Atonement ความจริงกลับหัว-ชีวิตกลับหาง

Home / วิจารณ์หนัง / Atonement ความจริงกลับหัว-ชีวิตกลับหาง

คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง
โดย ติสตู



ดิฉันเชื่ออย่างหนึ่งว่า ในบรรดาคนจำนวนมากต้องมีสักครั้งเป็นอย่างน้อยที่น่าจะเคยมีช่วงเวลาแห่งชีวิตพลิกผัน

ที่ส่งผลให้ชีวิตต้องเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

จากเหตุการณ์เพียงจุดหนึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แนวคิด และความเชื่อของชีวิตคนบางคนเรื่องบางเรื่องอาจเปลี่ยนชีวิตเขาได้ทั้งชีวิต เช่นเดียวกับใน Atonement เรื่องราวเหตุการณ์ที่เป็นความบังเอิญหลายเรื่องประจวบเหมาะในเวลาสั้น แต่ส่งผลให้ชีวิตคนคนหนึ่งเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต

Atonement คือเรื่องราวที่ทำให้เราต้องตระหนักว่าพลังแห่งความคิดและจินตนาการสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนอื่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ- -โดยเฉพาะ “ความคิด” อย่างมีอคติที่ถึงกับทำให้ผู้อื่นต้องได้รับผลกระทบ เรื่องราวที่เกิดขึ้นใน Atonement แม้ดูเป็นความเผอิญ หรือความโชคร้ายจะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ประเด็นที่น่าขนลุกคือเพียงแค่การ “จินตนาการ” ที่เกิดจากคนคนเดียวกลับส่งผลให้ชีวิตคนอย่างน้อย 2 คน เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

หนังพีเรียดเรื่องนี้เล่าเรื่องราวความรักระหว่าง “ร็อบบี้” และ “เซซิเลีย” ที่ต่างเก็บงำความประทับใจต่อกันไว้

แต่ไม่มีฝ่ายใดแสดงออก ทั้งด้วยความแตกต่างทางชนชั้น และการปิดบังความรู้สึกของตัวเอง และความเป็นไปของทั้งคู่อยู่ภายใต้สายตาของ “ไบรโอนี” น้องสาววัย 13 ปี ของเซซิเลีย

จากเหตุการณ์ที่ไบรโอนีมองเห็นร็อบบี้ และเซซิเลียที่ริมสระน้ำพุกลางคฤหาสน์ในบ่ายฤดูร้อนวันหนึ่ง และความบังเอิญสองเรื่องได้ถูกจินตนาการของไบรโอนีผูกเรื่องราวขึ้นมาใหม่- -เด็กหญิง ผู้มีพรสวรรค์ของการเป็นนักเขียนได้บิดเบือนเรื่องราวให้เลยเถิด เพียงเพราะเธอเห็น “เหตุการณ์” นั้นในมุมของตัวเอง ส่งผลให้ชีวิตคนสองคนต้องเปลี่ยนไป

หากไม่มีเหตุการณ์ที่ริมน้ำพุในวันนั้น ร็อบบี้ และเซซิเลีย อาจไม่เปิดใจต่อกัน ทั้งคู่อาจมีทางเดินชีวิตต่างคนต่างเดิน และแน่นอนทั้งสองจะไม่รักกัน หรือไม่แม้แต่แสดงให้อีกฝ่ายได้รู้ถึงความรู้สึกที่ซ่อนไว้

แต่เมื่อเรื่องราวพลิกผัน เพราะผลจากการ “จินตนาการ” ของเด็กวัย 13 ปี ร็อบบี้ต้องติดคุก และกลายเป็นทหารเกณฑ์ ส่วนเซซิเลียต้องอยู่รอคอยชายที่รักครึ่งค่อนชีวิต เวลาผ่านไป 4 ปี ไบรโอนี เพิ่งตระหนักว่าสิ่งที่เธอเชื่อ เป็นแค่จินตนาการของเด็กที่ไร้เดียงสา การพยายามจะ “กลับมา” ทำให้ความจริงปรากฏ และหวังจะได้รับการอภัยจากคนทั้งสอง เธอตัดสินใจเรียนต่อเป็นนักเรียนพยาบาล แทนที่จะเรียนต่อเคมบริดจ์เพื่อสานฝันนักเขียน นัยว่าชุดพยาบาลเป็นสัญลักษณ์เพื่อล้างบาปสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ และความสำนึกว่าตัวเองเข้าใจผิดมหันต์ เธอจึงหวังจะได้รับการปลดปล่อยไถ่บาปนั้น

เมื่อครั้งเป็นนวนิยาย Atonement ได้รับอิทธิพล และแรงบันดาลใจจากงานเขียนของทั้งเจน ออสติน และเช็คสเปียร์ ภาพรวมเรื่องราวจึงมีความโรแมนติค และน้ำเน่าอยู่สูง แต่หากชั้นเชิงในการวางพล็อตทำให้กลายเป็นดรามาชั้นดี กระทั่ง Atonement ปรากฏตัวในแบบภาพยนตร์ การนำเสนอในเชิงภาพยนตร์ทำให้จังหวะการเล่าเรื่อง และดำเนินเรื่องมีพลัง และน่าติดตามยิ่งขึ้น ในภาคนวนิยายแบ่งช่วงเหตุการณ์เล่าเรื่องเป็น 4 ช่วง เมื่อเป็นภาพยนตร์ หนังใช้การเล่าสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์สั้นๆ โดยเฉพาะปฐมเหตุแห่งความเข้าใจผิดที่งานด้านภาพมีชั้นเชิง และน่าติดตาม และทำให้เชื่อได้ว่าเพียงแค่จินตนาการ คุณก็ได้พลิกชะตาชีวิตใหม่ให้คนอื่นเลวร้ายได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ที่มาจากหนังสือพิมพ์