There Will Be Blood แล่เนื้อ เถือกระดูก

Home / วิจารณ์หนัง / There Will Be Blood แล่เนื้อ เถือกระดูก

ไม่ใช่ว่าคิดไปคนเดียวแน่ๆ แต่นี่เป็นหนังที่นักวิจารณ์หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในหนังยอดเยี่ยมของปีที่แล้ว แม้จะแพ้ No Country for Oldman ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ โดยได้เพียงรางวัลนักแสดงนำชาย และรางวัลถ่ายภาพยอดเยี่ยม ก็น่าจะเป็นเพราะนี่ไม่ใช่หนังแบบที่ออสการ์จะให้รางวัลมากกว่า และหลังจากดูจบ There Will Be Blood ของผู้กำกับ พอล โทมัส แอนเดอสัน (Boogie Night, Magnolia) จะรบกวนจิต และรบกวนถึงศีลธรรมในใจคนดูไปอีกนานแสนนาน

“There Will Be Blood” นั้นเป็นคำพูดแบบอัศวินนักรบโบราณประมาณว่า “จะต้องมีการนองเลือด” แต่ในเรื่องนี้เราจะไม่ได้เห็นเลือด แต่เห็นน้ำมันดิบสีดำและมากขึ้นเรื่อยๆ จากบ่อเล็กๆ สู้บ่อใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และความขัดแย้งที่มาพร้อมกับน้ำมันมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งน้ำมันนี่เองเป็นสัญลักษณ์ของเลือดในชื่อหนังนี้

หนังดัดแปลงจากนิยายเรื่อง Oil ของ อัพตัน ซินแคล เล่าเรื่องของ แดเนียล เพลนวิว (แดเนียล เดย์-ลูอิส) เจ้าของเหมืองเงินที่มีบุคลิกสู้คน อย่างตอนแรกที่เขาตกเหมืองขาหักแต่ก็ลากตัวเองผ่านดินแดนรกร้างเอาหินไปตรวจว่ามีน้ำมันไหมแทนที่จะหาหมอก่อน หลังจากนั้นเขาผันตัวมาเป็นนักขุดน้ำมันเต็มตัวและออกไล่ล่าหาน้ำมันโดยการพูดเกลี้ยกล่อม ชุมชนเล็กๆ ให้ยอมให้เขาขุดน้ำมันให้ โดยมีหุ้นส่วนคือ เอช.ดับเบิลยู. (ดิลลอน เฟรเซีย) ลูกชายวัย 6 ขวบ

จนวันหนึ่งเขามีโครงการจะไปซื้อที่ในชุมชนเล็กๆ ชื่อลิตเติลบอสตัน เพราะได้ข่าวเรื่องน้ำมัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คอยขวางเขาไว้คือ อีไล ซันเดย์ (พอล ดาโน่) นักเทศหนุ่มที่ชาวเมืองให้ความเชื่อถือ แต่การกระทำหลายๆ อย่างน่าสงสัยและไม่น่าไว้วางใจ

จากจุดนี้ เพลนวิว ต้องเผชิญกับปัญหาในระดับพื้นฐานของความเป็นคน ความขัดแย้งมากมาย ครอบครัว ความโลภ ความร่ำรวย บาป บุญ ซึ่งทุกอย่างกำกวมทั้งสิ้น และก็นำมาซึ่งความเจ็บปวดไม่ว่าจะเลือกทางไหน และทุกทางก็ต้องเอาอะไรบางอย่างแลกมาทั้งนั้น คำถามคือคนเราสามารถจะแลกได้แค่ไหน? และจะนำเราไปสู่อะไร?

สิ่งหนึ่งที่หนังนำเสนอตลอดเวลา คือสภาวะของความอันตรายและไม่น่าไว้วางใจ อย่างภูเขาหินหน้าตาน่าเกลียดเต็มไปด้วยเหลี่ยมคม ชุมชนไกลปืนเที่ยงกลางทะเลทราย หรือจะเป็นความมืดเหนอะหนะของบ่อขุดน้ำมัน ส่งเสริมบรรยากาศที่ว่าให้กับหนังคือดนตรีประกอบของ จอห์นนี่ กรีนวู้ด มือกีตาร์วงเรดิโอเฮด ซึ่งคอยเตือนคนดูด้วยความรู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบตลอดเวลา

หนังนั้นไม่ได้ให้บทสรุปอะไรที่เห็นได้ง่ายๆ นัก แต่สะท้อนถึงทุนนิยมใหม่ การล่าอาณานิคมด้วยทุนและน้ำมัน ความฉ้อฉลของมนุษย์ที่พ่ายแพ้ต่อความอ่อนแอของตัวเอง แดเนียล เดย์-ลูอิส แสดงดีระดับที่ออสการ์ต้องไปหมอบแทบเท้า ไม่ใช่ให้เขาไปแกล้งคุกเข่าก่อนได้รับรางวัล ตัวละคร เพลนวิว นั้นลึกลับยากจะคาดเดา มุมหนึ่งนั้นก็เป็นคนมีจิตใจงดงาม มุ่งมั่น รังเกียจการเอาเปรียบ กลับมีอีกด้านที่ทะยานอยาก, คลุ้มคลั่ง และเจ็บปวด

คนแบบ เพลนวิวนั้นทำให้เราหันไปมองคนรอบๆ ที่หลายคนมองว่ามีปัญหาอย่าง จอร์จ ดับเบิลยู. บุช, ทักษิณ ชินวัตร, อุสมา บินลาดิน ฯลฯ และอาจจะรวมถึงตัวเราเอง

“มองถึงด้านมืดในใจของเรา”

ที่มาจากหนังสือพิมพ์