ช็อคโกแลต ความ “บกพร่อง” อันงดงาม

Home / วิจารณ์หนัง / ช็อคโกแลต ความ “บกพร่อง” อันงดงาม

หนังเล่าเรื่องของเด็กพิเศษที่มี “ซิน” (อมรา ศิริพงษ์) แม่กำลังป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดในระยะสุดท้ายอย่าง เซน (ญาณิน วิสมิตะนันทน์) ซึ่งเธอเองเป็นผลพวงจากความรักและความแค้นระหว่าง “NO.8” (พงษ์พัฒน์ วัชรบรรจง) หัวหน้าแก๊งมาเฟียไทย กับ มาซาชิ (ฮิโรชิ อาเบะ) ยากูซ่าญี่ปุ่น พ่อของเธอ ซึ่งในขณะที่เธอก็พยายามดิ้นรนเท่าที่ทำได้เพื่อให้แม่มีชีวิตก็ต้องประสบกับผลพวงของความแค้นที่เธอไม่ได้ก่อ

แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ 3 ที่เป็นผลงานร่วมกันของ ปรัชญา ปิ่นแก้ว และพันนา ฤทธิไกร เจ้าของผลงานหนังแอ๊คชั่นอย่าง องค์บาก, ต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่า แอ๊คชั่นสุดยอด แต่บทอ่อนจนน่าใจหาย มาคราวนี้พวกเขาเสริมจุดอ่อนของตัวเองมาเป็นอย่างดี

บทภาพยนตร์มีมือดีอย่าง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักวีระกุล จากรักแห่งสยาม ที่เพิ่มมิติด้านความเป็นมนุษย์และดราม่าให้กับหนังอย่างชนิดที่มีคนอาจจะเสียน้ำตาได้
 
แม้ว่าพล็อตอาจจะไม่ได้ซับซ้อนไปกว่า องค์บาก หรือต้มยำกุ้ง แต่ ช็อกโกแลต ก็ถูกเล่าออกมาอย่างมีชั้นเชิง ตั้งเรื่องที่ เด็กผู้หญิงที่ป่วยเป็นออทิสติกสามารถลุกขึ้นสู้กับผู้ร้ายเป็นโขยงได้ เพราะสามารถจดจำและเลียนแบบท่าทางของคนอื่น ก็ค่อยๆ ถูกคลี่คลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป

หรืออย่างฉากที่ มาซาชิหลงรักซินก็นุ่มนวลและเร้าอารมณ์มากๆ เขาหลงใหลเธอเพราะเป็นผู้หญิงที่ตรงข้ามกับความสมบูรณแบบ มีข้อบกพร่อง มีเรื่องราวและน่าค้นหา ซึ่งทั้งหมดมาซาชิรู้สึกจากการจ้องหน้าเธอที่มีปากกระบอกปืนจ่อหัวอยู่เท่านั้น

ในส่วนของงานแอ๊คชั่นนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการคารวะแก่นักบู๊รุ่นพี่อย่าง เฉินหลง และบรู๊ซลี ซึ่งหลายซีเควนซ์นั้นแฟนหนังบู๊จะจำได้อย่าง ฉากการต่อสู้ในโรงน้ำแข็งจาก บิ๊กบอส ของบรู๊ซลี หรือ ฉากการต่อสู้ในโกดัง ซึ่งเป็นการจับช็อตเด็ดฉากแอ๊คชั่นของ เฉินหลงมาแสดงใหม่ ทั้งการใช้ประตูสู้กับคนหลายคน หรือการใช้รั้วเหล็กในการมุดหลบการโจมตีต่างๆ ปิดท้ายด้วยฉากห้องญี่ปุ่นสุดคลาสสิคและดาบซามูไร ซึ่งเป็นการคาราวะแด่ ฟิสต์ ออฟ ฟิวรี่ ของ บรู๊ซลี และเติมความสดใหม่แบบ “พันนา” ให้เหนือกว่าของเดิมขึ้นไปอีก

ในส่วนของตัว จีจ้า-ญาณิน วิสมิตะนันทน์ ซึ่งหลายคนหมายมั่นปั้นมือว่าเธอจะเป็นซุปเปอร์สตาร์คนใหม่ ก็ดูจะมีความเป็นไปได้สูงเพราะว่าเธอมีหน้าตาน่ารักเป็นอาวุธพอๆ กับหมัด เท้า เข่า ศอก และจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นและขนาดตัวฉบับกระเป๋าที่เคยเป็นข้อด้อยก็เปิดโอกาสให้มีการออกแบบฉากแอ๊คชั่นใหม่ๆ ขึ้นอย่าง ฉากการต่อสู้ในที่แคบๆ ต่างๆ

ส่วนใครที่เกรงว่าภาพของเด็กออทิสติกจะเสียในเรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เพราะผู้สร้างก็บอกเองตั้งแต่ต้นเรื่องว่าความสามารถอย่าง ตัวเองของเรื่องไม่มีในโลกแห่งความจริงและเป็นไปไม่ได้ทางทฤษฎีด้วย คือเด็กออทิสติกไม่สามารถมีระบบประสาทที่ตอบสนองได้อย่างในหนัง และหนังก็ไม่ได้ทำให้ตัวของเซน เป็นตัวละครที่ใช้ความรุนแรงไร้เหตุผล ถ้าไม่โดนบีบบังคับหรือทำร้ายก่อน

แน่นอนว่า ความบกพร่องอย่างออทิสติกอาจจะดูเป็นเรื่องใหญ่ในสายตาคนทั่วไป แต่หนังก็สรุปตรงที่ในโลกความเป็นจริงแล้วเราก็มีความบกพร่องนิดหน่อยๆ ด้วยกันทั้งสิ้น และการจะอยู่กับความบกพร่องได้

“ก็ต้องใช้ความรักข้ามส่วนที่ขาดไป”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์