L Change the WorLd สู้ต่อไป.. ไอ้มด L

Home / วิจารณ์หนัง / L Change the WorLd สู้ต่อไป.. ไอ้มด L

Film
นางสาวรื่นรมย์


หลังจากกำหนดวันเวลา ‘ตาย’ ของตัวเองไว้ในสมุดเดธโน้ต ตามเนื้อเรื่อง Death Note ภาค 2 ตัวละครนักสืบชื่อ ‘แอล’ ก็เหลือเวลาบนโลกเพียง 23 วัน ทว่าก่อนที่เขาจะหัวใจวายตายอย่างสงบ ช่วงชีวิตที่เหลือกลับกลายเป็นการผจญภัยและการเรียนรู้โลกครั้งสำคัญ

ใน Death Note 2 นักสืบอัจฉริยะที่สามารถสะสางคดีฆาตกรรมลึกลับได้อย่างรวดเร็ว อย่าง แอล (L) หรือ ริวซากิ ยอมใช้ตัวเองสังเวย เพื่อสะสางคดีฆาตกรหรือ ‘คิระ’ ผู้ใช้สมุดโน้ตจากยมทูตกำหนดวันเวลาและอาการตายของเหยื่อให้จบสิ้นลง L ชิงไหวพริบกับ ‘คิระ’ หรือ ยามางิ ไลท์ ลูกชายสารวัตรสอบสวน ด้วยการใช้สมุดโน้ตอีกเล่มที่เขายึดได้ และเขียนกำหนดการตายของตัวเองไว้ ก่อนที่จะถูกคิระกำหนดให้ในสมุดอีกเล่ม

เรื่องราว ใน L Change the WorLd งานกำกับของ ฮิเดโอะ นากาตะ เริ่มต้นจากจุดนั้น

การที่ L ได้ลุกขึ้นมาที่นั่ง (ยองๆ) ผละจากห้องคอนโทรลเต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์และจอคอมพิวเตอร์ มาสู่แสงอาทิตย์อุทัย ได้กระโดด วิ่งเต้น โลดโผน โจนทะยาน และปั่นจักรยานได้ด้วย (บทบู๊น้องๆ ‘คนอึดตายยาก’ เลยทีเดียว) เพื่อแปลงเจตจำนงกู้โลกของเขาให้เป็นจริงขึ้นมาเชิงกายภาพ ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยความคิดบนสมองกลเพียงอย่างเดียว

ตัวละครเด่นที่เกิดใหม่ในหนังแตกยอดสมุดโน้ตพิฆาตเรื่องนี้ เป็นเด็กสองวัย หนึ่งชายวัยประถม กับหนึ่งหญิงวัยมัธยมต้น ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่อง เมื่อทั้งสองโคจรมาพบกับ L หนุ่มวัยรุ่นตอนปลาย มันกลายเป็นทีมเด็กอัจฉริยะ ที่บุคลิกแปลกประหลาดของพวกเขาถูกชดเชยด้วยมันสมอง ไหวพริบระดับเหนือธรรมดา

‘เด็กฉลาดชาติเจริญ’ เป็นเนื้อหาที่ไม่ใหม่ แต่ภารกิจที่เด็กๆ สามวัย สามคนนี้ ต้องต่อสู้กับความโลภ ความบ้าคลั่งในอำนาจ และเจตนาดีที่ใช้ความโหดร้ายแก้ไข ได้กลายเป็นบทเรียนสันติภาพ ว่าหากโลกต้องการอยู่รอด คำตอบย่อมไม่ใช่การกระทำเลวร้ายด้วยการคร่าชีวิตมนุษย์กันเองแน่นอน หรือกระทั่งผู้หลงผิด ในบางครั้งการคิดให้อภัย เพื่อให้ ‘พลัง’ มนุษย์ที่มีมันสมองชั้นเยี่ยม แต่คุณธรรมชั้นต่ำสุด ได้สร้างสรรค์อีกได้ เป็นอีกความเชื่อที่ฮีโร่ในหนังญี่ปุ่นแสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง ตอกย้ำความหมายของการเคารพตัวเองและเคารพศัตรูไปด้วย ความสัมพันธ์ในระดับมนุษย์ต่อมนุษย์ ถูกไฮไลต์ให้โดดเด่นเหนือเทคโนโลยี และ L เองก็เชื่อว่า แม้เขาต้องลาโลกไป ความฉลาดและดีนั้นจะยังคงอยู่ได้ หากส่งต่อใน ‘คน’ รุ่นต่อๆ ไป

L ในหนังเรื่องนี้จึงมีอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าที่เคยเห็น (แสดงผ่านสายตาในวงขอบตาดำๆ) มีความเหงา ความหวั่นไหวและความรัก!

เมื่อมองด้วยอารมณ์ความรู้สึกประทับใจต่อหนัง Death Note 1-2 เทียบกับงาน L นำเดี่ยว ซึ่งใช้ผู้กำกับคนละคนแล้ว ขอบอกอย่างลำเอียงว่า ชุนซูเกะ คาเนโกะ ที่ทำสองเรื่องแรก (และ Azumi 2 : Death or Love) มีจังหวะจะโคนที่ลงตัวและวางตัวละครได้น่ารักน่าลุ้น (จนถึงขั้นทำให้ L โดดเด้ง พอที่จะแตกไลน์มีหนังของตัวเองได้)

ขณะที่ นากาตะ ทำให้หนังตื่นเต้นเรื่องนี้ มีเค้าลางของ ‘ฮีโร่จำเป็น’ ในจังหวะอารมณ์แบบแอ็คชั่นฮอลลีวู้ด ประมาณ จอห์น แม็คเคนใน Die Hard ผสมกับหนังซีรีส์ยอดมนุษย์พิทักษ์โลกสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อหนังผสมแนวนิยายวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการทดลองเชื้อโรค กับกลิ่นและเค้าลางหนังโชกเลือด (gore) ตระกูลซอมบี้มานิดหน่อย และความพยายามในการใส่อารมณ์ ‘อุ่น’ และ ‘ใส’ เป็นความหวังของอนาคตก่อนกาลสิ้นโลก

ส่วนผสมในมือของ ฮิเดโอะ นากาตะ ที่มีชื่อเสียงจากการทำหนัง ‘เสียง’ เขย่าขวัญ ‘ภาพ’ สั่นประสาทของญี่ปุ่น สไตล์ Ringu กลายเป็นเทรนด์ฮิตไปทั่วโลกนั้น จึงดูขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง

อย่างไรก็ตาม การที่มี เคนอิชิ มัตสึยาม่า พระเอกหนุ่มวัย 19 กลับมาสวมบท ‘L’ ดูจะเป็นทั้งหมดของหนัง และคนดูอาจจะได้เห็น L ฉบับ prequel หรือภาคต่อที่เป็นเรื่องราวย้อนที่มาและจุดเริ่มต้นของ นักสืบอัจฉริยะอายุสั้นรายนี้ ซึ่งโอกาสที่จะกลับมาคงต้องรอกระแสหนัง และความดังของ L ในร่างของมัตสึยาม่า ว่าจะขายได้มากน้อยแค่ไหนด้วย (เริ่มนับถอยหลังตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่โรงภาพยนตร์ ฉายพร้อมญี่ปุ่นเลยนะเนี่ย)

ที่มา เสาร์สวัสดี

http://www.bangkokbiznews.com/jud/sat/