No Country for Old Men : ความงามบนความทราม

Home / วิจารณ์หนัง / No Country for Old Men : ความงามบนความทราม

โดย แป้งร่ำ



สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้เด่น เด้ง โดนใจใครหลายๆ คน แน่ใจว่าไม่ใช่เป็นเพราะกวาดรางวัลมาเพียบจาก 11 สถาบัน หรือเพราะเข้าชิง 9 ออสการ์

แต่เป็นเพราะทุกส่วนที่ประกอบเป็นแง่งามที่แสนจับใจ บนความเลวทรามของมนุษย์

โจลและอีธาน โคเอน สร้าง No Country for Old Men จากงานของนักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์ คอร์แมค แมคคาธีร์ โดยที่ยังรักษาความหฤหรรษ์แบบหฤโหดในการสำรวจจิตใจมนุษย์ตามแบบฉบับได้แทบไม่ผิดเพี้ยน

เมื่อลูเวลลิส มอส (จอช โบรลิน) ที่ดันบังเอิญไปพบเฮโรอีนและเงินสดๆ 2 ล้านเหรียญ ท่ามกลางศพเรียงรายกลางทะเลทราย ความโลภที่เข้าตาก็เปลี่ยนแปรคนดีให้เปลี่ยนไป และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการจองเวรตามล่าจากแอนตัน ไชการ์ (ฮาเวียร์ บาร์เด็ม) นักฆ่าโรคจิต แม้ว่านายอำเภอเลล์ (ทอมมี ลี โจนส์) จะพยายามทำทุกทางให้คำว่าสงบสุขกลับมาเยือนแผ่นดินนี้อีกครั้งก็ตาม

ถ้าใครดูแวบๆ แล้วรู้สึกว่าก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลย น่าจะเป็นแค่หนังบู๊ไล่ล่าธรรมดาเท่านั้น

ก็ขอบอกว่าคิดผิดแล้วล่ะ

เพราะนี่คือการตีแผ่ทุกแง่มุมของมนุษย์ที่ความละโมบก้าวผ่านทุกกาลเวลา ว่ากันง่ายๆ ก็คือ ถึงโลกจะเปลี่ยนไป ยุคเก่าผ่านไป ยุคใหม่เข้ามา จนอาจจะไม่มีที่ทางให้ใครบางคนใช้ชีวิต กมลสันดานของมนุษย์ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปร

ฟังแล้วเหมือนจะหม่นๆ กับเรื่องราวหลุมดำก้นบึ้งนี้ จนนึกไม่ออกว่าแล้วหนังจะดึงดูดใจได้อย่างไร แต่เมื่อพินิจถึงกลวิธีการดำเนินเรื่องที่สุดยอด สามารถสะกดใจให้จดจ่อกับเกมแมวไล่จับหนูที่เกิดขึ้น และต้องลุ้นระทึกกันตลอดเวลา เป็นการปะทะกันระหว่างความใหม่ของเวลา และความเก่าของจิตใจได้อย่างลงตัว นักแสดงที่เข้าถึงตัวละครและตีบทได้แตกละเอียด โดยเฉพาะ ฮาเวียร์ บาร์เด็ม ที่ต้องขอปรบมือให้เลยกับบทบาทการแสดงนักฆ่าบ้าเลือด ที่ตัดสินชีวิตคนด้วยการโยนหัวโยนก้อย แววตาเลือดเย็นแม้จะกำลังเอาปืนจ่อหัวคนที่เพิ่งช่วยเหลือตัวเอง ท่าทีนิ่งเฉยท่ามกลางกลิ่นความเลือดที่คละคลุ้ง เป็นแค่ส่วนเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เราถึงกับขนลุกต่อการฆ่าที่ไร้เหตุผล และบรรยากาศทะเลทรายที่กลมกลืนกับความแห้งแล้งในจิตใจ เวิ้งว้างแต่ไม่ยัดเยียด

ทั้งหมดกลายเป็นแง่ง่ามที่ผสานกับความทรามของมนุษย์ได้อย่างลงตัว

ที่มาจากหนังสือพิมพ์