ช็อคโกแลต

Home / วิจารณ์หนัง / ช็อคโกแลต

คอลัมน์ หนังเด่น
กฤษดา


เมื่อวันที่หนังเสนอฉายรอบพิเศษสำหรับสื่อมวลชน ได้มีโอกาสรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนนักวิจารณ์ มีอย่างน้อยสองประเด็นที่มีความคิดเห็นตรงกัน

ประเด็นแรกเป็นความเห็นชื่นชมต่อการออกแบบท่าทางการต่อสู้ และการต่อสู้ในช่วงท้าย

ประเด็นที่สองคือความเห็นในแง่ไม่เห็นด้วยและไม่พอใจนักที่มีฉากการต่อสู้มากมายเกินไป

ในส่วนของประเด็นแรก ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าหนังเรื่องนี้มีการนำเสนอท่าทางการต่อสู้ที่สวยงาม หลายท่วงท่านั้นเปรียบเหมือนลีลาการเต้นรำในหนังเพลง

นอกจากความสวยงามและน่าดูแล้ว การใช้ผู้แสดงเป็นผู้หญิงยังทำให้เห็นภาพของความสวยงามและความแข็งแกร่งของความเป็นหญิงและลีลาการต่อสู้

ซึ่งในส่วนของการที่ผู้แสดงเป็นผู้หญิงยังช่วยส่งเสริมความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

และการต่อสู้ในช่วงท้ายนั้น ผมก็เห็นด้วยว่าทางผู้สร้างได้พยายามสร้างสรรค์ฉากการต่อสู้โดยการ นำเสนอ “สถานที่” มาเป็นประโยชน์ในการออกแบบท่าทางการต่อสู้ (เช่น ป้ายโฆษณาและหน้าต่าง)

เฉพาะในด้านงานออกแบบและควบคุมท่วงท่าและการต่อสู้นั้น ต้องยอมรับและชื่นชมว่าทางผู้กำกับฯและผู้ออกแบบการต่อสู้ทำงานได้เยี่ยมมาก ทำให้ผมและคนดูคนอื่นๆ ได้เห็นภาพการต่อสู้ที่น่าทึ่ง

สำหรับในส่วนที่สอง ผมมองว่าจำนวนการต่อสู้ที่มีอยู่ในหนังมันมากเกินไป (และเหตุที่มากเกินไปก็เพราะว่าพวกที่ถูกตามทวงหนี้นั้นมีลูกน้องและคนงานมากเกินไป)

หนังเริ่มนำคนดูเข้าสู่ฉากการต่อสู้เป็นลำดับขั้น (ก่อนจะนำไปถึงจุดแตกหักขั้นสุดท้าย) โดยในช่วงกลางของหนังได้มีเหตุการณ์ต่อสู้อยู่ 3 ครั้ง ได้แก่ที่โรงงานทำไม้ โรงน้ำแข็ง และที่ชำแหละเนื้อหมู

ในแต่ละครั้งตัวละครเอกต้องบุกเข้าไปทวงหนี้และเผชิญหน้ากับลูกน้องของลูกหนี้รายนั้นๆ ซึ่งแต่ละรายก็มีลูกน้องจำนวนมาก

ผลก็คือแต่ละแห่งกลายเป็นสถานที่ซึ่งเกิดการต่อสู้อันยาวนาน และมีผลทำให้เริ่มรู้สึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา

ผมกำลังคิดว่าจะดีกว่าหรือไม่ถ้าให้ตัวละครเอกได้แสดงความสามารถ และเข้าสู่การต่อสู้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น ครั้งแรกเจอคู่ต่อสู้ 2-3 คน ต่อมาเจอเพิ่มอีกเป็น 4-5 คน แล้วจึงเพิ่มเป็น 8-10 คน แต่ที่เห็นในหนังนั้นเจอครั้งแรกกับครั้งต่อมานั้นมีจำนวนมากมายพอๆ กัน

นอกจากนั้น ในช่วงแรกก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยท่วงท่าหรือลีลาเด็ดก็ได้ อย่างเช่นเอาตัวลอดใต้โต๊ะกระจกแล้วหลบของที่พุ่งเข้าใส่นั้นนับว่าเป็นฉากเด็ด แต่น่าจะเก็บเอาไว้ก่อน

ด้วยจำนวนฉากการต่อสู้ที่มากมาย ผมจึงมักแสดงความเห็นด้วยการมองอย่างมีอารมณ์ขันว่าพวกนักเลงหรือมาเฟียในเรื่องนี้มันช่างมีลูกน้องผู้จงรักภักดีมากมายจริงๆ

แต่สำหรับคนดูผู้โปรดปรานปริมาณการชกต่อย ก็อาจได้ความเพลิดเพลินอย่างเต็มที่

ในส่วนของการสร้างเรื่องราวและตัวละคร มองเห็นเจตนาที่จะสร้างตัวละครให้มีรายละเอียดและแง่มุมที่มีลักษณะเฉพาะ อย่างเช่นการแนะนำตัวละครว่าเป็นคนชอบของมีตำหนิกับการบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของตัวละครเอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ทักษะทางการต่อสู้

บางคนอาจสงสัยว่าทำไมตัวละครเอกจึงเก่งนัก ประเด็นนี้ผมคิดว่าหนังอธิบายไว้ค่อนข้างเพียงพอ นอกจากการมีทักษะและความสามารถอันเนื่องมาจากการเป็นเด็กพิเศษแล้ว ผมเข้าใจว่ายังเป็นเรื่องของการถ่ายทอดมาทางสายเลือดด้วย

เมื่อกล่าวถึงตัวละครเอกก็จำเป็นต้องแสดงความชื่นชมผู้แสดงนำว่าสามารถถ่ายทอดลักษณะ ท่าทาง อารมณ์และทักษะการต่อสู้ออกมาได้อย่างใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบ

และที่สำคัญ เธอมีในสิ่งที่ผู้แสดงนำใน “องค์บาก” และ “ต้มยำกุ้ง” ไม่มี นั่นคือ ความสดใสน่ารัก

ไม่ว่าจะมองในแง่เรื่องราวและตัวละคร คุณภาพในการสร้างและความบันเทิงที่มีอยู่ ผมมองว่า “ช็อคโกแลต” ดูดีและลงตัวกว่า “องค์บาก” กับ “ต้มยำกุ้ง”

นำแสดง ญาณิน วิสมิตะนันทน์, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, ฮิโรชิ อาเบะ, อมรา ศิริพงษ์
กำกับการแสดง ปรัชญา ปิ่นแก้ว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์