Cloverfield วันวิบัติอสูรกายถล่มโลก

Home / วิจารณ์หนัง / Cloverfield วันวิบัติอสูรกายถล่มโลก

หนังเด่น


เมื่อพิจารณาในแง่กรอบแนวคิด นักดูหนังผู้มีประสบการณ์ยาวนานหลายคนอาจนึกถึงหนังเรื่อง The Blair Witch Project หลังจากที่ได้ดู Cloverfield (หรือแม้แต่เพียงแค่ได้รู้ว่าหนังมีการนำเสนอแบบใดก็อาจจะนึกถึงได้แล้ว)

โดยหนังทั้งสองเรื่องมีลักษณะร่วมกันคือเป็นหนังที่นำเสนอภาพและเรื่องราวที่ถูกบันทึกภาพเอาไว้ โดยสิ่งที่คนดูได้เห็นบนจอก็คือสิ่งที่ตัวละครในหนังได้บันทึกภาพหรือถ่ายทำเก็บไว้

ลักษณะเด่นของวิธีการดังกล่าวได้แก่การนำเสนอภาพที่เหมือนจริง เช่น แทบไม่มีการจัดแสง ไม่มีการจัดวางตำแหน่งของกล้องและภาพมีความสั่นไหวมากอันเนื่องมาจากการบันทึกภาพโดยการถือหรือแบกกล้องถ่าย (แฮนด์-เฮลด์)

ในด้านหนึ่ง การถ่ายทำด้วยการถือกล้องถ่ายอาจทำให้คนดูเหมือนได้ไปใกล้กับตัวละครและเหตุการณ์ หรืออาจขั้นเหมือนเข้าไปเป็นตัวละคร ซึ่งมีผลดีในแง่ความเหมือนจริง
 
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความเหมือนจริงที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้ผลกระทบทางลบได้เหมือนกัน

ผลกระทบทางลบที่มองเห็นได้ชัดอย่างแรกเลยคือการทำให้คนดูสูญเสียบทบาทการเป็นแค่คนแอบดู เพราะถูกดึงเข้าไปเป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์หรือเข้าใกล้เหตุการณ์มากเกินไป

ผลกระทบอย่างที่สองคือการถูกจำกัดด้วยวิธีการนำเสนอ (ซึ่งก็คือการนำภาพที่ถูกบันทึกเอาไว้มานำเสนอ) อาจถูกตั้งคำถามเป็นระยะว่า “ไม่มีการหยุดถ่ายเลยใช่มั้ย?” หรือว่า “จำเป็นต้องถ่ายตลอดเวลาเลยหรือ?”

ผลกระทบอีกอย่างก็คือการทำให้คนดูจำนวนมากเกิดอาการเวียนศีรษะหรืออาจรุนแรงถึงขั้นคลื่นไส้คล้ายกับอาการเมารถเมาเรืออันเนื่องมาจากการถือกล้องถ่าย

การที่ผมกล่าวพาดพิงถึงหนังเรื่องหนึ่งในตอนต้นก็เพื่อจะอธิบายลักษณะของหนังเท่านั้น ไม่ได้เจตนาชี้ให้เห็นและเข้าใจเป็นอย่างอื่น (เช่นคิดไปว่าเป็นการเอาอย่างหรือทำตามกัน) และจากการให้สัมภาษณ์ของผู้สร้างงาน ทางผู้สร้างก็ได้ยืนยันว่าตอนที่ทำเรื่องนี้ยังไม่ได้ดู The Blair Witch Project

นอกจากนั้น Cloverfield ยังมีจุดที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดอย่างน้อย 2 อย่าง

อย่างแรก หนังเป็นผลิตผลของวัฒนธรรมการบันทึกภาพส่วนตัวและวัฒนธรรมแอบถ่าย

อย่างที่สอง หนังทำให้รู้สึกว่าเป็นการเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด

ในส่วนของการเป็นผลิตผลของวัฒนธรรมบันทึกภาพส่วนตัวและการแอบถ่ายนั้น Cloverfield คือการบันทึกภาพชีวิตหนุ่มสาวคู่หนึ่งผสมกับการแอบถ่าย สัตว์ประหลาด (และสิ่งที่ถูกแอบถ่ายก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโดยผ่านทางการฉายในโรงหนัง)

หรืออาจจะกล่าวให้ได้ภาพที่ใกล้เคียงและเป็นรูปธรรมว่านี่คือ “ก็อตซิลล่าเวอร์ชั่นถูกแอบถ่าย” หรือ “แอบถ่ายก็อตซิลล่า” (โดยหนังอาจได้รับอิทธิพลจากคิงคอง ไดโนเสาร์ และหนังว่าด้วยการบุกโลกอีกหลายเรื่องด้วยเช่นกัน)

ในส่วนของการสะท้อนถึงเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดนั้น หนังนำเสนอให้เห็นภาพการตื่นตกใจและความพังพินาศตามแบบที่หลายคนเคยเห็นและติดตาอยู่ และการบรรยายภาพการบุกทำลายใจกลางเมืองของอเมริกายังมีความหมายสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันด้วย

เมื่อพิจารณาทั้งในส่วนของเนื้อหาและการเลือกวิธีการนำเสนอ Cloverfield เป็นหนังที่สนใจและน่าจะเป็นผลงานที่สมควรถูกนำมาพูดถึงและวิเคราะห์ในหลากหลายแง่มุม

สำหรับคนดูผู้คาดหวังหนังตามแบบหนังตลาดทั่วไปคงต้องเตรียมตัวใจรับความแตกต่างก่อนเดินเข้าโรง

และสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้การเคลื่อนไหวกล้องแบบถือถ่าย คงต้องเตรียมตัว (และยาดม) ให้พร้อมเป็นพิเศษ

ผู้กำกับ – แม็ตต์ รีฟส์
ผู้แสดง- ไมเคิล สตอห์ล-เดวิด,ไมก์ โวเกล

ที่มาจากหนังสือพิมพ์