด จริงอยู่ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมากว่า 40 ปีแล้ว แต่เรื่องราวก็ยังคงเป็นสากลอยู่

“ถ้าไม่มีพวกฉันที่คอยดูแล แล้วพวกแกจะรอดคุกมาทำธุรกิจได้อย่างไรล่ะ” เพราะแนวคิดแบบฝังรากอย่างนี้ล่ะ ความมืดดำถึงยิ่งถลำลึก

ทั้งที่ความใฝ่ดี ทำให้ได้ก้าวเป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย แต่เพราะอำนาจอีกฝ่ายที่ใฝ่ต่ำ เลยทำให้ผู้พิทักษ์บางคนกลายเป็นผู้ทำลายซะได้

เส้นทางการเดินทางของบลู เมจิค ก็แสดงอะไรหลายอย่างอยู่ไม่น้อย

เพราะสงครามเวียดนาม กลายเป็นแหล่งลำเลียงยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำ โดยนายทหารอเมริกันที่ไปปฏิบัติการรบประจำฐานทัพอเมริกัน (หนังระบุชัดเจนเลยว่าคือกรุงเทพฯ ซึ่งเรื่องก็เกิดจริงๆ เลยต้องยอมรับความจริงกันไป) ได้กลายเป็นอเมริกันอันตราย

แถมเส้นทางลำเลียงยา ยังเป็นโลงศพของทหารที่ตายในสงคราม อย่างที่ไม่มีใครสงสัยอีกด้วย

และถึงจะสงสัย ก็ไม่มีใครกล้าแตะ เพราะถ้าทุกอย่างเป็นจริง เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีที่ยึดมั่นถือมั่นจะไม่เหลือหรอ

“คุณไม่มีสิทธิแตะต้อง ไม่ว่าเรื่องเลวร้ายจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม”

ฟังคุ้นหูซะจริงๆ ว่าไหม

ทุกเหตุการณ์ไม่ได้สะท้อนแค่อดีต แต่ยังยึดโยงถึงสิ่งที่ทั้งโลกกำลังเป็นอยู่ตอนนี้ด้วย

เวลาไม่สามารถช่วยยกระดับจิตใจมนุษย์ที่หลงมัวเมาในอำนาจและเงินตราได้เลยจริงๆ

แต่อย่างน้อยก็น่าดีใจแทนอเมริกา ที่มีอิสรภาพอย่างน่าทึ่งในการทำหนัง สามารถเปิดโปงความจริงส่วนใดส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ได้แบบไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาบังคับหรือข่มเหงศิลปะของสื่อสารมวลชน

เพราะเมื่อลองมองถึงอิสรภาพในการสร้างหนังของเราแล้วก็ได้แต่นั่งนิ่ง

ซึ่งแตกต่างจากสภาวะของบ้านเราเสียจริง

ยิ่งเมื่อประกอบกับกลวิธีการดำเนินเรื่อง ที่ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบแยกส่วนเป็นคู่ขนาน ทำให้คนดูได้เห็นคาแร็คเตอร์เฉพาะตัวของทั้งคู่ รวมทั้งแนวคิดต่างซึ่งสะท้อนแง่มุมที่หลากหลายของทั้งคู่อย่างชัดเจน

การดวลกัน 2 ขั้ว ระหว่างตัวเอก ปูเรื่องราวได้น่าสนใจ มีจังหวะตื่นเต้น เคร่งเครียด ลุ้นระทึกที่สมดุลและคลี่คลาย และยิ่งเมื่อเชือดเฉือนกันในเเต่ละฉาก ก็ล้วนเต็มไปด้วยพลัง

ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะชื่อของเดนเซล วอชิงตัน และ รัสเซลล์ โครว์ รวมถึงผู้กำกับฯอย่าง ริดลีย์ สก๊อตต์ ที่ฝีไม้ลายมือไม่เคยตก การันตีผลงานคุณภาพได้อยู่แล้ว

เสียดายแทนนะ ถ้าจะพลาดพิจารณาเหรียญ 2 ด้านเหรียญนี้

ที่มาจากหนังสือพิมพ์